249 | ช่วยฮิฮิกันเถอะฮิ
แปลกใจอยู่อย่าง
พอผมชอบอ่านนิตยสารอะไรขึ้นมาที มันต้องมีอันเจ๊งซะทุกรายไป
สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผมติด open งอมแงม
ไปไหนมาไหนต้องพกโอเพ่นไปอ่าน จนเปลี่ยนรูปเล่ม เพิ่มบรรณาธิการ
จนอุดมการณ์ของนิตยสารพาให้กลับสู่สามัญก็ยังคงอ่านอยู่ .. และแล้วก็ต้องปิดตัวไป
(ตอนนี้ก็ยังตามอ่านแบบออนไลน์ที่ onopen.com อยู่ครับ แต่ไม่ได้ซื้อเล่ม ๕๑ แล้ว)
พอเรียนจบมาจับทหารดันได้เป็นทหารอากาศ ไปอยู่ในกองร้อย เจอโลกที่แตกต่างสุดขั้ว
เรียกได้ว่าไม่มีอะไรทำเลยครับ เวลาผ่านไปเกือบสองเดือนโดยไม่ได้ใช้สมองเลย
วันๆ โดนสั่งแค่ซ้ายหันขวาหัน วิ่ง เดิน เลี้ยว ยิง กินข้าว นอน! โอ้ว.. ชีวิต
(น่าตั้งคำถามกับระบบการเกณฑ์ทหารเหมือนกันนะครับ มันมีอะไรบิดเบี้ยวอยู่หรือเปล่า?)
จนได้ข่าวจากนองรั้วกองบินว่ามีนิตยสารรายสัปดาห์ออกใหม่ชื่อ a dayweekly
เท่านั้นแหละครับ เลยฝากรุ่นพี่แวะซื้อทุกครั้งที่มีโอกาสออกนอกรั้วกองบิน
นิตยสารหนักๆ แต่อ่านสนุกนี้เลยเป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมตัวเองกับนอกรั้วทหารนั่น
ผมก็เลยกลายเป็นแฟนเดนตายของนิตยสารฉบับนี้อย่างโงหัวไม่ขึ้นอีกราย
และแล้วมันก็เจ๊ง.. ทำให้ผมไม่ค่อยชอบคุณโหน่งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา (แต่เข้าใจเขานะ)
พอออกจากรั้วทหารก็มีนิตยสารอีกฉบับ คือ way ที่แตกหน่อมาจากเล่มข้างบน
อันนี้ตามอ่านครับ แต่ไม่ได้ซื้อทุกฉบับเหมือนที่ผ่านมา เพราะเริ่มไม่ค่อยว่างแล้ว
(way ก็สะดุดไปเล็กน้อยก่อนหน้านี้ นี่เล่มใหม่เพิ่งออก เลยซื้อมาด้วยราคาที่สูงกว่าเดิม)
และวันหนึ่ง ฟ้าก็ส่ง “ฮิฮิ” มา!
ฮิฮิ เป็นนิตยสารฮาๆ (ทีแรกจะชื่อ ฮิ เฉยๆ นะ) นำทีมโดยพี่เอ ธวัชชัย คิดอ่าน
ซึ่งเป็นนักเขียนที่ผมแอบตามเก็บหนังสือแนวเสียดสีของพี่แกมานาน
(แกทำเองทุกอย่างซะทุกเล่ม เลยค่อนข้างหาซื้อยากวักหน่อยด้วยเหตุผลเรื่องสายการผลิต)
ฮิฮิเจ๋งตรงที่ราคาถูกมาก แต่เล่นมุกมันซะทุกอวัยวะของเล่ม เฉลี่ยแล้วมุกละไม่ถึงบาท
ที่เจ๋งมากคือ ยิ่งจำนวนเล่มมากขึ้น ความขำยิ่งลงตัวและทวีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ตีบไม่ตันได้ไงวะ
คอลัมน์เด็ดที่ผมชอบมากๆ และชอบมากขึ้นเรื่อบๆ ก็คือ บอบู๋ และ มิสเตอร์เฟเดอริก
โดยเฉพาะมิสเตอร์เฟเดอริกนี่ ตอนไปเที่ยวปาย ไปรู้จักรุ่นพี่จุฬาฯ ที่อวดว่ากินเหล้ากันบ่้อย
แค่นี้ผมก็กรี๊ดแล้วครับ เหมือนเจอเพื่อนดาราที่ชาวบ้านไม่รู้จักน่ะ 
แต่ฮิฮิก็ต้องปิดตัวลงด้วยเหตุผลด้านธุรกิจ ไม่ต่างจากนิตยสารโปรดของผมเล่มที่ผ่านมา
สิริอายุรวม ๑๕ เล่ม .. จนบอกอต้องหันไปขายก๋วยเตี๋ยวแทน (อันนี้ไม่ได้มุก)
ผมได้แต่อ่านจดหมายข่าวการปิดตัว และทำได้แค่ตอบกลับไปให้กำลังใจแบบเศร้าๆ
และรอคอยอ่านความคืบหน้ากรณีฮิฮิต่อไป เช่นเดียวกับสาวกนักอ่านคนอื่นๆ
..เบื้องหลังชีวิตตลกมันก็เศร้ายังงี้แหละครับ
จนเมื่อกี้นี้ มีจดหมายมาอีกฉบับครับ จั่วหัวว่า การกลับมาของฮิฮิ!!
เอาละเว้ย เอาละวา
ผมถามพี่เอ (ในเอ็ม .. งงไหม ถามพี่เอในเอ็ม) ว่าขอเอาจดหมายนั้นมาแปะในบล็อกได้ไหม
เมื่อได้รับไฟเขียวมา ก็เลยขอเอามาแปะเสียตรงนี้เลยครับ อยากทำประโยชน์อะไรสักอย่างนิ
สวัสดีครับพี่ตะพาบ
นับตั้งแต่วันที่ “ฮิฮิ” ปิดตัวชีวิตผมก็เปลี่ยนไป มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก จากที่มีทีท่าว่าจะดี จู่ๆฟ้าก็ผ่าลงมา ด้วยเหตุผลทางธุรกิจที่ค่อนข้างร้ายแรงสำหรับการทำนิตยสาร นั่นก็คือ หนังสือมันไม่มีโฆษณา ทั้งที่ยอดขายมันก็พอไปได้ มีกลุ่มคนอ่านที่เหนียวแน่นประมาณหนึ่ง แต่เพียงยอดขายเท่านั้นมันยังไม่พอสำหรับโลกธุรกิจนี้ฮิฮิ จึงปิดตัวลงเพียงฉบับที่ 15
วันที่ 1 มีนาคม วันนั้นยังจำได้ อีก 4 วันก่อนที่เราจะปิดเล่ม ฮิฮิ ฉบับ 16 เจ้านายเรียกพวกเราเข้าไปเพื่อบอกข่าวร้าย เราเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อไม่มีงานให้ทำแล้วครั้นจะอยู่กินเงินเดือนเขาต่อไปก็กระไรอยู่ พวกเราทุกคนจึงจากมาอย่างเงียบๆน่าซึ้งใจนักที่หลังจากวันนั้นมีข้อมูลหลายกระแสที่เข้ามาถึงพวกเรา แสดงถึงความเสียดาย และเสียใจกับการปิดตัวของ ฮิฮิ ไม่อยากเชื่อว่าช่วงเวลาสั้นๆเราจะมีเพื่อนเพิ่มขึ้นมากมายขนาดนี้ ทุกวันนี้เวลาไปไหนยังแอบมีเพื่อนใหม่เข้ามาทักและถามไถ่ว่าจะเอายังไง จะทำนิตยสารต่อมั้ย แต่ผมก็ยังไม่รู้จะตอบยังไง ไอ้ทำก็ยังอยากทำอยู่ แต่ว่านิตยสารแบบ ฮิฮิ ได้ผ่านการพิสูจน์แล้วว่า เป็นนิตยสารที่หาโฆษณายากนัก เพราะาพลักษณ์ที่ดูขี้เล่นเกินไปจนไม่น่าเชื่อถือ ดังนั้นตราบใดที่นิตยสารยังคงอยู่ได้ด้วยโฆษณา ฮิฮิ ก็คงจะเกิดใหม่ลำบาก
ต้นฉบับ ฮิฮิ เล่ม 16 ยังอยู่ในเครื่องคอมที่บ้านและยังคงค้างคาอยู่อย่างนั้นไม่มีที่ได้เผยแพร่ จนกระทั่งวันนีผ่านพ้นไปแล้วร่วม 2 เดือน วันหนึ่งความคิดที่น่ากลัวได้ผุดขึ้นมาในสมอง
ผม โอ๊ต แมน และ นพ กลับมาอยู่ที่ร้านกาแฟร้านเดิมที่เราเคยเถียงกันตอนจะเริ่มทำ ฮิฮิ ฉบับที่ 1 และความคิดที่น่ากลัวนั้นก็คือ เราจะทำ ฮิฮิ ออกมาเป็นรูปแบบ Pocket Book ….ดีมั้ย
ในเมื่อที่ผ่านมายอดขายของ ฮิฮิ ก็มีประมาณหนึ่ง ปัญหาติดอยู่ที่หน้าโฆษณา เมื่อต้องพิมพ์จำนวนมากต้นทุนก็สูงตามไปและนั้นมันจึงเสี่ยงกับการขาดทุน แต่หากเราทำเป็น Pocket Book ในจำนวนที่ไม่มากนัก เอาจำนวนประมาณเพื่อนๆที่รู้จักกัน เพื่อนที่ยังคิดถึง ฮิฮิ ยังอยากอ่าน ฮิฮิ ผมคิดว่ามันอาจจะพอมีความเป็นไปได้
เนื้อหาใน Pocket Book ที่พวกเราจะทำกันน่าจะเป็นบางส่วนจาก ฮิฮิ ฉบับที่ 16 ที่ยังไม่ได้รับการตีพิมพ์และค้างเติ่งอยู่ในเครื่องคอมฯที่บ้าน ประกอบกับอีกหลายๆเรื่องราวที่เราเพิ่มเติ่มเข้าไป โดยยังคงเอกลักษณ์ของ ฮิฮิ เอาไว้ พี่ตะพาบว่าจะพอมีคนสนใจมั้ยครับ
และเนื่องจากการจัดทำในครั้งนี้ เรายังไม่มีผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ อาจจะทำให้ราคาขายต้องมากกว่าเดิม (55 บาท) ประมาณหนึ่ง แต่คิดว่าไม่น่าจะมากเกินกำลัง อาจจะอยู่ที่ประมาณร้อยกว่าบาท ตอนนี้คิดเล่นๆที่ราคา 155 บาท (อยากให้มันยังลงที่เลข 55 เหมือนเดิม) เรื่องนี้พวกเรากังวลกันมาก เพราะเพื่อนเราหลายคนที่อยู่ในวัยเรียน ยังไม่มีรายได้ เรากลัวว่าเพื่อนเราจะคิดว่าเรากำลังหากำไรเกินควร แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นเราเองก็จะพยายามทำทุกอย่างให้มันดูคุ้มค่าที่สุดสำหรับเงินที่ทุกคนต้องเสียไป
ในใจไม่อยากพูดเรื่องเงินเท่าไหร่นัก เพราะมันดูเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ และยิ่งในาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ด้วยแล้ว ผมทราบดีว่าเพื่อนๆหลายคนก็อยู่ในช่วงที่ยากลำบากเช่นกัน ดังนั้นการที่ผมแจ้งให้ทราบไว้ก่อนในที่นี้ เพื่อที่อยากทราบกระแสตอบรับว่าจะเป็นอย่างไร หากราคาที่ตั้งไว้นั้นสูงไป และคิดว่าไม่อยากเสียเงินเพื่อได้มา ทางเราก็จะพยายามหาทางลดราคาลงมาให้ได้ แต่หากมันเป็นเรื่องที่ยากเกินความสามารถแล้ว เราคงต้องตัดสินใจกันอีกทีว่าจะทำมันออกมาดีมั้ย หรือหากใครมีทางออกที่ดีกว่านั้น อาทิเช่นช่วยหาผู้สนับสนุนให้เรา เพื่อเป็นการลดต้นทุน และดึงราคาให้ต่ำลงมาได้ ทางเราก็ยินดียิ่งนัก
สุดท้ายนี้ผมยังคงยืนยันในเจตนาว่าพวกเราเป็นแค่คนอยากทำหนังสือ และไม่ได้มีความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจเท่าไหร่นัก ส่วนนี้ที่คิดจะทำเกือบ 80% เป็นการสนองความต้องการส่วนตัว และหากการสนองความต้องการส่วนตัวตรงนี้ มีคนให้ความสนใจ นั้นก็ถือว่าทุกอย่างได้ทำหน้าที่ของตัวมันเองแล้ว ฝากบอกต่อกันด้วยนะครับ
เอ ธวัชชัย คิดอ่านถึงคุณเอ
คุณตกงาน ผมก็ตกงานด้วยเหมือนกัน สำหรับสิ่งที่คุณถามว่าจะทำมันดีมั้ย ผมอยากบอกว่า ทำเหอะ ได้โปรด อย่างน้อยก็ช่วยให้ผมได้หลุดพ้นจากสาพคนว่างงานซักทีพี่จก
เพื่อนๆ คิดยังไงกันบ้าง ช่วยบอกกันด้วยนะครับ ผมกับทีมงานทุกคนยังอยู่กันแถวๆนี้ รอฟังคำตอบอยู่ ซึ่งที่สุดแล้วหากหนังสือเล่มนี้มันจะไม่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ พวกเราก็คงจะเก็บมันไว้อ่านกันเอง นั่นคงเป็นทางออกสุดท้ายจริงๆ
เพื่ออย่างน้อยก็จะได้ล้างอาถรรพณ์ที่ว่า ผมชอบอ่านนิตยสารอะไรก็มักเจ๊ง
ใครที่เคยอ่านฮิฮิ ไม่ว่าจะเคยซื้อหรือเคยยืมอ่านก็ดี
มาชวยกันส่งความคิดเห็นไปที่ hehe_returns@hotmail.com นะครับ
ย้ำว่า แค่นิดหน่อยก็ช่วยกันส่งไปแนะนำติชมหรือด่าก็ยังดี ช่วยกันหน่อยนะครับ
จ๋าขอ..
.
ป.ล.
๑ พฤษาคม ๒๕๔๖ คือวันที่ผมเข้าสู่กรมกองเป็นวันแรก
โอ้ว ผ่านมานานแล้วเหมือนกันนะ
ป.อ.
ผมว่าวง Klear จะต้องมีนักร้องนำอยู่ระยองแน่ๆ เพราะเธอร้องท่อนฮุกว่า
“หา~ ฮิ .. มันเหงาจนแทบจะทน ไม่ หวา~ ฮิ” (ใครไม่รู้จักก็งงอะเด๊)
ป.ฮ.
เมื่อวานเขียนเรื่องอินเทอร์เฟสทันสมัย ทำไปทำมาวันนี้ดั๊นได้ดู Iron Man
เทคโนโลยีในหนังดันทันสมัยกว่า Minority Report เยอะเลย
เชยเลยกู


May 2nd, 2008 at 2:56
พี่แอนอัพอีกแล้ว
May 2nd, 2008 at 4:20
เคยเขียนถึงฮิ ไว้ที่นี่ http://www.se7enize.com/nice/magazines.html
พร้อมคู่สร้างคู่สม
พี่แอนอ่านคู่สร้างคู่สมสิ ไม่เจ๊งแน่นอน
May 2nd, 2008 at 6:52
ผมก็อ่านฮิฮิเหมือนกัน
ชอบคอลัมน์แปลงเพลง
ชอบเพลง “หอกหัก” โดนทุกเม็ด
ช่วยกันครับ
หนังสือเจ๋งๆอย่างนี้ จะได้อยู่คู่คนอ่านไปนานๆ
May 2nd, 2008 at 7:39
ไม่เคยอ่านง่ะ… แต่ฟังแล้วน่าอ่านจัง..
ปล. แอนอัพบ่อยนะช่วงนี้… หิหิ อัพถี่อัพถี่ๆ..
May 2nd, 2008 at 8:38
ชอบครับ หนังสือเล่มนี้
แต่ถ้านับเฉพาะนิสัยส่วนตัวบางอย่างของบก.คนนี้ ผมไม่ชอบบก.คนนี้เลยครับ
สมัยหนึ่งได้รู้จักเขา คลุกคลีอยู่ประมาณนึง เขานิสัยเสีย(มาก)เรืองผู้หญิงจริงๆให้ตายเถอะ หน้าไม่ให้เลยนะเนี่ย
ปล. ซื้อบ้าง ยืนอ่านบ้าง แต่ก็ขอให้กลับมาไวๆละกันครับ
May 2nd, 2008 at 10:38
อ่าว มีคนเป็นเหมือนกันหรอ

อ่านอะไรเป็นต้องปิดหมด
เพิ่งรู้นะเนี่ยะว่าฮิฮิปิดตัวไปแล้ว
ก็ว่าทำไมไม่เห็นตามแผงซักที
May 2nd, 2008 at 10:58
ว่าจะซื้ออยู่หลายทีแล้ว ยังไม่ทันซื้อเลย ไปซะแล้ว
อยากให้กำลังใจเค้านะ ออกไหม่มาคราวนี้ช่วยเต็มที่ ยกเว้นที่ราคา 155 นะ มันโหดเหลือเกิน
May 2nd, 2008 at 12:45
เป็นหนังสือที่ฮามากครับ ชอบคอลัม์ที่มีสาวๆพาไปในที่ต่างๆอ่ะครับ น่ารักดีครับ
ป.ล.ผมส่งเมล์ไปแล้วเมื่อกี้
May 2nd, 2008 at 13:35
Klear
May 2nd, 2008 at 14:26
รุ่นพี่ผมเคยทำงานที่ a day weekly และแล้วหนังสือก็ปิดตัว ย้ายไป 2 – 3 เล่ม ก็เป็นเหมือนเดิม หนังสือปิดตัว เลยมาตั้งข้อสงสัยว่า น่าจะ “เข้าแก๊งค์ไหนหัวหน้าตายหมด”
ไม่รู้ว่า ช่วงที่แล้วแกไปทำงานที่ ฮิฮิ หรือเปล่า อิอิ
May 2nd, 2008 at 15:59
ผมเป็นแฟนตัวยงคนหนึ่งเหมือนกันครับ สำหรับหนังสือเรื่องนี้
ผมว่าแล้ว ว่าที่ผ่านมาทำไมมันไม่วางแผง รอซื้ออยู่
:07:
ตอนแรกก็ไม่เอะใจอะไร คงปิดหนังสือช้า (ฺฮิฮิ เคยปิดหนังสือช้ามาครั้งนึง ประมาณปลายปีที่แล้ว)
แต่พอมาเดือนต่อไป ก็ยังไม่วางแผง
เราก็คิดเลยว่า มันไม่วางแผงแน่ ๆ เลย
ก็เศร้านะครับ
ซื้อมาตั้งแต่เล่มแรก (รูปเด็กอ้วน) จนถึงฉบับที่สิบหน้า
ขำทุกเล่มจริง ๆ ครับ
ชอบมุกมาก เพราะชอบหนังสือแนวนี้อยู่แล้ว
อยากให้สร้างต่อไปครับ
บิ๊กเบอร์รี๋
May 2nd, 2008 at 20:26
May 2nd, 2008 at 23:23
ถ้าลองคิดว่า คนอย่างพี่แอน คือกลุ่มลูกค้าของหนังสือแบบ ฮิฮิ และอีกหลายๆเล่มที่ทยอยเจ๊งไป
ก็คงไม่แปลกที่มันไม่มีโฆษณา
เพราะคนลักษณะนี้ ยากที่จะคล้อยตามโฆษณา คือโฆษณายาก ว่างั้น
นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำไมนิตยสารที่เราชอบอ่านมักไม่ค่อยมีโฆษณามั้งครับ
May 3rd, 2008 at 0:09
ชอบอ่านฮิฮิ เหมือนกันเลย เสียดายที่ปิดตัวไป
แต่ทำพ๊อกเก็ตบุ้ค มาก็ได้ครับ เก็บตังค์รอ
May 3rd, 2008 at 0:14
ทำหนังสือออกมาเลยค่ะ จะตามซื้อทุกฉบับเชียว ขอหนังสือแนวนี้สักเล่มเหอะ อ่านตอนอยู่ในห้องน้ำ อิอิ
ให้มีรอยยิ้มตอนเช้าก่อนไปทำงาน ก่อนออกไปสู่สังคมที่โหดร้าย (เว่อรไปมั๊ยเนี่ย)
ปล.ชอบพี่เอมากค่ะ ถ้าคุณแอนได้ออนเจอฝากบอกด้วยว่า จำได้ป่าวว่าพี่เคยส่งจม.เรื่องโดเรมอนให้หนูตอนอยู่ปี 1 ^_^
May 3rd, 2008 at 0:35
แต่ก็ไม่ใช่ว่า ฮิฮิ จะไม่ดัง
ผมเคยดูรายการ ผู้หญิง ถึง ผู้หญิง
เค้าก็เอาเรื่องราว “50 คำถาม” ที่เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ
มาออกรายการ
ก็ถือได้ว่า ฮิฮิ ก็มีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง
May 3rd, 2008 at 13:03
เหอๆ จะบอกว่า เห็นอยู่บ่อย ฮิฮิ เนี่ย แต่ก็ไม่เคยซื้ออ่านสักที
May 3rd, 2008 at 13:17
ไมไม่ทำขายออนไลน์ไปเลยล่ะครับ ผมว่าลดต้นทุนได้โขอยู่นา
May 3rd, 2008 at 13:23
ชอบฮิฮิในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะคอลัม์ทายปัญหาตอนท้ายเล่ม ยากดี ทายไม่เคยถูกสักครั้ง
May 3rd, 2008 at 16:53
Klear เคยร้องอยู่ที่พัทยาแหละแก
ใกล้ระยองเหมือนกัน
อยากไปซื้ออ่านบ้างจัง พวกมือหนังสือมือสองจะมีขายเล่มเก่าๆมั่งมั้ยเนี่ย
May 3rd, 2008 at 20:03
ติดฮิเหมือนกัน T T
–
ปล. พี่แอนอย่าอ่านซีจีพลัสนะ ได้โปรด
May 3rd, 2008 at 22:15
เสียดายฮิ
ไปร้านขายหนังสือหลังมอ
ถามว่าพี่ …. มีฮิมั้ย
เพื่อนๆฮาแตก
เรารักฮิฮิ
May 4th, 2008 at 12:50
ผมอ่านประจำเลยนะ พยามยามหาตามแผงหนังสือว่าเมื่อไหร่จะออก
เพิ่งรู้ว่าปิดซะแล้ว และกำลังจะกลับมาก
ละโว้ของละโว้จริงๆตู
May 4th, 2008 at 18:28
เข้าใจพี่เอครับ
ครั้งแรกในชีวิตที่ได้เป็น บก.หนังสือระดับ full scale commercial เราทำไปได้ 70% ก่อนเจ้านายจะมาบอกว่า ไม่ทำแล้วว่ะ ได้ตังค์น้อย นายไปทำเล่มอื่นในบริษัทเราแล้วกัน
ผมลาออกแม่งเลย
May 5th, 2008 at 18:24
อ๊าวเหรอ ปิดตัวจริงเดะ พึ่งรู้
ทำงานจนไม่รู้ว่าออกไม่ออก กะจะไปหาซื้อย้อนหลังที่ star soccer
pocket book 155 บาท ก็ยอมครับ
May 5th, 2008 at 20:27
-*- ไม่เคยอ่านง่ะ
ปิดตัวซะแล้ว แป่วว อดอ่านเลยนิ
เพิ่งมาใหม่นะก๊ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วย
May 7th, 2008 at 8:17
แม่งเซ็งเหมือนกันตอน adayweekly ปิดตัว ตามอ่านมาตั้งนาน
May 7th, 2008 at 10:06
อ่าน open เหมือนกันครับ จนฉบับสุดท้าย on vacation ปกสีส้ม
ไม่เคยอ่านฮิครับ แต่เมื่อก่อนที่จำได้ว่า มีหลายเล่มที่อ่านแล้วเจ๊ง
-Generation terrorist ของพี่ซี้ด นรเศรษฐ์ เสียดายมากๆ
-Scale อันนี้เล่มสุดท้ายที่ได้อ่านเป็นหน้าปกปลาวาฬ เรื่อง “ทานทุน”
-หนังสือในเครือโดโจฯ ของคุณบอยโกสิฯ ไม่ว่าจะเป็น Catch, Manga Catch
ที่น่าจะเป็นพิมพ์เขียวหนังสือแนววัยรุ่น แนวสตรีท ที่ฮิตๆกันตอนนี้
-Harm หนังสือเล่มเล็กโครตมันส์ หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้
อดีตอันหอมหวาน
May 7th, 2008 at 21:26
เปลี่ยนธีมใหม่แล้วหรอเนี่ย โอ้….ไม่น่าเชื่อ ปกติ พี่แอนจะไม่ค่อยเปลี่ยนธีม
ไม่นึกว่าจะเปลี่ยนแล้ว
May 7th, 2008 at 22:25
เคยอ่านเหมือนกัน
อ่านเล่มแอ๊บแบ๊ว
ชอบนะ
มุกแป่กได้ใจ!
ไม่น่าเชื่อว่าจะปิดตัวลงแล้ว
ทำไมตีมพี่แอนมันกลับเข้าสู่สามัญล่ะ
เรียบง่าย
แต่สวยงาม
May 28th, 2008 at 15:58
อ๋อ ฮิ ฮิ หนูก็อ่านเป็นประจำค่ะ
ส่วนใหญ่หนูก็จะอ่าน คอลัมม์ เพลงพาเพลินอะค่ะ
เพราะเดียวนี้ ไม่ค่อยมีนิตยาสารไหนล้อเลียนเพลงเลย
บางครั้ง อ่านแล้วมันเบื่อสุดชีวิต ก็ชั่ง กิโลขายซะเลย
ไม่เปลืองทุนดี
June 23rd, 2008 at 16:50
เขียนยาวได้ใจจริงๆ พี่น้อง
June 26th, 2008 at 19:10
“หา~ ฮิ .. มันเหงาจนแทบจะทน ไม่ หวา~ ฮิ”
ซะที่ไหนละ
หายยยยยยย ตะหากเร้าาาาา ฮิ