329 | อ่าอันอุ๊ด (อี้อุดอ๊ายใออีอิ๊ด)
อะอัดอีอั๊บอ้านอู้อ่าน อ๋มอู้ดไอ้อะอัด เอ๊าะเอิ้งอ่าอันอุ๊ดอา
นี่ไม่ใช่เทปซ้ำกับที่เล่ามาเมื่อสองปีก่อน (จนเผลอทำาพประกอบหายไปแล้ว
) นะครับ
แต่การไปผ่าฟันคุดซี่ล่างซ้ายตรงกรามด้านในสุดนี่
นับเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญ และใช้เวลานานมากที่สุดอีกครั้งในชีวิตผม
(อย่างน้อยก็นานกว่าการคิดว่าจะเรียนอะไรตอนเข้ามหาลัยดี เพราะตอนนั้นคิดแค่ไม่กี่นาที)
เชื่อว่าทุกคนมีเสี้ยนหนามในชีวิตอย่างน้อยๆ ก็หนึ่ง
ถ้าว่ากันตามแนวความคิดของมาสโลว์ (Maslow) ที่ว่าคนเรามีบันไดความต้องการอยู่หลายสเต็ป
บางคนจนยากและขาดปัจจัยพื้นฐาน ก็ขออยากได้อยากมีไว้ก่อน
พอมีปั๊บก็เริ่มอยากได้สังคม อำนาจ และสารพัดอย่างไล่ๆ กันมาตามตำรานั่นแล
แต่ส่วนของผมนี่ระดับความต้องการสมัยยังวัยรุ่นก็คือ ผมอยากสูง 
ตอนนั้นสูงแค่ร้อยห้าสิบเศษๆ ทำให้ไม่สามารถเป็น ร.ด.ได้เหมือนเพื่อนพ้องทั่วไป
ทำให้ต้องจับและเป็นทหารในกาลถัดมา (พอหมดฤดู ร.ด.ปั๊บ ผมสูงขึ้นปีเดียว ๒๐ ซ.ม.!)
แต่ก็นั่นแหละ หลังจากตัวเองผ่านความต้องการที่จะสูงนั้นมาได้แล้ว ก็เริ่มสำรวจร่างกายตัวเอง
ว่ากูยังขาดตกบกพร่องอะไรอีกไหม (อันนี้คงขอข้ามเรื่องหน้าตาไป มันคงหล่อได้สุดเพดานแล้ว)
แล้วก็พบว่าสุขาพปากของตัวเองนั้นแย่มาก – เรียกง่ายๆ ว่า ผมปากเสียมากครับ
หลังจากผ่าฟันคุดไปรอบที่แล้วเมื่อสองปีก่อน และทำการรักษารากฟันจนสบาย(กระเป๋าตังค์)
ผมก็ทิ้งช่วงไม่ได้ไปยุ่งกะอีกซี่ที่เหลือ ที่ว่าจะ ว่าจะผ่าสักที ก็ได้แต่ว่าจะ ว่าจะ ว่าจะ ว่าจะ
จนอีซี่ที่คุกซึ่งมันไปเอียงพิงกับฟันกรามปกติ ทำให้เกิดช่องแคบโอซามุขึ้นในปาก และแปรงไม่ถึง
(ขอตั้งชื่อช่องแคบนี้เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ผู้นำทางจิตวิญญาณคนหนึ่งของผมครับ.. จะดีใจไหมนี่)
พอเศษอาหารมันไปอุดที่ช่องแคบโอซามุนี้บ่อยๆ เข้า ฟันกรามที่ปกติกีมันก็เลยเริ่มผุ
พอผุแล้วก็ปวด ก็ทำให้นึกได้ถึงสัญญาที่ให้ไว้กับเจ้าพ่อโอซามุนี้
ว่าวันหนึ่งลูกช้างจะไปผ่าอีฟันบ้า อีเสี้ยนหนามสุดท้ายในช่องปากนี้ออก
เมื่ออาการมันเริ่มกำเริบก็เริ่มเป็นโจทย์บังคับแล้วล่ะ ว่ามึงต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่จะแก่เกินไป
(การผ่าฟันคุดเนี่ย หมอแนะนำให้ทำตั้งกะยังเป็นวัยรุ่น ซึ่งผมอยู่ในช่วงวัยรุ่นตอนปลายพอดี)
ผมเตรียมตัวเตรียมใจนานหลายวัน วางแผนหาเวลาว่างและเตรียมใจเป็นเดือนๆ
พูดซ้ำอีกทีก็ได้ว่าตอนจะไปเ็นทหารในกองร้อยยังเฉยๆ เลย ไม่ได้ประหม่าขนาดนี้
จนถึงเมื่อคืน ตอนนอนก็กว่าจะหลับได้ เหงื่อแตกพลั่กๆ แต่ก็หลับลง และตื่นมาพบกับวันนี้
ผมนัดหมอไว้บ่ายโมง แต่มาตื่นเอาเที่ยง ตั้งใจแปรงฟันอย่างดีเหมือนจะเป็นการสั่งลาอีฟันบ้านี่
เดินลงมาข้างล่างปั๊บก็พบว่ารรยาผัดมาม่าไว้ให้กิน เลยกิน แล้วก็แปรงฟันอีกรอบก็ได้วะ
เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ไปคลินิกหมอฟันเจ้าเดียวกับที่เคยไปเมื่อสองปีก่อนนั่นแหละครับ
ไปนั่งรออยู่สักพัก ในมือก็ถือหนังสือ “ทักษิณวิปโยค” ของหมอพรทิพย์อ่านไปด้วย (ยิ่งหลอน)
พอหมอเรียกเข้าไปเท่านั้นแหละ ทีแรกกะว่าคงจะมีการบิ๊ว การอินโทรอะไรต่อมิอะไรบ้าง
แต่ไม่เลยครับ คุณหมอ(ผู้ชาย แต่มีผู้สวยสาวสุดตึง เสื้อสีขาวกางเกงยีนส์ขาสั้นจุ๊ดจู๋)ก็เริ่มเลย
แค่แนะนำว่าถ้าเจ็บก็ให้ทำใจ เอ๊ย ให้บอกหมอนะครับ แล้วก็ลงมือฉีดยาชาเลย สองเข็ม!!
เฮ้ยหมอ
!!
ผมอาศัยจังหวะช่วงที่รอให้ยาชาออกฤทธิ์ เนียนคุยกะหมอเรื่องเคสนี้ว่ามันยากไหม
หมอก็ให้กำลังใจ บอกว่า “กลางๆ ครับ” (นั่นแปลว่ายาก) แล้วหันไปสั่งผู้ช่วยทันที
เอาคีมเบอร์แปด ค้อนเบอร์ห้า เลื่อย สว่าน ลิ่ม ตะไบอะไรไม่รู้
เนียนเรียกเป็นาษาหมอ คิดว่าผมไม่รู้เรอะ
ถึงจะโดนผ้าปิดหน้าแต่ผมได้ยินเสียงนะครับ
เอาเข้าจริงๆ คือกว่าครึ่งชั่วโมงหลังจากนั่นเป็นต้นมา ผมไม่รู้สึกเจ็บใดๆ ทั้งสิ้นเพราะฤทธิ์ยา
รู้แต่ว่ามีเสียง ครืดดดดดด ปั้ก ปั้ก ปั้ก วี้~~ อิคึ อิคึสารพัด ชำเราอยู่ในปากตัวเอง
นุ่มขนาดที่ฟันกรามพิการที่ว่าเนี่ยหลุดไปตอนไหนยังไม่รู้เลย
ไม่เจ็บครับ ไม่เจ็บสักนิด
เสร็จแล้วหมอก็เย็บแผล (ตอนนี้รู้สึกว่ามีไหมเหมือนไหมขัดฟันมานัวเนียๆ แถวๆ ปาก)
เย็บเสร็จก็เอาสำลีมาให้กัด กัดแน่นๆ สองขั่วโมงนะ ถ้าเลือดยังไม่หยุดก็กัดอีกก้อน
เสร็จแล้วจ่ายตังค์ (๑๖๕๐ บาทครับ) แล้วก็ไปเดินโลตัสกับรรยา
ป.ล.
ตอนนี้ก็ผ่านเหตุการณ์นั้นมาได้สองชั่วโมงพอดี เขียนเสร็จก็จะเอาสำลีไปทิ้ง
แล้วก็กินยาแก้ปวดกะแก้อักเสบหลังอาหาร อาทิตย์นึงก็หายแล้วจ้ะ (ขอให้เป็นตามนั้นเท้อะ~)
ป.อ.
ขออัยที่บล็อกตอนนี้ไม่มีาพประกอบ ทีแรกว่าจะวาดแบบโหดๆ เลือดๆ ซะหน่อย
แต่ต้องกัดก้อนสำลีที่อุดปากแผลอยู่ เลยวาดไม่ถนัด (ถ้ามันพอจะเป็นข้อแก้ตัวได้ก็จะดีใจมากครับ)
ป.ฮ.
หลังจากเดินโลตัสก็ไปร้านการ์ตูน พนักงานรี่เข้ามาถาม(อย่างตั้งใจ)ว่าหาหนังสืออะไรคะ
ผมอมสำลีอยู่ พูดไม่ได้ จะใช้าษามืิออธิบายว่าไปผ่าฟันคุดมาก็ดูจะซับซ้อนไปหน่อย
ก็เลยเลือกที่จะเดินชิ่งหนีพนักงานคนนั้นมาเลย รู้สึกผิดมากครับ
เลยซื้อโอซาว่าฮายกครัวมาสามเล่มเป็นการปลอบขวัญ (นีมันวันเสียตังค์แห่งชาติอีกแล้วเรอะ!)

October 25th, 2009 at 17:52
เขียนป้ายติดตัวไว้โล้ด
ว่า
“ผ่าฟันคุดมา อย่าถาม !?’
(จะใช้ฟอนต์อะไรถึงจะเหมาะดี ?)
October 25th, 2009 at 17:55
@ Windy:
ผ่างวดก่อนก็เคยทำป้ายที่ว่านี่เหมือนกัน
October 25th, 2009 at 20:04
ผมก็มีที่ต้องไปผ่าเหมือนกันเห็นแล้วเศร้าใจ TT.TT
October 25th, 2009 at 20:06
อะอังอะอิดไออะ โอ้ยยากก
ระวังจะติดใจนะ อัยย์ผ่าไปสอง ถอนไปอีกนิด ๆ หน่อย 6+
ตอนนี้ถ้าหมอนัดถอนหรือผ่าอีก แทบจะปรี่ไปทำเลย ชอบ >w<
October 25th, 2009 at 20:24
เพิ่งถอนฟันคุดมาเหมือนกัน ข้างซ้ายบนล่างเลย ซักอาทิตย์กว่้าๆ
ช่วงแก้มบวม ดันต้องไปทำใบขับขี่พอดี แก้มยังโย้วอยู่เลย 555
October 25th, 2009 at 20:30
งั้นผมขอเล่าของผมบ้างนะ แบ่งปันกัน อิอิ
ตอนนั้นผมก็รู้ตัวว่าฟันคุดขึ้น แต่ไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไร ก็คิดว่าไม่เป็นไร ก็ปล่อยไป หลายปีผ่านไป มันก็โตเต็มตัวฉลาดเต็มไว แล้วก็เอียง จากนั้น วันนึงผมก็แคะฟันเล่น ก็รู้ว่ามันมีโปรง แล้วปวด ถ้าไปโดน ก็เลยแน่ใจว่าผุ เลยไปหาหมอกะว่าให้อุดฟัน
แต่ปรากฏว่าหมอบอกว่า เป็นเพราะฟันคุด มันเอียงเลยแปรงไม่ถึง อย่างนี้แหล่ะ ให้ผ่าฟันซะ ก็นัดวันผ่า ส่วนฟันที่ผุ ปล่อยมันไปก่อน หมอไม่สนใจทำให้ ใจก็กลัวๆเหมือนกัน เพราะจากประสบการณ์การรับรู้จากคนรอบข้างต่างบอกว่าเจ็บปวดทรมานมาก
แต่ก็ต้องทำ ไม่งั้นเจ็บปวดจากการผุ แต่ไปทำโครงการ 30 บาทครับ เขานัดวันให้บอกว่าหมอชำนาญด้านนี้โดยเฉพาะ การทำก็ผ่านไปด้วยดี ไม่เจ็บอะไรเลยซักนิด ทำเสร็จก็ไม่เจ็บ และไม่เห็นมีเย็บเลย เป็นหลุมๆอย่างนั้นแหล่ะ ซักพักมันก็เติมขึ้นมาเรียบเอง
แต่ครั้งที่2 คือผ่าอีกฝั่งนึง ครั้งนี้ลำบากเพราะรากมันติดข้างใน แน่น หมอเอาอะไรมา อ๊อดดๆๆๆๆๆๆ คงจะประมาณใบเลื่อย แงะอยู่นาน ก็เรียบร้อย
กลับมา เจ็บนิดหน่อย แต่ไม่มากนัก
ผ่านมาหลายปี ทุกวันนี้ก็ปกติดีครับ
October 25th, 2009 at 20:44
@ kue:
ขอบคุณครับ ไอ้จังหวะอ๊อดๆ ที่ว่านี่แหละ โคตรปวดเลย T-T
October 26th, 2009 at 0:26
พอได้สามวันให้เริ่มพูดนะคะ
รักษาความสะอาดในช่องปากตามที่หมอสั่งนะ
ถ้าไม่พูดเลยจนอาทิตย์นึงจะมีเชื้อโรคไปหมักหมม(เพราะบริเวณไม่ค่อยได้โดนอากาศ)
แผลจะหายช้านะคะ
นี่เรื่องจริงนะพี่ เรียนมาอย่างนี้ ^ ^
หายไวไวนะคะ ปวดก็ทานพอนสแตน
นทพ.เป็นห่วง
October 26th, 2009 at 0:30
โอ้วววว ขอบคุณพระเจ้าครับ
October 26th, 2009 at 1:20
กำลังจะผ่าปลายเดือนนี้เหมือนกันฮะ
แต่หวาดเสียวกว่า เพราะไปเป็นอินเทนเดอร์ให้กับนิสิตทันตแพทย์ แหงววววว
October 26th, 2009 at 14:54
ผมบ่ายเบี่ยงจะผ่ามา 2 ปีแล้ว
ต้ังแต่ผมอ่านที่พี่เขียนไว้เมื่อก่อน
มาอ่านคราวนี้อีก
แล้วทำให้ไม่อยากไปผ่าเลย (ความผิดพี่แอนเต็มๆ)
October 26th, 2009 at 14:56
@ panda:
เย้ย เกี่ยวไรเล้าว์ว์!!
October 26th, 2009 at 15:55
เมื่อเดือนก่อนไปถอนฟันกรามมา 2 ซี่ ตั้งใจจะไปอุด หมอบอกถอนไปเล้ยยย…
ไม่ได้ใช้หรอก -*- ไม่ได้เตรียมใจมา แต่สุดท้ายก็ถอน ไม่เจ็บแต่รู้สึกตึงแน่นมากๆ
ใช้เวลาเกินครึ่งชั่วโมงกว่าจะถอนออก โดนยาชาไป 4 เข็ม…
…แต่ยังไม่หมด ยังเหลืออีกฟันกรามอีก 2 ซี่อีกฝั่งนึง รอทำใจได้ก่อนค่อยไปใหม่ = =
October 26th, 2009 at 17:08
อ่าๆ ผมอยากรู้เรื่อง โอซามุ จังเลยครับ
October 29th, 2009 at 16:37
ของผมมันไม่ใช้ฟันคุดอะ
มันเป็นฟันถัดจากซี่ในสุดอะคับ
ไม่รู้ว่าเป็นฟันน้ำนหรอป่าวแต่มันงอกซ้อนกัน
ด้านบนซ้าย กับล้างขวา
ล่างขวาเนี่ยซ้อนกับฟันเขี้ยวอะคับ
อยากไปถอนแต่ไม่อยากไปหาหมอ
November 18th, 2009 at 17:03
ผ่าฝันคุต ทำเป็นมาคุย ผมเคยตั้งใจจะผ่าฟันพญานาค เลยนะจะบอกให้ *-*