16

อะอัดอีอั๊บอ้านอู้อ่าน อ๋มอู้ดไอ้อะอัด เอ๊าะเอิ้งอ่าอันอุ๊ดอา :05:

นี่ไม่ใช่เทปซ้ำกับที่เล่ามาเมื่อสองปีก่อน (จนเผลอทำภาพประกอบหายไปแล้ว :05: ) นะครับ
แต่การไปผ่าฟันคุดซี่ล่างซ้ายตรงกรามด้านในสุดนี่
นับเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญ และใช้เวลานานมากที่สุดอีกครั้งในชีวิตผม
(อย่างน้อยก็นานกว่าการคิดว่าจะเรียนอะไรตอนเข้ามหาลัยดี เพราะตอนนั้นคิดแค่ไม่กี่นาที)

เชื่อว่าทุกคนมีเสี้ยนหนามในชีวิตอย่างน้อยๆ ก็หนึ่ง
ถ้าว่ากันตามแนวความคิดของมาสโลว์ (Maslow) ที่ว่าคนเรามีบันไดความต้องการอยู่หลายสเต็ป
บางคนจนยากและขาดปัจจัยพื้นฐาน ก็ขออยากได้อยากมีไว้ก่อน
พอมีปั๊บก็เริ่มอยากได้สังคม อำนาจ และสารพัดอย่างไล่ๆ กันมาตามตำรานั่นแล
แต่ส่วนของผมนี่ระดับความต้องการสมัยยังวัยรุ่นก็คือ ผมอยากสูง :16:
ตอนนั้นสูงแค่ร้อยห้าสิบเศษๆ ทำให้ไม่สามารถเป็น ร.ด.ได้เหมือนเพื่อนพ้องทั่วไป
ทำให้ต้องจับและเป็นทหารในกาลถัดมา (พอหมดฤดู ร.ด.ปั๊บ ผมสูงขึ้นปีเดียว ๒๐ ซ.ม.!)

แต่ก็นั่นแหละ หลังจากตัวเองผ่านความต้องการที่จะสูงนั้นมาได้แล้ว ก็เริ่มสำรวจร่างกายตัวเอง
ว่ากูยังขาดตกบกพร่องอะไรอีกไหม (อันนี้คงขอข้ามเรื่องหน้าตาไป มันคงหล่อได้สุดเพดานแล้ว)
แล้วก็พบว่าสุขภาพปากของตัวเองนั้นแย่มาก – เรียกง่ายๆ ว่า ผมปากเสียมากครับ

หลังจากผ่าฟันคุดไปรอบที่แล้วเมื่อสองปีก่อน และทำการรักษารากฟันจนสบาย(กระเป๋าตังค์)
ผมก็ทิ้งช่วงไม่ได้ไปยุ่งกะอีกซี่ที่เหลือ ที่ว่าจะ ว่าจะผ่าสักที ก็ได้แต่ว่าจะ ว่าจะ ว่าจะ ว่าจะ
จนอีซี่ที่คุกซึ่งมันไปเอียงพิงกับฟันกรามปกติ ทำให้เกิดช่องแคบโอซามุขึ้นในปาก และแปรงไม่ถึง
(ขอตั้งชื่อช่องแคบนี้เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ผู้นำทางจิตวิญญาณคนหนึ่งของผมครับ.. จะดีใจไหมนี่)
พอเศษอาหารมันไปอุดที่ช่องแคบโอซามุนี้บ่อยๆ เข้า ฟันกรามที่ปกติกีมันก็เลยเริ่มผุ

พอผุแล้วก็ปวด ก็ทำให้นึกได้ถึงสัญญาที่ให้ไว้กับเจ้าพ่อโอซามุนี้
ว่าวันหนึ่งลูกช้างจะไปผ่าอีฟันบ้า อีเสี้ยนหนามสุดท้ายในช่องปากนี้ออก
เมื่ออาการมันเริ่มกำเริบก็เริ่มเป็นโจทย์บังคับแล้วล่ะ ว่ามึงต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่จะแก่เกินไป
(การผ่าฟันคุดเนี่ย หมอแนะนำให้ทำตั้งกะยังเป็นวัยรุ่น ซึ่งผมอยู่ในช่วงวัยรุ่นตอนปลายพอดี)

ผมเตรียมตัวเตรียมใจนานหลายวัน วางแผนหาเวลาว่างและเตรียมใจเป็นเดือนๆ
พูดซ้ำอีกทีก็ได้ว่าตอนจะไปเ็นทหารในกองร้อยยังเฉยๆ เลย ไม่ได้ประหม่าขนาดนี้
จนถึงเมื่อคืน ตอนนอนก็กว่าจะหลับได้ เหงื่อแตกพลั่กๆ แต่ก็หลับลง และตื่นมาพบกับวันนี้

ผมนัดหมอไว้บ่ายโมง แต่มาตื่นเอาเที่ยง ตั้งใจแปรงฟันอย่างดีเหมือนจะเป็นการสั่งลาอีฟันบ้านี่
เดินลงมาข้างล่างปั๊บก็พบว่าภรรยาผัดมาม่าไว้ให้กิน เลยกิน แล้วก็แปรงฟันอีกรอบก็ได้วะ
เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ไปคลินิกหมอฟันเจ้าเดียวกับที่เคยไปเมื่อสองปีก่อนนั่นแหละครับ
ไปนั่งรออยู่สักพัก ในมือก็ถือหนังสือ “ทักษิณวิปโยค” ของหมอพรทิพย์อ่านไปด้วย (ยิ่งหลอน)

พอหมอเรียกเข้าไปเท่านั้นแหละ ทีแรกกะว่าคงจะมีการบิ๊ว การอินโทรอะไรต่อมิอะไรบ้าง
แต่ไม่เลยครับ คุณหมอ(ผู้ชาย แต่มีผู้สวยสาวสุดตึง เสื้อสีขาวกางเกงยีนส์ขาสั้นจุ๊ดจู๋)ก็เริ่มเลย
แค่แนะนำว่าถ้าเจ็บก็ให้ทำใจ เอ๊ย ให้บอกหมอนะครับ แล้วก็ลงมือฉีดยาชาเลย สองเข็ม!!

เฮ้ยหมอ :07: !!

ผมอาศัยจังหวะช่วงที่รอให้ยาชาออกฤทธิ์ เนียนคุยกะหมอเรื่องเคสนี้ว่ามันยากไหม
หมอก็ให้กำลังใจ บอกว่า “กลางๆ ครับ” (นั่นแปลว่ายาก) แล้วหันไปสั่งผู้ช่วยทันที
เอาคีมเบอร์แปด ค้อนเบอร์ห้า เลื่อย สว่าน ลิ่ม ตะไบอะไรไม่รู้
เนียนเรียกเป็นภาษาหมอ คิดว่าผมไม่รู้เรอะ :05: ถึงจะโดนผ้าปิดหน้าแต่ผมได้ยินเสียงนะครับ

เอาเข้าจริงๆ คือกว่าครึ่งชั่วโมงหลังจากนั่นเป็นต้นมา ผมไม่รู้สึกเจ็บใดๆ ทั้งสิ้นเพราะฤทธิ์ยา
รู้แต่ว่ามีเสียง ครืดดดดดด ปั้ก ปั้ก ปั้ก วี้~~ อิคึ อิคึสารพัด ชำเราอยู่ในปากตัวเอง
นุ่มขนาดที่ฟันกรามพิการที่ว่าเนี่ยหลุดไปตอนไหนยังไม่รู้เลย :16: ไม่เจ็บครับ ไม่เจ็บสักนิด

เสร็จแล้วหมอก็เย็บแผล (ตอนนี้รู้สึกว่ามีไหมเหมือนไหมขัดฟันมานัวเนียๆ แถวๆ ปาก)
เย็บเสร็จก็เอาสำลีมาให้กัด กัดแน่นๆ สองขั่วโมงนะ ถ้าเลือดยังไม่หยุดก็กัดอีกก้อน
เสร็จแล้วจ่ายตังค์ (๑๖๕๐ บาทครับ) แล้วก็ไปเดินโลตัสกับภรรยา

ป.ล.
ตอนนี้ก็ผ่านเหตุการณ์นั้นมาได้สองชั่วโมงพอดี เขียนเสร็จก็จะเอาสำลีไปทิ้ง
แล้วก็กินยาแก้ปวดกะแก้อักเสบหลังอาหาร อาทิตย์นึงก็หายแล้วจ้ะ (ขอให้เป็นตามนั้นเท้อะ~)

ป.อ.
ขออภัยที่บล็อกตอนนี้ไม่มีภาพประกอบ ทีแรกว่าจะวาดแบบโหดๆ เลือดๆ ซะหน่อย
แต่ต้องกัดก้อนสำลีที่อุดปากแผลอยู่ เลยวาดไม่ถนัด (ถ้ามันพอจะเป็นข้อแก้ตัวได้ก็จะดีใจมากครับ)

ป.ฮ.
หลังจากเดินโลตัสก็ไปร้านการ์ตูน พนักงานรี่เข้ามาถาม(อย่างตั้งใจ)ว่าหาหนังสืออะไรคะ
ผมอมสำลีอยู่ พูดไม่ได้ จะใช้ภาษามืิออธิบายว่าไปผ่าฟันคุดมาก็ดูจะซับซ้อนไปหน่อย
ก็เลยเลือกที่จะเดินชิ่งหนีพนักงานคนนั้นมาเลย รู้สึกผิดมากครับ
เลยซื้อโอซาว่าฮายกครัวมาสามเล่มเป็นการปลอบขวัญ (นีมันวันเสียตังค์แห่งชาติอีกแล้วเรอะ!)

« 328 | พลังเนิร์ด330 | นี่คือการ์ตูนปรัชญา »

This website uses IntenseDebate comments, but they are not currently loaded because either your browser doesn't support JavaScript, or they didn't load fast enough.