| อัปเดตผ่าน RSS

๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ - การซ่อมคอมครั้งแรกของผม

Day08

ราวๆ อาทิตย์ที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นที่คอมของผม
(มีชื่อเล่นว่า “จ่า” เพราะตอนเป็นทหารแล้วยกไปช่วยงานที่กองร้อย มันได้ติดยศจ่า)
คือพัดลมของจ่ามันดัง หงี่~~ ทุกครั้งที่เปิดเครื่อง เสียงเหมือนใครสักคนกำลังแซว
ลองแงะกระดองเคสมันมาแล้วเอาหูแนบ (ยืนบนพรมเช็ดเท้าครับ ไฟจะได้ไม่ดูด)
ก็ยังไม่พบว่าต้นกำเนิดเสียงมาจากพัดลมตัวไหน ขนาดเอานิ้วลองจิ้มดูก็ไม่หาย
คือเสียงมันเหมือนมีอะไรไปขัดใบพัดลม - เดาว่าคงเป็นสายไฟอะไรสักเส้นนี่แหละ
พอขยับๆ เครื่องสักพัก กดปิดแล้วเปิดใหม่ก็หาย เลยไม่ได้ทำอะไรกับมัน

จนกระทั่งผมไปซื้อฮาร์ดดิสก์แบบพกพามาจากเซียร์เมื่อวันก่อน
ก็เลยนั่งย้ายข้อมูลที่ไม่คิดจะเก็บในเครื่อง (ซึ่งก็คือเพลงเถื่อนทั้งหมดที่มี) ออกมา
มันใช้เวลาย้ายนานมากๆ จนอยู่ดีๆ ก็มีเสียงหวื่อดังขึ้นมาอีก

แล้วจอก็ดับ!

พออาการมาถึงตรงนี้ ก็เลยนึกถึงอาการที่อ่านพบในบอร์ดฟ๐นต์บ่อยๆ
ก็คือเล่นคอมอยู่ดีๆ มันดันดับเองบ้าง หรือไม่ก็เปิดไม่ติดบ้าง
พอมีคนมาถามคำถามประเภทนี้ คำตอบที่ได้รับก็จะออกมาเป็นในแนวเดียวกัน
ก็คือ “Power Supply เสีย”

ผมแกะกระดองของจ่าออกมาดูอีกครั้ง เอาหูไปจ่อพัดลมทีละตัวเพื่อหยั่งเสียงดู
เออว่ะ ที่ไม่รู้แหล่งกำเนิดของเสียงก็เพราะว่ามันดังมาจากกล่อง PSU นี่เอง
(Power Supply Unit มันคือกล่องที่มีไว้จ่ายไฟ อยู่ด้านหลังตัวเคสของคอมครับ)
(อ้อ ขออีกวงเล็บนึง — อีกล่องใหญ่ๆ ที่วางข้างจอนี่เขาเรียกเคสครับ ไม่ใช่ซีพียู)
ว่าแล้วก็ลองโทรถามพี่เลย์ เพราะพี่แกก็เพิ่งเจ๊งมา
เลยได้คำตอบที่สร้างความมั่นใจว่า เจ๊งชัวร์

โอเค วันนี้ตอนบ่ายๆ ก็เลยยกมันไปที่ร้านคอมเล็กๆ หน้าโลตัสวังหิน
โดนไป ๕๙๐ บาท (ถ้ารู้อาการไปก่อนถึงมือช่าง จะไม่เสียค่า “ซ่อม” อีกสามร้อย)
กลับบ้านมา สบายใจครับ เปิดคอมแล้วเสียงหงี่ๆ หายไป แต่มีเสียงพัดลมกระหึ่มมาแทน

เวรกรรม..

จะว่าไปเมื่อก่อนผมเป็นคนที่รู้เรื่องคอมพิวเตอร์ค่อนข้างมาก — ในหมู่เพื่อนห้องเดียวกัน
ขออวดตัวไว้เลยว่าเมื่อก่อนนี้ใครถามอะไรมาก็มั่นใจได้เลยว่าไอ้แอนมึงตอบได้แน่ๆ
แต่พอพ้นกะลาใบนั้นมา จนได้รู้จักว่าโลกนี้มีอินเทอร์เน็ต และความรู้ทั้งมวลมันอยู่ในนี้
ผมก็เลยกลายสภาพจากเด็กเกรียนๆ และอวดรู้ไปทั่ว มาเป็นผู้ใช้ระดับธรรมดาๆ
ที่นิยมฟังเพลง MP3 และใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนเต็มเครื่อง (พยายามลดอยู่ครับ จริงๆ นะ)

อารมณ์มันเหมือนกับว่าเรามีเพลงเถื่อนอยู่เต็มเครื่อง
บางเพลงหายากมากระดับห้าดาว การมีไว้ครอบครองนี่ถือว่าโคตรจ๊าบ โคตรมะ
ในเครื่องผมก็เลยมีอีเพลงเหล่านี้เต็มไปหมด แบบที่เจ้าของค่ายมาเห็นได้กรี๊ดลั่นซอยแน่ๆ
แต่พอยุคนี้มาถึง มันเป็นยุคที่อะไรก็หาง่ายด้วยความเอื้ออำนวยของเทคโนโลยี
ทำให้ความคลาสสิกตรงนี้หายไป ผมเลยไม่จำเป็นต้องเก็บอะไรแบบนี้ไว้ในเครื่องแล้ว
ก็เลยเอาออกซะ (จะได้มีเนื้อที่ไว้โหลดสารคดีเยอะๆ แทน)

ป.ล.
บล็อกวันนี้ตั้งใจเขียนสะท้อนถึงความเป็นจริงของพฤติกรรมของผู้บริโภค “ธรรมดา” ครับ
อาจจะเขียนเสียดสีได้ไม่เนียนหรืออะไรก็ไม่รู้ ถ้ามันอ่านแล้วขัดตาขัดใจก็ขออภัยครับ
ผมเข้าใจว่าคุณเข้าใจ และขอให้มั่นใจว่าผมก็เข้าใจคุณ

ป.อ.
ตอนหัวค่ำ ไปกินอาหารญี่ปุ่นที่ภัตตาคารชื่อเหมือนภูเขา (เออ ..สันกาลาคีรีไงไอ้แสด)
กับเพื่อน (เป็นตำแหน่งที่มากับคำว่าลูกค้า) ที่ทำงานอยู่ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง
ค่ายเพลงนี้กำลังเปลี่ยนตัวเองครั้งใหญ่เพื่อปิดฉากยุคของซีดีเถื่อนไปสู่ยุคของดิจิทัล
นับเป็นวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจครับ ผมเชื่อว่าค่ายนี้อ่านเกมเรื่องของการตลาดขาดดีเลยแหละ
หมดไปคนละเกือบพัน นี่ตูก้าวเข้ามาสู่โลกของการเลี้ยงตอบแทนลูกค้าอะไรแบบนี้แล้วเหรอ

ป.ฮ.
หลังจากแบ่งเอาของเถื่อนหมดไปจากเครื่องเรียบร้อยแล้ว ก็มีเนื้อที่เหลืออยู่เพียบเลยครับ
แต่เนื่องจากเมื่อก่อนดันแบ่งพาร์ติชั่นไว้เละเทะ ไดรฟ์ระบบที่มีเหลือเนื้อที่แค่ ๖๐ เม็ก!
จึงถึงเวลาที่จะต้องทำอะไรสักอย่างกับมัน (เพราะมันช้ามากจนน่าตกใจ)
คิดได้ดังนั้นแล้วก็เลยลงวินโดวส์ใหม่ แล้วก็โปรแกรมใหม่ทั้งหมดซะเลย
แต่คงไม่ได้ยุ่งยากเหมือนชาวบ้านเพราะในเครื่องยังมีตัวติดตั้งโปรแกรมอยู่เยอะเหมือนกัน
นี่เพิ่งลงเสร็จครบครันเมื่อตอนดึกๆ ครับ เร็วขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัวเลย .. แต่จะได้สักกี่น้ำกันนะ

Tags: , , , ,