111 | สวัสดีวันปีใหม่พา~

เผลอแผล็บเดียว เราก็ได้เห็นปฏิทินชุดใหม่
ผมได้รับจากที่เขาแจกมา ก็พลิกๆ ดูว่าวันไหนบ้างที่เป็นวันหยุดในปีใหม่เอี่ยมนี้
มองหาวันเกิดตัวเอง ว้า.. ไม่ตรงกะวันหยุดแฮะ
แล้วยังไงเหรอครับ?
ปีใหม่แล้วยังไงเหรอครับ? วันเกิดแล้วยังไงเหรอครับ
มันก็แค่ตัวเลขที่มนุษย์ยุคนึงกำหนดตีกรอบขึ้นมาให้ลูกหลานต้องวิ่งตามรางนี้นี่
แล้วมันจะมีอะไรดีเหรอครับ?
รัฐบาลจะทำดี เลิกเดกเนียนๆ แล้วเหรอครับ
หมอดูจะทยอยออกมาทำนายดวง เอาตังค์เข้าเป๋าตุงต้นปีเหรอครับ (แต่ละปี ..โคตรแม่น)
หรือว่าจะทำให้โลกอุ่นขึ้นอีกนิดเพราะใกล้ถึงวันโลกแตกเข้าไปอีกปี เหรอครับ
เที่ยวกันทำไมครับ ปีใหม่ บ้าหรือเปล่า
รถก็ติด ตาสีตาสาก็พากันหิ้วลูกหลานหนีออกจากตัวเองไปสู่โลกแมทริกซ์
ไปถ่ายรูปกับป้ายสถานที่ท่องเที่ยว ในท่าบังคับชูสองนิ้ว ทุกคนยิ้ม?
แล้วเอามาล้างอัดที่แล็บดิจิตอล รอพรุ่งนี้มารับนะพี่ .. ช่วงนี้คนอัดกันเยอะเพราะปีใหม่
ปีใหม่.. ปีใหม่.. ปีใหม่แล้วยังไงเหรอครับ?
ฝรั่งเขายัดคำว่าแฮปปี้นิวปี้มากรอกหูเรา จนเราเปลี่ยนปีใหม่จากเดิมมาเป็นวันนี้
โอย ดีใจกัน นับถอยหลัง ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง จุดพลุ ปุ้ง ปุ้ง ปุ้ง
ปีใหม่แล้วครับพี่น้อง เฮ้ย ปีใหม่แล้วโว้ย
ปีใหม่แล้ว… แล้วมันทำไมเหรอครับ?
มันก็แค่วันธรรมดาวันหนึ่งไม่ใช่เหรอครับ
เอาใหม่
ช่วงเวลาเดียวกันนี้ของปีที่แล้วผมก็เขียนไว้ในบล็อกหยาบคายด้วยอารมณ์ประมาณนี้แหละครับ
(อ๊ะ นี่กูเขียนบล็อกมาปีกว่าแล้วเหรอวะ ถึงว่าสิ พักหลังๆ เลยขี้เกียจ)
พอกลับมานึกดู .. แม่ง กะแล้วว่าต้องมีวันนี้
วันที่มองย้อนกลับไปหาตัวเองเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก (อย่างน้อยก็เด็กกว่าตอนนี้ ซึ่งเริ่มหนุ่มแล้ว)
และเห็นอะไรแนวได้ กูแนว กูขบถ ความแหกคอกคือความเท่ — ทั้งที่ไม่รู้ว่าคอกนั่นคอกอะไร
ยังจำได้ว่าหลายปีก่อนผมเป็นแม่งานทำหนังสือปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ของมหาลัย
มันจะมีเซคชั่นนึงที่น่าเบื่อมากๆ ก็คือการทำหนังสือขอ “โอวาท” จากคณบดีคณะต่างๆ
เพื่อเอามาประดับไว้ให้รุ่นน้องพลิกข้ามไปหาไอ้หน้าที่มันมีอะไรตึงๆ เนียนๆ ตาดูแทน
ผมก็ไม่คิดหรอกว่าจะมีคณบดีท่านนึงเป็นนักเขียนกะเขาด้วย
นักเขียนนี่.. ยังไงนะ – แกเขียนไม่ได้เก่งกาจปราบดาโหน่งอะไรหรอกครับ
แต่เขียนด้วยการลำดับความคิดให้น้องๆ รู้ว่า ดูเถิด วัยรุ่นทั้งหลายเอ๋ย
เจ้าเกิดมาพอถึงวัยนี้ปั๊บ ต่างก็เป็นเหมือนๆ กันนี่แหละ
คือพยายามหาทางออกจาก “กรอบ” และหา “ที่ยืน” ของตัวเองด้วยการพยายาม “แตกต่าง”
เถียงได้เหรอ เอาสิ เถียงสิ ผู้ใหญ่แม่งงี่เง่า แม่งโกง แม่งสร้างสิ่งมอมเมา แม่งตกยุคว่ะ
พอแตกต่างแล้ว ก็บอกว่ากูแน่ กูแนว กูแซ้บ กูจ๊าบ กูเกิ้ล .. โดยที่ไม่รู้ว่ากูจะเกิ้ลไปทำไม
วันหนึ่งพวกเจ้าโตขึ้นมา เจ้าก็จะเข้าใจเองว่าทุกอย่างมีเหตุและมีผลในน้ำเนื้อของมัน
ผมจำไม่ได้แล้วว่าท่านเขียนประมาณไหน แต่แกนหลักของโอวาทนั้นยังคงตราติดอยู่ในหัวผม
บอกให้รู้ว่าไม่ว่าคุณจะพยายามดีดตัวให้โดดออกมาเท่าไหร่ สักวันหนึ่งคุณก็จะได้พบโลกจริง
อือ.. พอพ้นจากยุคแห่งความฝันในวัยเรียน กูก็รู้อะไรอีกเยอะเลยว่าข้างนอกไม่ได้มีทุ่งดอกไม้
ไม่มีคุณกระต่าย คุณกระรอกส่งเสียงทักทายกัน (ไอ้สัตว์สองชนิดนี้มันมีเสียงที่ไหนครับ อย่ามั่ว)
เพียงแรงขับดันนั้นจะส่งให้คุณแนวไปได้ตลอดหรือเปล่า – หรือเลิกแนวในส่วนที่ไร้สาระซะที
กลับมาเป็นตัวคุณเองที่นุ่มขึ้น หรือเป็นฟันเฟืองกระจิริดในสังคมที่ฟันกันเยอะๆ
แล้วตายไปโดยไม่เหลือความแนวในวัยฉะ กัน …
เศร้าว่ะ
มาถึงปีนี้ ผมแม่งบ้าเห่อปีใหม่มากเลยครับ
ไม่รู้ว่าจะรู้สึกตัวช้าไปหรือเปล่าที่ก่อนหน้านี้ตั้งแต่สมัยมัธยม ผมโคตรรู้สึกเฉยๆ เลยกับวันเหล่านี้
ไม่ว่าจะวันเกิดตัวเอง วันเกิดแฟน วันต่างๆ ที่จะหล่อและโรแมนติกถ้านึกขึ้นได้และฉลองกับมัน
เพราะคิดว่าวันเหล่านั้นก็แค่วันธรรมดาที่บอกให้เรารู้ว่า เฮ้ย นี่มึงแก่ขึ้นอีกปีนึงแล้วนะ
ก็แค่ทำบุญตักบาตร แล้วก็นั่งยิ้มเล็กๆ เท่านั้นก็พอมิใช่รึ
แต่มาถึงปีนี้ ผมกลับรู้สึกตื่นเต้นกับมันอีกครั้งเหมือนกับสมัยยังเป็นแอนน้อยอยู่เลย
นั่นคงเพราะเริ่มได้เห็นแล้วในโลกที่ผู้ใหญ่เขาบอกมาในครั้งนั้น..
เทศกาล วันหยุด ฮอลิเดย์ต่างๆ มีคุณค่าทางจิตใจมากๆ ครับสำหรับผู้ที่โหยหามัน
เชื่อว่าหลายคนใจจริงถ้าเป็นไปได้ก็อยากออกไปแร่ดกันทั้งนั้นแหละ
แต่เพราะโอกาสไม่มี เลยเอาความสันโดษ โคตรหล่อมาเป็นข้ออ้าง
วันก่อนก็ซื้อของขวัญมาจับฉลากกับเพื่อนที่ชั้นปี (ถึงแม่งจะไม่มีใครเอามากัน กูขนกลับก็ได้วะ)
นี่ก็เตรียมตัวหายหัวไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ก๊กเดิม แต่เปลี่ยนสถานที่ไปบนดอยหล่อๆ สักดอย
โอ้ว — เกิดมาทั้งทีจะมัวมานั่งนิ่งอยู่ทำไมละครับ
ฉลองกันให้คนคิดวันนี้เขาดีใจกันเถิดคู้ณ~
ห้า— สี่—- สาม —– — สอ งงงงง งงง — —
ป.ล.
ส่งท้ายปีเก่าด้วยการล้างเครื่องครับ
รู้สึกว่าวินโดวส์ผมจะอืดลง อืดลง แถมอืดเฉพาะเวลารีบๆ ซะด้วยนะ
กวนตีนอย่างนี้ ล้างเลือดแม่งไปเลย 
ป.อ.
ปีนี้ยังไม่มีโครงการจะไปทำบุญหรือเลี้ยงอาหารกลางวันเด็ก สตรี หรือคนชราครับ
(อ๊ะ ถ้าสตรีละก็ไม่แน่)
ผมรอให้รู้สึกว่าตัวเองอยากไป ไปแล้วอิ่มเอิบใจ “จากใจจริง” ก่อนแล้วถึงจะไป
ไม่ใช่ว่าไปแล้วเอามาคุยว่ากูไปมาเว้ย กูหล่อเว้ย — ยังงี้มันรู้สึกกั๊กๆ ไงไม่รู้
ป.ฮ
เหตุผลของ ป.อ. ก็คือ ทุกวันนี้หน้าที่ของผม ณ ที่ทำงานก็คือ นั่งพิมพ์หนังสือของ “นาย”
ตอบรับอวยพรปีใหม่ วันเกิด และขอบคุณ/อวยพรในวาระที่เลื่อนตำแหน่ง
เราตอบเขา เขาตอบเรา เราอวยเขา เขาอวยเรา แค่นี้ผมก็มีงานทำทั้งปีแล้วครับ
(ถามจริงๆ ว่าถ้าตัดเรื่องน้ำใจในกระดาษเหล่านี้ออกไป เราจะเหลือความจริงใจกันแค่ไหน)
February 10th, 2006 at 16:05
ดอยหล่อๆ
แนะนำ
ดอยบอย เชียงใหม่
หล่อชัวร์
January 4th, 2006 at 5:20
ถึงคุณเเอนเจ้าของเวป กลัวว่า
คุณ sudlor จะไม่ได้มาอ่านข้างบนน่ะ ถ้าเป็นเพื่อนหรือคนรู้จักตุณ ขอความกรุณา
ช่วยยัดเยียดให้เค้าได้อ่านทีนะคะ
January 4th, 2006 at 5:15
เขามีคำนึงบอกว่า
“ผู้หญิง มีแรงขับเคลื่อนความคิด จากอารมณ์ , ผู้ชาย มีแรงขับเคลื่อนความคิด จากเหตุผล”
ชอบประโยคนี้มาก และอยากให้ผู้หญิงเข้าใจเหตุผลมากกว่านี้ ในปีใหม่ที่จะมาถึง…
ขอให้โชคดีกันทั่วหน้าเน้อ……..ขอบคุณ
® sudlor 20051228 14:20
—————————————————————————————-
“ผู้หญิงมีแรงขับเคลื่อนความคิด จากอารมณ์ ,ผู้ชายมีแรงขับเคลื่อนความคิด จากเหตุผล”
อันนี้ คิดว่าน่าจะเป็นทฤษฎี ผลสำรวจ หรือในแง่มุมมอง ของคนส่วนใหญ่นะครับ
……แต่อ่านคอมเมนท์คุณแล้ว ผมคิดว่ามันทะแม่งๆ ไปหน่อย………
…..เพราะเหตุการณ์ต่อจากนั้น….คือ
…..หลังจากผู้หญิงถูกกดดันมากเข้า + นึกถึงอดีตที่ตัวเองเคยโดยผู้ชายข่มเหงแต่
ไอเดีย
แต่นี่เสียงมันคร่อกๆ…แฮ่กๆ…ฟี้ๆ..
ตั้งแต่แรกๆ
ไม่กล้าต่อสู้ ทำให้เธอได้คิด และพยายามตั้งสติทั้งๆที่กลัว วางแผนจนเอาตัวรอดได้
(โดยเอาอาวุธเท่าที่หาได้ขณะนั้น ซึ่งคือปากกา เสียบหลอดลมตัวร้าย)ผมว่า
มันเจ๋งและรัดกุมพอควรทีเดียว ปากกาจะใช้แทงอะไรได้นอกจากคอ-ดวงตา และถ้า
หมอนั่นยังพูดต่อได้ ก็คงจะโทรบอกลูกน้องทันที
ไปซะแล้ว แต่ทะลึ่งอึดไม่ตายแถมวิ่งไหว…..เพราะตัวร้ายคิดด้วยเหตุผล(ของตัวเอง
คนเดียว) ว่ายังไงๆผู้หญิงก็หนีไม่รอด ทำให้ประมาท นิ่งนอนใจ
และเหตุผล(ส่วนบุคคล)สุดท้าย ที่ทำให้ไล่ตามไม่เลิกคือการคิดว่ายังไงยัยนี่ก็หนีไม่พ้น..
.. คือคนโดนแทงปกติ… แทนที่จะไปหาหมอหรือหนีไปหาพวก
) 
แต่เจ้าตัวแค่เอาผ้ามาอุด+รัดไว้แล้ววิ่งนางเอกต่อ
นางเอกเลยได้โอกาส ย้อนถามกลับบ้าง
“ไม่ใช้แรงขับเคลื่อนด้วยเหตุผลแบบผู้ชายๆแล้วหรอ?.. ”
…. เห็นฮาตรึมกันทั้งโรง
“เพราะเป็นผู้หญิง”
ถ้ายังมีแรงวิ่งตามได้ขนาดนั้น ซึ่งตรงนี้แรงแค้นมันให้ผลเว่อร์ไปหน่อย อาจจะทำให้หนัง
ดูไม่สมเหตุสมผลอยู่บ้าง คล้ายๆพวก i knoW what u did…ประมาณคิดว่าหนีพ้นแล้ว
แต่มันก็ยังบ้าโผล่ตามมาหลอนอีกเรื่อยๆ (นี่แทงคอนะคร๊าบบบไม่ใช่แขน
ปากกาทะลุหลอดลมอะ
ผมคิดว่าถ้าเป็น ชาย-ชาย เจออีกคนเเทงคอเป็นรู คงเลิกตามตั้งแต่แรก หรือไม่ก็เลิกตาม
ตอนที่อีกคนหนีขึ้นรถไฟฟ้าไปได้แล้วหละ แต่นี่มันคิดเหตุผลอคติส่วนตัวว่ายังไงผู้หญิง
ก็อ่อนแอกว่า ผสม(อารมณ์)แบบว่า “ฮึ๊ย!..อีนังนี่บังอาจ มาทำข้าได้ขนาดนี้ เอ็งตายแน่ๆ”
จนตรงท้ายๆก็สะบักสะบอมขึ้นเรื่อยๆ
ว่า
บทเฉียบ สาแก่ใจคนดูจริงๆ
*ผมคิดว่า ประเด็นตรงนี้ของหนังมันต้องการ บอกว่า”คนเราถ้าลองปล่อยให้อารมณ์เข้า
ครอบงำจิตใจตัวเองเมื่อไหร่ (ไม่ว่าเพศไหน)ก็มักจะทำอะไรๆลงไป โดยไม่คิดได้”
*กับอีกประเด็นคือ “คนที่ถูกกดดันจนความกลัวถึงนั้นขีดสุด
มันก็จะเริ่มเลิกกลัว
>
>
ทำให้ฮึดสู้..อาจถึงขั้นสติแตก
แต่โอเคครับนางเอกของเรายังน่ารักพอ
ที่จะ
แต่จะเปลี่ยนมาเป็นอารมณ์โกรธแทน
ในบางกรณี แบบว่าบ้าไปแล้ว
ควบคุมตัวเองได้ ตั้งสติใช้สมองเข้าช่วยในยามคับขัน ขณะที่ฝ่ายชายคิดด้วยเหตุผล
(ของตัวเองคนเดียว) ว่ายังไงๆผู้หญิงก็หนีไม่รอด ……..
**ด้วยความที่ยึดมั่นแต่เหตุผลหรือความคิดของตัวเองมากจนเกินไป อาจทำให้คนเรา
เกิดอารมณ์โง่ๆไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย และตัดสินใจทำอะไรโง่ๆ ลงไปได้เสมอ**
ปล. มีไรก็คุยมาได้นะครับ ถ้าอยากได้เมลก็ติดต่อผ่านท่านเจ้าของเวปได้(น่านเริ่มโบ้ย)
กลัวว่าถ้ารู้เพศตั้งแต่แรก จะมีคนคิดว่าเราเป็นพวกลัทธิ feminism อะนะ
แล้วก็ประทับใจหนังเรื่องนี้ด้วย
ไม่อยากให้คนที่ไม่เคยดู หรือดูแล้วสรุปกันแค่ตรงประโยคนั้น
เพราะมัน
และอยากให้ชายหนุ่ม
ในปีใหม่นี้ และในอีกทุกๆปีใหม่ที่จะมาถึง
และสุดท้ายนี้…………ก็อยากจะขอสารภาพว่า คนเขียนที่จริง เป็นผู้หญิงค่ะ
ที่พิมพ์ยาวขนาดนี้ เพราะเป็นคนชอบดูหนังมาก
ยังมีผลของความมั่นใจในตัวเองเกินเหตุตามมาอีกมาก
ที่เข้าใจผิดทั้งหลาย แยกความต่าง ของคำว่าเหตุผล กับเ หตุผลส่วนบุคคล ซึ่งบาง
ครั้งมันเข้าข้างตัวเองมากไป
-ต้อง ขออภัยคุณเจ้าของเวป และทุกคนที่คิดว่า เราใช้พื้นที่เขียนนอกเรื่องไปเยอะ
ขอบคุณมากๆ
อย่างน้อยคิดว่าที่เราเขียน น่าจะให้ข้อคิดกับคนอ่านได้บ้างนะคะ
January 3rd, 2006 at 17:32
คุณแอนนนครับ เอ หลังๆ นี่ไม่ได้ทำ rss ไ้ว้เหรอครับ เห็นขึ้นแต่่อันเดิมๆ เช่น มาฆชาบู นึกว่าไม่ได้เขียนบล็อก ชอบครับ อ่านแล้วโดนใจดี
January 3rd, 2006 at 15:14
แฮะ…ๆ แวะมาอ่านของพี่แอนบ่อยๆ
ไม่เคยได้เขียนกะเค้าเล๊ย…
block อันนี้ชอบๆ อันอื่นก้อชอบนะ
ปีใหม่แล้วก้อขอให้พี่แอนกะคนข้างๆมีฟามสุขมั่กๆ
แล้วแวะมาเขียนบล็อกบ่อยๆนะคะ จามาอ่านนะคะพี่แอนน้อย
January 2nd, 2006 at 23:54
ถ้างั้นผมคงกำลังอยู่ในช่วงแหกคอกอยู่เลยครับ
คงเพราะผมยังเด็กเลยคิดว่ายังไงก็คงเจอปีใหม่อีกหลายสิบปี
น่าคิดนะ ถ้าผมจะตายปีนี้คงเสียดายวันปีใหม่ที่ผ่านมาน่าดู
January 2nd, 2006 at 13:42
แ น ว ห น้ า ล ะ กั น ..
หวัดดีปีใหม่ เย่
January 2nd, 2006 at 13:02
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๔๙ นะเฮียแอน

January 1st, 2006 at 18:00
บอกตามตรง ผมไม่ได้ฉลองหรอกครับ ปีใหม่ปีนี้น่ะ
ไม่ใช่เพราะอยากแนว
แต่ขี้เกียจครับ
แค่ดูคนอื่นฉลองก็พอ
January 1st, 2006 at 3:11
หวาดดีปีใหม่เน้อ พี่แอนนน
January 1st, 2006 at 1:17
บล็อกเลขซ้วยสวย
ปีใหม่แล้วพี่ ได้เปลี่ยนปฏิทินแล้ว
ดีใจมั้ย ?
เมื่อกี๊ฉลองปีใหม่คนเดียว
โดยการออกไปร้องเพลงให้หมาฟัง
ปีนี้ปีหมาค่ะ ให้มันปีนึง
ปีหน้าก็กดขี่ข่มเหงมันเหมือนเดิม
ปล. อยากได้อะไรต้องทำเอง
January 1st, 2006 at 1:01
สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่แอน
December 31st, 2005 at 21:11
สวัสดีพี่แอนค่ะ(แอบ)อ่านที่พี่เขียนมานานแล้ว สะใจสลับสะเทือนใจดีพี่(เอาอีกๆๆชอบ) เอ้อ….
(เริ่มใกล้ผ้าเหลืองแล้วตู) ดันทะเลาะกะแม่ตอนปีใหม่ เลยตายด้านไปเลย
แม่ง ไม่ค่อยยินดีปรีดาอาไร แต่พอดูชาวบ้านเขาหน้าชื่นตาบานก็พลอยหน้า(เริ่ม) บานไปกะเขาด้วย

ปีใหม่นี่สุขทุกข์อยู่ที่การคิดจริงๆ อ่ะพี่
เอาวะ ปีใหม่แม่งได้วันหยุดโคดเยอะขนาดนี้ สวรรค์แล้วว่ะ นอนตีพุงอยู่บ้านเงียบๆ นี่ล่ะดีสุด…กัวจะรักษาชีวิตตัวเองไว้ไม่พ้นปีที่จะมาถึง…จะได้มีชีวิตอยู่อ่านเวปแนวๆ ของพี่ต่อไป(ฮ่า)…หวัดดีปีใหม่ 2549 แล้วก็หวัดดีพี่แอนด้วย(เออทำไมเขาต้องหวัดดีไอ้คนชื่อปีใหม่นี่กันด้วยก็ไม่รุเนอะ หวัดดีกันจั๊ง)
December 31st, 2005 at 17:01
อยากได้พร ต้องทำเอง
จากบล่อกหยายคาย
ชอบคำนี้
(เลขสวยนะ 111)
(อ้าว ไม่ได้พูดถึงบล่อกปัจจุบันเลยเรอะ)
December 31st, 2005 at 16:10
เอาเว็บมาฝากอีกแล้วครับ ไม่รู้เคยเล่นกันหรือยัง
http://www.godtower.com/
ยาก แต่สนุกดีครับ อ่านวิธีเล่นก่อนนะครับ
โชคดีปีใหม่ ทุกๆคนครับ
December 31st, 2005 at 12:09
สวัสดีปีใหม่ จ้า
December 31st, 2005 at 12:08
วันนี้คุณเขียนได้โดนใจ ขอยืมส่วนนึง ไปเขียนไดฯตัวเองหน่อยนะ
December 30th, 2005 at 23:40
happy new year

สุขภาพแข็งแรงกันถ้วนหน้าจ้า
December 30th, 2005 at 21:09
อือ ปีนี้เศร้าๆนะ
ไม่รู้สิ มันหดหู่ๆ
December 30th, 2005 at 17:19
ฮ่าๆๆๆๆใกล้ปีหมาแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยยย





December 30th, 2005 at 16:57
หวัดดีปีใหม่คร๊าบ

ปีหน้าก็ขอฝากเนื้อฝากตัวอีกนะ
ทำแนว ไว้ขำตอนโต ทำตัวโก้ ไว้ฮาตอนแก่
December 30th, 2005 at 14:00
เย่…หวัดดีปีใหม่ค่ะ