แนะนำหนังสือ “คือปะป๊าครองพิภพ”

01 / 04 / 2556 | 00:10 น.

คือปะป๊าครองพิภพ

หลังจากปล่อยทีเซอร์ก็แล้ว ปล่อยอีกรอบก็แล้ว แจกวอลเปเปอร์ก็แล้ว ผมก็ยังไม่กล้าแนะนำหนังสือที่ตัวเองเขียนครับ

นั่นเพราะตลอดระยะเวลาสี่เดือนที่ผ่านมา “คือปะป๊าครองพิภพ” มันเป็นเพียงจินตนาการร่วมกันของผมและเหล่ากอง บ.ก.สำนักพิมพ์แซลมอน ที่ต่างก็ใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ และกังวลกันว่า มันจะเสร็จรึเปล่าวะ ใครที่เล่นทวิตเตอร์ ติดตามผมช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ก็จะเจอแต่เหตุการณ์หนีหนี้ ไม่สิ หนีเอาตัวรอดจากการทวงต้นฉบับ ไล่ล่าแม่งทุกโซเชียลเน็ตเวิร์กจากอี @freeclub จนจะโดนมันต่อยหลายครั้ง แต่ในที่สุด วันนี้ (31 มี.ค.56) ชาวบ้านแถบลาดปลาเค้าก็ต้องจารึกเป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ว่า หนังสือของผมพิมพ์เสร็จแล้วครับ! จะได้เห็นของจริงละครับ! ตื่นเต้นฉิบหายเลยครับ!

ด้วยความตื่นเต้น วันนี้ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของงานหนังสือประจำปิดเทอมใหญ่ปีนี้ แต่เป็นวันแรกที่จะได้เห็นหนังสือของตัวเอง เพราะได้รับข่าววงในมาว่าหนังสือจะเสร็จจากโรงพิมพ์ร้อนๆ พอดีในตอนเช้า ถึงแม้ไม่มีคิวเซ็นหนังสือตามตาราง แต่ผมก็หอบลูกหิ้วเมียไปยืนหน้าบูธของสำนักพิมพ์ (แผนที่บูธ) แล้วเปิดบูธเถื่อนอยู่ข้างๆ นั่งพูดคุยกับเพื่อนฝูงและน้องนุ่งที่ทยอยกันมาเจอกันทั้งแบบที่นัดและไม่ได้นัดซะเลย ดีใจจริงจริ๊งงงง

เอ้า ทีนี้มาเข้าเรื่อง เริ่มขายของกันซะที

หนังสืออะไรนะ

ด้วยความที่ผมดันเป็นพวกอีช่างจดอยู่แล้ว เวลาเจออะไรต่อมิอะไรที่ผ่านเข้ามาในชีวิตก็มักจะถูกบันทึกไว้ไม่ทางใดก็ทางนึง เป็นนิสัยติดตัวมาตลอด (ก็ดูเขียนบล็อกนี่มาสิบกว่าปีละกัน ที่จริงเป็นมาก่อนหน้านั้นอีกนะ แต่เขียนลงสมุด แล้วเพื่อนแม่งก็ชอบแย่งไปอ่านแล้วก็ล้อ แม่ง) พอไปเข้าหูอี บ.ก.แบงค์ @natchanon แห่งแซลมอนเข้า มันก็เลยชวนแกมบังคับให้มาเขียนเป็นเล่มๆ คนอื่นจะได้อ่านด้วยไง… ดังนั้น “คือปะป๊าฯ” เนี่ยเลยเป็นหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวของชีวิตมนุษย์พ่อลูกอ่อน ผ่านประสบการณ์การมีลูกด้วยตัวเองของผม นับตั้งแต่แต่งงาน เมียท้อง จนคลอดออกมาและค่อยๆ โตขึ้นเป็นเด็กหญิงนิทานตัวน้อยๆ ในที่สุด (สปอยล์ยันจบเลยนะเนี่ย)

ว่ากันตรงๆ ทีแรกผมได้ยินคำชวนของอี บ.ก.ก็ไปไม่ถูกเหมือนกันครับ ถามมันไปว่าเฮ้ย แล้วใครมันจะไปอยากรู้เรื่องของกูวะ คนอ่านที่ยังไม่มีลูกเขาจะไปอินได้ยังไง แต่พอเริ่มลงมือเขียนเข้าจริงๆ ก็พบว่า… (เริ่มอวยตัวเองละ… ทนอ่านต่อไปนะ) มันมีประเด็นเจ๋งๆ ให้พูดถึงอยู่เต็มไปหมด ทุกๆ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันนั้นช่างแปลกใหม่และส่งผลให้ชีวิตไม่เหมือนเดิมไปตลอดกาล แต่มันเกิดขึ้นทุกวันไง!

เอาเข้าจริงแล้ว คนที่เป็นพ่อเป็นแม่มือใหม่ทุกคนก็น่าจะได้สัมผัสประสบการณ์ร่วมกันกับผม ทั้งเรื่องความตื่นเต้น ประหม่า กังวล กลัวนั่นนี่ ดราม่ากรุบกริบ การปะทะกับความเชื่อโบราณๆ ของญาติผู้ใหญ่ ไปยันช่วงเก็บเกี่ยวความสุขจากลูกที่โตขึ้นทุกวันๆ และมีเรื่องเล่าให้หัวเราะร้องไห้ไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน ผมเลยขออาสาหยิบเรื่องราวเหล่านั้นมาถ่ายทอดให้คนที่ยังไม่เคยมีลูกได้อ่านกันครับ

และก็อย่างที่พอจะเดาได้ว่า เรื่องราวในหนังสือนั้นถูกเขียนจากมุมมองของผมเอง… ฉะนั้นโลกที่ผมเจอ กับโลกที่มนุษย์พ่อแม่ลูกอ่อนคนอื่นๆ เขาเจอ มันจะเหมือนกันรึเปล่าวะ ไม่แน่นะ ใครที่เคยมีลูกแล้วหยิบมาอ่านก็น่าจะชอบเหมือนกัน โอ๊ย เขียนอวยหนังสือตัวเองไม่เกรงใจใครเลย 55555

ไม่รู้ว่าเป็นคำชมหรือด่านะ แต่คำโปรยปกหน้าของหนังสือเล่มนี้คือ “บันทึกฉบับเกรียนสู่การเป็นเซียนพ่อลูกอ่อน” ครับ

papa-2

หนังสือเล่มนี้เหมาะกับใคร

  • คนท้อง
  • คนที่มีเมียท้อง
  • คนที่เผลอไปทำใครเขาท้อง
  • คนที่อยากมีลูก
  • คนที่ไม่อยากมีลูก
  • คนที่เพื่อนกำลังจะมีลูก (แล้วเอาไปฝากมัน)
  • คนที่เพื่อนกำลังจะมีลูกโดยไม่ได้ตั้งใจ (แล้วเอาไปล้อมัน)
  • คนที่กำลังมีลูกคนแรก
  • คนที่มีลูกนานแล้ว แต่อยากย้อนกลับมาสัมผัสความรู้สึกตื่นเต้นอีกครั้ง
  • คนที่ยังไม่มีลูก หรือเผลอๆ แฟนก็ยังไม่มี แต่ในใจลึกๆ ก็อยากรู้ว่าคนมีลูกเขาต้องเจออะไรบ้าง
  • คนที่มีตังค์เหลืออยากซื้อหนังสือไว้ถมบ้านเล่น
  • คนที่จะซื้อหนังสือของนักเขียนคนอื่น แต่หยิบผิดเพราะมันวางใกล้กัน
  • ทุกคน (ที่จริงบอกแบบนี้ตั้งกะทีแรกซะก็จบ)

สรุปว่าแม้คุณจะ(ยัง)ไม่ได้เป็นพ่อแม่คน ก็อ่านได้ สบายใจ เข้าใจ และสนุกไปกับมันได้อยู่ดี แนะนำให้อ่านครับ (เพราะผมได้ตังค์) ถ้ากลัวจะรู้สึกว่าไกลตัว เอ๊ะฉันยังไม่คิดจะท้องซะหน่อย อ่านแล้วจะอินรึเปล่าวะ ก็ลองนึกถึงนักเขียนคนอื่นที่เล่าเรื่องตัวเองดูสิครับ ไม่ว่าจะเป็นนักข่าว หมอ ทหาร นักวาด คนทำงานโรงแรม ฯลฯ ดูดิ บางทีเราไม่ได้ไปเกี่ยวอะไรกะเขาสักหน่อย แต่ทำไมเวลาอ่านแล้วถึงเก็ตและอินไปด้วย …ก็เพราะเขาเขียนสนุกไง ดังนั้นเล่มนี้ผมก็เขียนให้มันสนุกอยู่นะ 55555 (นี่ก็อวยตัวเอง)

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

  • นี่เป็นงานเขียนครั้งแรกของผมเองครับ แต่เป็นเล่มที่ 2 แล้วที่ออกกับสำนักพิมพ์แซลมอน โดยเล่มแรกคือ FAIL OF THE สอง YEARS ที่ตอนนั้นตัวเองยังครองตำแหน่งเฟลาธิการ (ตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้ว) และนั่งกระดิกตีนคัดเลือกต้นฉบับเฉยๆ แต่ตอนนี้เขียนเองทั้งเล่ม
  • วาดรูปเองด้วย! ในเล่มมีการ์ตูนแบบแอนๆ แอบแฝงกระจายตัวอยู่เยอะแยะเลย ใครที่เคยอ่านการ์ตูนตีนปาดในบล็อกก็คงจะอิ่มหนำสำราญ
  • แต่ใครไม่เคยอ่านก็ลองอ่านดูก่อนจะเขวี้ยงทิ้งนะครับ เผื่อมันจะสนุก (สนุกเถอะขอร้อง)
  • ทีแรกจะใช้ชื่อผู้เขียนเป็นชื่อจริงว่า “ปรัชญา สิงห์โต” แต่มานึกดูอีกที คนจะรู้จักกูรึเปล่าวะ แต่ก็อยากมีชื่อจริงแปะไว้เหมือนกันนะ เลยถามกอง บ.ก.ดูว่ามันควรจะใช้ชื่อะไร ไม่รู้สรุปว่าไง แต่สุดท้ายก็เป็นนามปากกา iannnnn บนปก แล้วคนที่ไม่รู้จักหรือนับตัว n แล้วตาลายจะอ่านออกเสียงว่าไงวะ (ทำไมตอนตั้งชื่อนี้ถึงไม่คิด)
  • การเขียนต้นฉบับเล่มนี้ผมเขียนด้วยมือถือเกือบทั้งเล่มครับ คือทำงานประจำไง วันๆ ไม่มีเวลาว่าง จะไปว่างก็อีตอนอยู่บนรถไฟฟ้า เลยใช้ Galaxy Note นี่แหละค่อยๆ เขียนสะสมวันละนิดวันละหน่อยบน Google Docs แล้วทยอยส่งออนไลน์เลย เวลาคอมเมนต์แก้งานก็แก้แบบเรียลไทม์ ไม่รู้ว่าในบ้านเรามีคนเคยทำอะไรคล้ายๆ งี้รึเปล่า เพราะพอทำๆ ไปแล้วผมพบว่าระบบการผลิตต้นฉบับด้วยวิธีนี้ดีมากๆ ทั้งกับผู้เขียนเองและกอง บ.ก.ที่คอยไล่บี้ทวงงานเลยครับ ดีจนอยากให้นักเขียนท่านอื่นๆ ได้ลองดู รับรองชีวิตคุณจะดีขึ้นมาก มีลูก มีเมีย มีบ้าน มีรถ…
  • หนังสือเล่มนี้มีฉากวาบหวิวอยู่นิดหน่อย และมีคำหยาบแบบไอ้เหี้ย อีห่า อะไรแบบนี้นานๆ ครั้ง แต่ส่วนมากจะเป็นเนื้อหาออกแนวหล่อๆ โลกสวย อ่านสบายใจ ไม่เป็นพิษภัยต่อเด็กโข่งครับ
  • แจกลายเซ็นนอกรอบวันนี้ทำให้พบว่ามีผู้อ่านเป็นสาวตึงเยอะเลย! ที่แท้พวกหล่อนก็อยากจะมีลูกกันใช่ไหม เสียใจด้วยนะ ฉันไม่ว่างแล้ว (พิมพ์บรรทัดนี้จบก็โดนเมียต่อย)
  • ชื่อหนังสือ “คือปะป๊าครองพิภพ” นั้น ถูกตั้งขึ้นมาก่อนที่จะลงมือเขียนซะอีก แล้วอี บ.ก.ดันถูกใจ เลยเอาเลย
  • ภาพวาด โลโก้ และดีไซน์หน้าปกนั้น ที่จริงผมร่างไว้หลายๆ แบบไปให้สำนักพิมพ์ดู ปรากฏว่าอี บ.ก.ดันถูกใจ เลยเอาเลย (เอ๊ะ คุ้นยังกะก็อปมาจากบรรทัดบน)

แหม จะเขียนอะไรเกี่ยวกับหนังสือตัวเองเยอะๆ ก็เขิน เอาเป็นว่าถ้าสนใจก็ไปหาโอกาสลูบๆ คลำๆ ดูด้วยตาคุณเอง ถ้าชอบก็สแกนแจกตามเว็บบิตมาอุดหนุนกันได้ครับ เล่มละ 185 บาท แต่ซื้อในงานได้ลดอีกหลายร้อยบาท (มันจะเหลืออะไรวะ) ทั้งนี้เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้รับจากการขายหนังสือเล่มนี้ คุณจะได้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมสมทบทุนกองทุนค่านมลูกและกระเป๋ารองเท้าเมียผมครับ

สุดท้ายนี้ขอแปะภาพบางส่วนที่ไปขอถ่ายเหล่าผู้มีพระคุณเซ็ตแรกสุดๆ ที่มาต่อคิวให้เซ็นกันทำไมก็ไม่รู้ ขอบคุณที่ให้เกียรตินะครับ ซึ้งใจมากๆ จริงๆ สุดๆ เสียดายบางคนลืมถ่ายเพราะมันแต่ตื่นเต้น ขออภัยครับ มือใหม่จริงๆ (แต่บางคนก็เป็นทีมแซลมอนนี่แหละ ทำเนียนๆ หยิบหนังสือมาให้เซ็นด้วย ร้ายกาจนัก)

อ้อ แล้วผมจะไปเฝ้าบูธแซลมอน (Y11 ฮอลล์ A) ตั้งแต่18:00 น. เป็นต้นไป ในวันที่ 1-4 เมษายนนี้ ใครจะไปงานหนังสือก็แวะทักทายและให้อาหารได้นะครับ หรือใครขี้เกียจไป ก็เจอกันตามแผงขายปลาและผักสดทั่วประเทศเร็วๆ นี้แหละ ขอบคุณครับ