305 | Creative come on!!
อาจจะช้ากว่าชาวบ้านไปหน่อยที่จะบอกว่าตอนนี้ประเทศไทยเราได้มีนวัตกรรมล่าสุด
(คุยกะพี่แท็กซี่คนนึง พี่แกบอกว่า คำว่า “นวัตกรรม” ไม่ต้องเติมคำว่า “ใหม่” ต่อท้ายนะ)
ที่เอาไว้ปกป้องผู้ผลิต สร้างสรรค์ผลงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ าพถ่าย ดนตรี
สูตร โปรแกรมคอมพิวเตอร์ สูตรอาหาร วรรณกรรม หรือแม้แต่สถาปัตยกรรมก็ดี
และอีกสารพัดงานที่เกิดขึ้นมาบนโลกได้โดยใช้สมองเป็นตัวสร้างสรรค์ขึ้นมานั่นแหละ
โดยรวมแล้วผมขออนุญาตเรียกคนเหล่านั้นว่า “ครีเอทีฟ” ละกันนะครับ
ทีนี้ประเด็นมีอยู่ว่าก่อนหน้านี้ไกลโพ้น ย้อนกลับไปยุคโบราณเลยละกัน
เราไม่เคยมีวัฒนธรรมความคิดเกี่ยวกับเรื่องลิขสิทธิ์ เรื่องทรัพย์สินทางปัญญามาก่อน
จนมาถึงยุคที่มีการลิขิตกฎหมายขึ้นมา เราเลยได้รู้จักคำว่า “กฎหมายลิขสิทธิ์”
ซึ่งอีกฎหมายลิขสิทธิ์เนี่ยก็เป็นที่รู้กันดีว่า มันมีไว้เพื่อปกป้องเจ้าของผลงาน
ไม่ให้ใครมาเนียนถือสิทธิ์ แอบอ้าง ละเมิด หรือขโมยงานไปใช้นะครับ นะจ๊ะ
แต่ต่อมาพอมีผู้สร้างสรรค์ที่ใจดีหน่อย อยากให้คนอื่นนำงานไปใช้แต่ไม่รู้จะทำยังไง
ก็ตามกฎหมายน่ะ ไอ้คำว่า Copyright เนี่ย มันเกิดขึ้นมาทันทีที่สร้างสรรค์ผลงานขึ้นมา
(จำไว้นะครับ ส่วนมากคนไทยจะไม่รู้คิดว่าต้องไปจดลิขสิทธิ์ก่อนถึงจะฟ้องผู้ละเมิดได้
แต่จริงๆ แล้วอะไรก็ตามที่เราคิดเราสร้างขึ้นมาเอง ลิขสิิทธิ์ก็จะตกเป็นของเราทันที ไม่ต้องจด
แต่ถ้าอยากเสียตังค์จด “สิทธิบัตร” เพื่อให้เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับเจ้าของ
ก็ไปจดให้เป็นงานเป็นการได้ และมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเหมือนกันครับ)
แต่ถ้าเจ้าของงานอยากให้งานของตัวเองเผยแพร่ไปในวงกว้างล่ะ จะทำยังไง
บางเจ้าก็เลยเขียนข้อตกลงเองบ้างหรืออะไรบ้างให้เป็นเรื่องยุ่งยากเพราะไม่รู้าษากฎหมาย
หรือบางรายก็ต้องคอยรับโทรศัพท์อีเมลขออนุญาตจากคนที่อยากนำไปใช้ให้วุ่นวายชีวิต
จนบางรายถึงกับช่างแม่งแล้วเว้ย ขอยกผลงานของตัวเองให้เป็นของสาธารณะไปเลย
(ไอ้แบบนี้เขาเรียกว่า Public Domain แปลว่ามันตกเป็นของจักรวาล ไม่มีใครเป็นเจ้าของนะ)
ปวดกบาลใช่ย่อย
จนวันนึงมีกลุ่มนักคิดมาช่วยกันร่าง “สัญญาอนุญาต” ที่สมบูรณ์แบบในาษากฎหมายขึ้นมา
ซึ่งสัญญาอนุญาตนี้อยู่กึ่งกลางของคำว่า Copyright และ Public Domain
มันคือ Creative Commons ครับ (คลิกที่ลิงก์เพื่อเข้าสู่เว็บครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทย)
นั่นแปลว่า “ผู้สร้างสรรค์” อนุญาตให้ผู้ใช้ สามารถนำผลงานไปใช้ได้ ไม่ต้องขออนุญาตให้วุ่นวาย
เพียงแต่การนำไปใช้นั้น จะต้องทำตามเงื่อนไขบางประการที่ผู้สร้างสรรค์กำหนดขึ้นมา
โดย Creative Commons เนี่ยเขามีออปชั่นเงื่อนไขตามที่ผู้สร้างสรรค์ต้องการ
จัดมาชุดสุดคุ้มให้เราเลือกหลายแบบด้วยกัน
ถ้าสนใจก็คลิกเข้าไปอ่านเวอร์ชันการ์ตูนเข้าใจง่ายโคตรๆ ได้ที่บล็อกูู่จ้ะ
โดยวิธีใช้ก็ง่ายมาก แถมมีคำอธิบายเป็นาษาไทยด้วยนะ (แน่นอน มันใช้ได้ในกฎหมายไทย)
ก็คือคลิกเข้าไปที่เว็บของ CC แล้วเลือกตัวเลือกไม่กี่ข้อ เสร็จแล้วเราก็จะได้โค้ดมาอันนึง
ถ้าเป็นงานในเว็บก็เอามาแปะลงตรงหน้าเว็บ หรือแถวๆ ผลงานที่ต้องการได้เลย
แต่ถ้าเป็นงานอื่นๆ ก็พรินต์สัญลักษณ์แปะลงไป เท่านี้ก็สบายแฮแล้วครับ!
ป.ล.
าพทั้งหมดที่เอามาแปะนี้ถ่ายมาจากงานเปิดตัวครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทย ที่หอศิลป์กรุงเทพฯ
คลิกที่ลิงก์เพื่อเข้าไปชมาพบรรยากาศอื่นๆ จากทางเจ้าของงานได้เลยครับ
(พอดีผมนั่งพื้นเลยแอบถ่ายไม่ค่อยสะดวกนัก เนื่องจากมีผู้สนใจไปดูไปฟังเยอะมากจนล้นห้อง!)
ป.อ.
สำหรับกรณีศึกษาในเว็บฟอนต์ (ที่ว่จะปรับโฉมเว็บ ร่ำๆ มาปีสองปีแล้วก็ยังไม่ได้เริ่มซะที)
ผมสอบถามจากงานเปิดตัวดังกล่าว ก็ได้คำตอบว่าถ้านอกจาก CC เนี่ย
ก็มีชุดสัญญาอนุญาตอื่นๆ ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของสิ่งสร้างสรรค์แบบต่างๆ อยู่
ตอนนี้เลยสนใจ Open Font License ครับ (ใครใจดีช่วยแปลเป็นไทยให้ทีสิจ๊ะ)
ป.ฮ.
บทความชิ้นนี้ (มันเรียกว่าบทความได้ไหมวะ) ขอแปะสัญลักษณ์ไว้สักหน่อย




