ทบทวนทุกอย่าง

บรรทัดต่อจากนี้ไปขอให้อ่านโดยนึกอยู่เสมอว่าผมที่เป็นผู้เขียนเนี่ย เขียนด้วยหน้านิ่งๆ ไม่ได้รู้สึกคร่ำครวญหรืออะไร แต่อยากบันทึกความรู้สึกไว้ เพราะคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาที่มีค่าดี แน่นอนว่าเขียนเรื่อยๆ นึกอะไรออกก็พิมพ์เหมือนเดิม อย่าหวังความสละสลวย

วันนี้พี่ที่เคารพท่านนึงชื่อจ๋ง (นามสมมติ ซึ่งจริงๆ แกก็ชื่อจ๋ง) นัดสัมภาษณ์ที่ร้านแถวบ้านผม อันที่จริงบ้านผมกะบ้านแกนี่ปุ่นจักรยานไปเจอกันได้ภายใน 10 นาทีด้วยซ้ำ

ประเด็นที่แกมาสัมภาษณ์คืองานวิจัยเกี่ยวกับศูนย์การเรียนรู้แห่งหนึ่ง ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นความลับหรือเปล่า (ลืมถามแก) แต่ก็น่าจะพูดได้แหละ แค่จำมาเขียนไม่หมดเท่านั้นเอง Continue reading ทบทวนทุกอย่าง

ความคืบหน้าล่าสุด เล่นเฟซบุ๊กเป็นแล้วครับ

หนึ่งในปมคาใจตลอดมาก็คือ ผมทนเล่นเฟซบุ๊กไม่ได้ซะที คือเข้าไปแล้วหงุดหงิด กับทั้งการออกแบบทั้ง UI และ UX ที่แย่ จนส่งผลให้ผู้ใช้ทำระบบนิเวศน์เพี้ยนโดยไม่รู้ตัว คือเอาผู้ใช้บ้านเราไม่อยู่นั่นแหละ ถึงจะมีชมบ้าง แต่ชมไปชมมาก็ว่าจะหัดเล่น แต่กว่าจะหัดจนเล่นเป็น และทำเป็นไม่สนใจอคติที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการเล่นเว็บที่เด็กประถมมันก็เล่นได้นั้น ก็ใช้เวลานานพอดู

เอาจริงๆ จุดเปลี่ยนนมันก็แค่การพยายามสะกดจิตตัวเองให้สนใจไอ้เม็ดแจ้งเตือนสีแดงๆ แบบเดียวกะที่สนใจบน Google+ นั่นแหละครับ เท่านั้นเอง! พอรู้สึกว่าจะต้องเคลียร์อีตรงนั้นปั๊บ ทุกอย่างก็ง่ายละ เอาสิ ใครเม้นอะไร แท็กอะไรมา ต่อไปนี้จะเริ่มสนใจละ (เมื่อก่อนปิดหมดเลย รำคาญไง มันมาเยอะเกิน ทั้งที่ตั้งค่านั่นนี่ก็แล้ว)

แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนนิสัยตัวเองให้ไปสนุกกับการดูชีวิตของคนอื่นได้จริงๆ ไม่รู้จริงๆ ว่ามันสนุกตรงไหน แม้บางทีก็มีคำตอบ(พร้อมกับคำถาม)ง่ายๆ ว่า

แต่ไอ้ครั้นจะไปเสือกเรื่องของชาวบ้านบ่อยๆ ก็ไม่ใช่นิสัยที่เราถนัดจริงๆ งั้นเล่นแบบเป็นเราละกัน

เออ จะว่าไปเราเขียนบล็อกเรื่องเฟซบุ๊กมาหลายทีจนเป็นปมด้อยในชีวิตอันนึงไปละ 55555 ก็นะ ตอนนี้พอใช้เป็นแล้วก็รู้สึกเท่าทันชาวบ้านซะที ว่าเขาบ่นอะไร พูดอะไร ฮิตอะไรกัน สังคมแม่งไม่เหมือนทวิตเตอร์เลยว่ะ! (ทวิตเตอร์เร็ว กระชับ คนพูดรู้เรื่องกว่ากันหลายเท่า อันนี้เข้าข้างเลย)

ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขอบคุณการลาออกจากงานจริงๆ นะครับที่ทำให้มีเวลามานั่งเล่นอะไรแบบนี้ได้ 5555 เอ้า มาลาออกกันๆ

เออๆ จะว่าไปอีกที เราไม่เคยพูดถึงเพจของเว็บฟอนต์เลยนี่หว่า

เอาจริงๆ คือไม่เคยดูแล ไม่เคยสนใจ ใส่ใจอะไรด้วยซ้ำ พอๆ กับที่สมัยทำเว็บเฟล ตอนนั้นก็แบบนี้แหละ มาสนุกอยู่บนโลกนอกเฟซบุ๊กตั้งนาน ส่วนในเพจก็ปล่อยให้มันรกร้างมาหลายปีมากๆ เพราะอ้างว่าไม่มีเวลา จริงๆ แล้วคือไม่ใส่ใจมากกว่า คือเราไม่เล่นเฟซบุ๊กไง เลยไม่รู้จะไปทำอะไรกะมัน นานๆ ทีก็เลยเข้าไปโพสต์รายงานตัวทีนึง แล้วก็กลับมาข้างนอกเหมือนเดิม ส่วนหน้าเว็บก็ว่าจะเปลี่ยนดีไซน์ใหม่หมดตั้งนานแล้ว ก็ยังไม่ได้ทำ (อันนี้อยากทำ แต่ไม่ว่างจริงๆ) ที่พอทำได้ก็คือเปลี่ยนสีเฉยๆ นี่เว็บฟอนต์หน้าแรกเปลี่ยนสี ปรับดีไซน์ไปนิดนึงอีกละนะ เพิ่งทำเมื่อเช้า เอาไว้ว่างสักสามวันจะรื้อให้หมดเลยคอยดู 5555

กลับมาเรื่องเพจฟอนต์ พอไม่ได้ทำอะไรกะมัน ผลคือ เพจเงียบสนิท ถึงปริมาณคนไลก์เพจจะเยอะเหมือนกันนะ ตอนนั้นนับได้แสนกว่าๆ (ตอนนี้สองแสนแล้ว) แต่ปฏิสัมพันธ์ห่วยแตกมาก ไม่มีอะไรที่ลากคนให้มีส่วนร่วมได้เลย นักการตลาดผ่านมาเห็นคงหัวเราะเงิบรัวๆ

พอโพสต์อะไรลงไปทีนึงเช่นปล่อยฟอนต์ใหม่ล่าสุดที่เท่มากๆ งี้ ก็มีคนไลก์โพสต์นั้นๆ แค่หยิบมือ (คือ 100 ไลก์นี่ก็โคตรถือว่าถล่มทลายแล้ว)

แต่พอตอนนี้เริ่มว่าง ลาออกจากงาน และตั้งใจว่าจะกลับมาทำให้มันหายร้างปั๊บ ก็เริ่มมีโต้ตอบ เริ่มโพสต์อะไรที่ไม่ใช่หุ่นยนต์บ้าง ถึงจะแค่สัปดาห์ละครั้งก็เหอะ แต่ผลที่ได้คือกราฟแม่งพุ่งปรี๊ดเลยครับ พอโพสต์ปั๊บ ก็พุ่งแบบที่เห็น ลองดูเทียบกะยุคก่อนหน้าที่เป็นกราฟแบนสนิทแล้วน่าละอายมาก

Facebook Page Insights

นี่ยังไม่รวมโพสต์ล่าสุดเรื่อง “ฟอนต์ศิลปากร” ที่เพิ่งปล่อยไปตะกี้ กราฟในภาพมันยังไม่นับนะ แป๊บเดียวล่อไป 1000 กว่าไลก์แล้วครับ ตกกะใจมาก
(สารภาพก็ได้ว่าเพิ่งเคยกดเข้าไปดูว่ามันมี Analytics แบบนี้ด้วย แต่แม่งออกแบบมาซับซ้อนยุ่งยากอีกละ คือทำให้ง่ายกว่านี้ได้นะ ไม่เชื่อดูวิธีของกูเกิลสิ #สาวก)

เออ สนุกดีว่ะ ทีนี้พอเริ่มคุยกะมนุษย์ทั่วไปปั๊บ คนก็เริ่มเข้ามาทำนั่นนี่ในเพจมากขึ้น ถึงมันจะโคตรเฉพาะทางเลยก็ตาม คือเราไม่มีอยู่แล้ว อีพวกเช้ามาสวัสดีครับ กลางคืนบ๊ายบายฝันดี แนบภาพอะไรพวกนั้น เพราะแม่งมีแต่เรื่องฟอนต์อย่างเดียว แถมเป็นแบบไม่ได้อิงกะวงการออกแบบชั้นสูงอะไรเลยนะ คือทำแบบบ้านๆ นี่แหละ นานๆ ทีก็จะมีแปะข่าวสารงานออกแบบอื่นๆ อีกหน่อยพอแก้เขิน

เอาวะ ถ้าเล่นแล้วมันสนุกแบบนี้ จะพยายามต่อไปครับ

หมายเหตุ:
มีอีกเพจนึงเป็นเพจร้านสกรีนเสื้อที่ผมเพิ่งเทกโอเวอร์มาจากเมีย คือเพจ monamafiashop อันนี้ก็เหมือนกะเว็บฟอนต์ แต่ต่างกันที่เมียเป็นผู้ดูแลมายาวนาน และปล่อยทิ้งร้างแบบสุดๆ เลย เพราะมัวแต่ไปสนุกกับกิจการร้านเดรสนลินฟ้าแทน ปล่อยไว้แบบนี้มาร่วมๆ สองปีได้ ใครถามอะไรก็ไม่ตอบ ง้อใครเป็นที่ไหนล่ะ! ผลคือเพจเงียบสนิท! คนไลก์กันสี่พันได้มั้ง แต่โพสต์ทีมีไลก์เดียว สองไลก์ 555 โธ่วววว

ทีนี้ถึงคราวผมเข้ามาดูแลเองละ คุณลูกค้าโพสต์ถามอะไรก็จะขยันตอบให้ได้เลยคอยดู… ตอนนี้มีคนไลก์สี่พันห้าแล้ว งั้นเดี๋ยวเป้าหมายถัดไปคือผมจะฟื้นฟูเพจของร้านนี้ให้กลับมาสนุกได้! แต่ทำไงวะ! — งั้น รบกวนท่านผู้อ่านช่วยกันกดไลก์กันหน่อยนะครับ ขอกันดื้อๆ เลย นะครับ ค่าขนมลูกผมเองครับ..

ขอเชียร์เว็บนายก๊าก: naikak.com

แก้ไข 19 ม.ค.55:
เปลี่ยนชื่อเว็บจาก 9gag.in.th เป็น naikak.com ละครับ

เขียนไปลง 9gag.in.th

กะจะพิมพ์สั้นๆ ไม่รู้จะยาวอีกหรือเปล่า แก้ไม่หายซะทีนิสัยเวิ่นๆ เนี่ย

พี่เลย์ (@layijiexa) คนเดียวกะที่ทำฟอนต์ตระกูลเลย์อิจิอันโด่งดัง
คนเดียวกะที่ทำเอ็มวีเอย พรีเซนต์แต่งงานเมพๆ เอย และการ์ตูนลายเส้นอย่างโปรที่ตัดจบซะทุกเรื่องเอย
คราวนี้แกนึกสนุกอยากทำเว็บแบบ 9GAG ให้คนไทยเก็ตกันบ้าง อย่างที่เว็บเฟลเป็นอยู่ตอนนี้เลยครับ

เมื่อไอเดียมี พลังแฝงพลุ่งพล่าน แต่แกดันทำเว็บไม่เป็น (อ้าว) เหล่ามิตรสหายเลยโดดลงมาช่วยกันยกใหญ่
จุดเริ่มต้นจึงเริ่มขึ้นในบอร์ดฟอนต์อีกแล้ว! จะว่าไปบอร์ดนี้สร้างเว็บดีๆ ในชาติบ้านเมืองเรามาเยอะละนะ 555
มีไอซ์เป็นกองหนุนดูแลเรื่องเซิฟเวอร์ให้ (ที่จริงไอซ์ไปจดโดเมนเนมตามแรงยุยงมาก่อนหน้านี้สักพักละ)
มีคุณบิ๊กกระต่ายดำคอยดูแลเรื่องโค้ดเอย เทคนิคเอยให้
แล้วก็ไปซื้อตีมเวิร์ดเพรสที่เขาทำมาโคลนเว็บเก้าแก๊กของฝรั่งเป๊ะๆ มาใช้อย่างหน้าด้านๆ (อันนี้ผมยุเอง)

ซึ่งไอ้ตีมเวิร์ดเพรสบ้านี่นรกมาก ราคาแค่ $37 แต่มันทำได้ทุกอย่างเหมือนเด๊ะจนน่ากลัว
แต่การอัปโหลดภาพไว้บนเซิฟเวอร์ตัวเองนี่ก็โหดอยู่ เพราะถ้าไม่ได้เป็นคลาวด์จริงๆ ก็กระอักนะครับ
ดีที่มีนายทุนยักษ์ใหญ่มาหนุนหลัง เลยสบายไป ขอบคุณวัฒนธรรมการจริงจังกับเรื่องไร้สาระครับ :30:
(มีเพื่อนๆ ในเว็บอีกหลายคนที่เป็นกองหนุน ขออภัยที่ไม่ได้เอ่ยนาม แต่ร่วมกันแจมกันหนุกหนานจริงๆ ครับ)

ในที่สุด เมื่อเคมีทั้งหมดก็ผสมกันลงตัวจนเกิดมาเป็นเว็บ 9GAG.in.th จนได้..
(แก้ไข: เพื่อป้องกันปัญหาในภายภาคหน้า ตอนนี้ทีมงานเปลี่ยนเป็น naikak.com แทนละครับ)

กระบวนการทั้งหมดที่ว่ามานั้นรวดเร็วมาก เร็วพอๆ กะการก่อตั้งเว็บเฟล ที่ก็เกิดมาจากบอร์ดฟอนต์เหมือนกัน
แต่อันนี้มีกองหนุนเต็มกำลังทั้งด้านเทคนิคและด้านเนื้อหา แถมทรัพยากรระบบก็แน่นปึ้กอีก ทุกอย่างจึงเริ่มได้เร็ว
จะติดอยู่ก็แค่แบรนด์ 9GAG นั้นไม่ใช่ชื่อสาธารณะ (ต่างจาก FAIL ที่ไม่ได้มีใครเป็นเจ้าของ ฝรั่งแม่งมีเป็นร้อย)
ด้วยความกังวล พี่เลย์ก็มาแย็บๆ ถามว่าจะเปลี่ยนเป็นชื่ออะไร แนวๆ meme หรือ cafe หรืออะไรแบบนี้ดีไหม
เพราะเวลาชื่อ 9GAG เนี่ยมันชัดเจนเลยว่าโคลนเขามาทั้งดุ้น
และแล้วพอโหวตกันไปโหวตกันมา ปรากฏว่าก็ได้ชื่อ “นายก๊าก.ไทย” มาใช้เป็นชื่อเรียกในที่สุดครับ
ส่วนชื่อโดเมนเนมตอนนี้ก็ใช้แบบนี้ไปก่อน เพราะจดมาแล้ว ไอซ์ออกตังค์เองด้วย ป๋ามาก
แต่ต่อไปอาจจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนก็แล้วแต่ว่าฝรั่งมันจะฟ้องเอาเมื่อไหร่เท่านั้นเอง ..โคตรกองโจรเลยอ้ะ

ส่วนมุกข้างในก็สารภาพกันตรงๆ ว่าได้แก่นไอเดียมาจากเก้าแก๊กต้นฉบับนี่แหละ
คือมีทั้งพวกการ์ตูน Rage Comic เอย อะไร “เจ๋งๆ” (อันนี้ซ้อนทับกะเฟลหน่อยนึง) เอย ฯลฯ
แต่เอามาปรับหน่อยนึงด้วยจุดยืนของพี่แกเอง คือพยายามจะให้มุกที่นี่ “เป็นออริจินัล”
คือไม่ได้ขโมยคนอื่นมาโปะแล้วใส่ลายน้ำแบบเก้าแก๊ก ซึ่งอันนี้ผมว่าเป็นปัญหานะ ไม่ชอบเป็นการส่วนตัวด้วย
แต่พอนายก๊ากไทยมีความเป็นเป็นต้นฉบับ ใครคิดมุกเองก็ส่งมา ถ้าฮาก็ได้โหวตขึ้นหน้าแรกอะไรงี้ เวิร์ก!
และที่สำคัญคือเรื่องสิทธิ์ในการเผยแพร่ผลงาน คงเป็น “ใครจะเอาไปเผยแพร่ก็ให้เครดิตกันด้วย” จบ
ไอ้ครั้นจะใช้ Creative Commons ก็คงประหลาด เพราะบางภาพก็ตัดแปะมาจากหนังซะดื้อๆ งี้

ไม่รู้ว่าแนวคิดนี้จะมีคนเข้าใจไหม แต่เชื่อว่าพออยู่ตัว คำถามนี้ก็จะหมดไปเช่นเดียวกะเว็บเฟล
ของเฟลนี่แรกๆ มีคนเอาไปเปรียบเทียบกะ Failblog.org ด้วยซ้ำ ว่าทำไมไม่ยังงั้นยังงี้ร้อยแปดพันเก้า
แต่พอนานๆ ไปติดลมบนและมีกลิ่น มีที่ทางของตัวเองปั๊บ ก็เริ่มเข้าใจว่ามันไม่ใช่! และก็หนุกหนานอย่างปัจจุบัน

จนในที่สุดก็กำลังจะมีรวมเล่มกะเขาแว้วววววว~ :25:

ภาพแรก FAIL Of THE สอง YEARS

ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอโฆษณาย่อหน้านึงนะ
คืองี้ครับ สำนักพิมพ์แซลมอนเขาเอาไปทำให้ ได้ข่าวว่าจัดหน้าโหดจนฝ่ายกราฟิกลาออกไปคนนึง
ขนาดทำต้นฉบับส่งไปยังอภิมหายากเลย ไว้แล้วจะเล่าให้อ่านทีหลังนะจ๊ะ
แถมคุณบอกอเองก็ยอมรับว่าแม่งเป็นหนังสือที่ทำยากที่สุดตั้งกะเปิดสำนักพิมพ์มา
จนเสร็จออกมาเป็นเล่มๆ และปล่อยภาพหลุดออกมาอย่างที่เห็นข้างบน
ตื่นเต้นมากครับ นี่ยังไม่เห็นของจริงเลย แต่ก็พิมพ์ไปเหงื่อออกง่ามนิ้วไปตลอดเวลา

เออ
เคยมีคนทวีตว่าอีพวกทำเว็บซึ่งคุยนักหนาว่ามันคือสื่อใหม่ จะตื่นเต้นทำไมตอนที่ได้ออกหนังสือ ซึ่งเป็น “สื่อเก่า”
ผมคงตอบคำถามเขาไม่ได้ตรงๆ นัก เพราะไม่เคยคุยว่ามันเป็นสื่อใหม่ คือแม่งเป็นปัจจุบันตะหาก
พอๆ กับหนังสือที่ก็เป็นปัจจุบันเหมือนกัน ผมยังอุทิศผนังบ้านหนึ่งซีกเป็นห้องสมุด(การ์ตูน)เลยด้วยซ้ำ
ดังนั้นด้วยความที่คลุกคลีกับหนังสือที่เป็นกระดาษ ก็เลยยังมีความรู้สึกผูกพันกับมัน
มากกว่าสื่อที่ต้องเติมไฟฟ้าลงไปถึงจะดูได้อยู่ดี

.

กลับมาที่หัวข้อเรื่องนายก๊าก :58:

บัดนี้เว็บนายก๊ากก็เริ่มติดลมในวงแคบๆ ละครับ ระบบเริ่มอยู่ตัว ปริมาณทราฟฟิกมหาศาลจนน่าตกใจ
กลุ่มคนที่เข้ามาเล่นก็เป็นเด็กมัธยมซะส่วนมาก มุกแม่งอย่างเกรียน แต่ก็นี่แหละ ให้เว็บมันทดลองตัวเองไปอีกหน่อย
ตอนนี้บางมุกก็ยังไม่ลงตัวบ้าง ไม่หลากหลายหรือไม่เห็นแล้วฮาเยี่ยวแตกบ้าง ก็ค่อยลุ้นให้มันขัดเกลาตัวเองต่อไป
เดี๋ยวพอเริ่มตกตะกอน และติดลมบนเข้าแล้ว ผมเชื่อว่ามันจะดังได้ไม่ยาก เผลอๆ ก็น่าจะดังมากๆ
เพราะมันถูกจริตเกรียนไทยซะขนาดนี้! อย่าเพิ่งโดนฟ้องซะก่อนนะ!

มีไอเดีย หรือข้อติชม วิพากษ์วิจารณ์ด่าทออะไรก็ช่วยๆ กันคอมเมนต์ได้นะครับ
เพราะยังไงคนที่ทำเขาก็อยากให้มันออกมาดีๆ เหมือนกับที่ทุกคนก็อยากเห็นอะไรดีๆ นั่นแหละ
เช่นที่เสนอไปคืออยากได้ Rage Comic ที่มีตัวแสดงเป็นนักการเมืองไทย อันนี้น่าจะฮาและเป็นอมตะ
หรือไม่ถ้าโดนนักการเมืองที๋โดนล้อแม่งโมโหตามไปเก็บคนทำเว็บ มุกเหล่านั้นก็จะเป็นอมตะทางกายภาพจริงๆ ซะที

ป.ล.
พิมพ์ยาวจนได้ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ..

ฟอนต์แคมป์: ตอน เส้นทางเศรษฐี

บล็อกตอนนี้เรียบเรียงมาจาก Google+ ครับ เห็นว่าไหนๆ เขียนยาวแล้วเอามาลงบล็อกซะเลย

f0ntcamp
(ภาพโปสเตอร์งานโดยพี่เลย์ @layiji มีการเนียนใส่ตัวเองเป็นสปอนเซอร์ด้วย)

บรรยากาศงาน “ฟอนต์แคมป์ ตอนเส้นทางเศรษฐี” ครับ
เป็นสัมมนาโคตรรรรรจะลำลองของชาวฟอนต์ จัดที่บ้านผมเอง 555
ชวนคนมาไม่เกิน 20 คน จับฉลากกันพูด สั้นบ้างยาวบ้างก็ว่ากันไป
ตั้งแต่บ่ายสามยันเที่ยงคืนแล้วเนี่ย พอดีกะเวลาผิดไปหน่อยแต่ก็ยังเข้มข้นอยู่ :D
คราวนี้ว่ากันด้วยเรื่องงาน เงิน ความหวัง อนาคต แลกเปลี่ยนกันเรื่องชีวิตและการงานของตัวเอง
รวมถึงเรื่องเทคนิคการบริหารจัดการชีวิต หรือเล่าความฝันของตัวเองก็ได้ แล้วมาตีแตกกัน
สัมมนานี้ชวนกันเป็นการภายใน แต่เนื้อหาเจ๋ง น่าประทับใจดีมากๆ
เลยอยากเอามาเล่าเผื่อใครจะจัดบ้าง ก็จัดเลยครับ ไม่ได้ยากอะไรเลย.

ส่วนด้านล่างนี่เป็นพรีเซนเทชันผมเองครับ เอาตีนปาดครึ่งชั่วโมง :30:
(กด Play และกด Full Screen ได้นะ แต่ไม่มีบรรยายประกอบ)

หมายเหตุ:
เผื่อใครไม่รู้จัก-เว็บฟอนต์เราไม่มีใครมาคุยกันเรื่อง “ฟอนต์” เท่าไหร่ครับ
เพราะส่วนมากสมาชิกนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับสายงานออกแบบด้วยซ้ำ
เนื่องจากตัวเว็บฟอนต์เองเนี่ยไม่ได้อยู่ในวงการอะไรเลย ดังนั้นสมาชิกจึงร้อยพ่อพันแม่มากๆ
อย่างในวันนี้ที่มาก็มีตั้งแต่แม่ค้า นิสิต วิศวกร นักลงทุน คนทำเว็บ คนทำเกม สถาปนิก
นักศึกษาอยู่ที่ออสเตรเลีย(อันนี้โฟนอิน) นักสังคมออนไลน์ นักโมชันกราฟิก โปรแกรมเมอร์
เภสัชกร พนักงานบริษัท เจ้าของโปรดักชันเฮาส์และภรรยา เฟลาธิการ และนักสื่อสารการตลาด
(เออ แม่งเยอะจริงๆ ด้วยว่ะ แต่ไม่มีใครเป็น “นักออกแบบตัวอักษร” เลยนะครับ)
สำหรับงานฟอนต์แคมปนี้เราตั้งขึ้นมาแซวสารพัด “แคมป์” ที่เป็นที่นิยมกันมาพักหนึ่ง
ที่จริงคือชวนกันมาเจอกันและกินๆๆๆ เท่านั้นเอง 555 (กฎคือเข้าฟรีแต่ให้เอาของกินมาด้วย)
แต่นานๆ ทีก็จะมีการแลกเปลี่ยนความรู้กันแบบนี้ด้วย
อย่างฟอนต์แคมป์ครั้งแรกก็เป็นเรื่อง CSS ซะงั้น :08:

เยสสสส กูตายตาหลับแล้วโว้ย!!

ไชโย!
มีวันนี้จนได้!!

ผมหิว เลยไปหาอะไรกินในเซเว่น
ก็ตัดสินใจว่า.. แดกมาม่านี่ละวะเย็นนี้
แล้วก็เลยเดินไปที่แผงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
แล้วก็เจอ!!

.

.

.

.

.

.

ไวไว

.

.

เยสสสสสสส!!!!!!

ป.ล.
ผมตั้งความหวังของชีวิตนี้ไว้ว่า
ชีวิตนี้กูขอเห็นฟอนต์ตัวเองไปโผล่บนถุงขนมหลอกเด็กทีเหอะว้า~
แล้วก็เห็นยำยำจัมโบ้รสทูอินวันโผล่มาเตะตาจนได้
ถึงจะไม่ใช่ขนม แต่มันก็หลอก(เด็กอย่าง)ผมไปซื้อจนได้
เยสสสสสสสสสสสสสสสสสส

ป.อ.
เว็บฟอนต์นั้นให้โหลดฟอนต์ฟรีมาได้จะปีแล้วครับ
มีเรื่องนึงที่เหล่านักสร้างสรรค์จะยินดีกัน ก็คือ
การได้เห็นตัวอักษรของตัวเองไปปรากฏในงานของคุณ
ไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือยิ่งใหญ่ เอาไปโพสต์ได้ที่ฟอรั่มครับ
เชื่อไหมว่าเดี๋ยวไอ้พวกขี้อิจฉามันก็จะมาโพสต์แสดงความเอือมที่นี่
แต่เสียใจด้วยโว้ย บล็อกตูไม่มีอีโมรูปเอือม :30:

ป.ฮ.
ขอให้อร่อยทีเท้อะะะะะะะ :30: