ขอเชียร์เว็บนายก๊าก: naikak.com

แก้ไข 19 ม.ค.55:
เปลี่ยนชื่อเว็บจาก 9gag.in.th เป็น naikak.com ละครับ

เขียนไปลง 9gag.in.th

กะจะพิมพ์สั้นๆ ไม่รู้จะยาวอีกหรือเปล่า แก้ไม่หายซะทีนิสัยเวิ่นๆ เนี่ย

พี่เลย์ (@layijiexa) คนเดียวกะที่ทำฟอนต์ตระกูลเลย์อิจิอันโด่งดัง
คนเดียวกะที่ทำเอ็มวีเอย พรีเซนต์แต่งงานเมพๆ เอย และการ์ตูนลายเส้นอย่างโปรที่ตัดจบซะทุกเรื่องเอย
คราวนี้แกนึกสนุกอยากทำเว็บแบบ 9GAG ให้คนไทยเก็ตกันบ้าง อย่างที่เว็บเฟลเป็นอยู่ตอนนี้เลยครับ

เมื่อไอเดียมี พลังแฝงพลุ่งพล่าน แต่แกดันทำเว็บไม่เป็น (อ้าว) เหล่ามิตรสหายเลยโดดลงมาช่วยกันยกใหญ่
จุดเริ่มต้นจึงเริ่มขึ้นในบอร์ดฟอนต์อีกแล้ว! จะว่าไปบอร์ดนี้สร้างเว็บดีๆ ในชาติบ้านเมืองเรามาเยอะละนะ 555
มีไอซ์เป็นกองหนุนดูแลเรื่องเซิฟเวอร์ให้ (ที่จริงไอซ์ไปจดโดเมนเนมตามแรงยุยงมาก่อนหน้านี้สักพักละ)
มีคุณบิ๊กกระต่ายดำคอยดูแลเรื่องโค้ดเอย เทคนิคเอยให้
แล้วก็ไปซื้อตีมเวิร์ดเพรสที่เขาทำมาโคลนเว็บเก้าแก๊กของฝรั่งเป๊ะๆ มาใช้อย่างหน้าด้านๆ (อันนี้ผมยุเอง)

ซึ่งไอ้ตีมเวิร์ดเพรสบ้านี่นรกมาก ราคาแค่ $37 แต่มันทำได้ทุกอย่างเหมือนเด๊ะจนน่ากลัว
แต่การอัปโหลดภาพไว้บนเซิฟเวอร์ตัวเองนี่ก็โหดอยู่ เพราะถ้าไม่ได้เป็นคลาวด์จริงๆ ก็กระอักนะครับ
ดีที่มีนายทุนยักษ์ใหญ่มาหนุนหลัง เลยสบายไป ขอบคุณวัฒนธรรมการจริงจังกับเรื่องไร้สาระครับ :30:
(มีเพื่อนๆ ในเว็บอีกหลายคนที่เป็นกองหนุน ขออภัยที่ไม่ได้เอ่ยนาม แต่ร่วมกันแจมกันหนุกหนานจริงๆ ครับ)

ในที่สุด เมื่อเคมีทั้งหมดก็ผสมกันลงตัวจนเกิดมาเป็นเว็บ 9GAG.in.th จนได้..
(แก้ไข: เพื่อป้องกันปัญหาในภายภาคหน้า ตอนนี้ทีมงานเปลี่ยนเป็น naikak.com แทนละครับ)

กระบวนการทั้งหมดที่ว่ามานั้นรวดเร็วมาก เร็วพอๆ กะการก่อตั้งเว็บเฟล ที่ก็เกิดมาจากบอร์ดฟอนต์เหมือนกัน
แต่อันนี้มีกองหนุนเต็มกำลังทั้งด้านเทคนิคและด้านเนื้อหา แถมทรัพยากรระบบก็แน่นปึ้กอีก ทุกอย่างจึงเริ่มได้เร็ว
จะติดอยู่ก็แค่แบรนด์ 9GAG นั้นไม่ใช่ชื่อสาธารณะ (ต่างจาก FAIL ที่ไม่ได้มีใครเป็นเจ้าของ ฝรั่งแม่งมีเป็นร้อย)
ด้วยความกังวล พี่เลย์ก็มาแย็บๆ ถามว่าจะเปลี่ยนเป็นชื่ออะไร แนวๆ meme หรือ cafe หรืออะไรแบบนี้ดีไหม
เพราะเวลาชื่อ 9GAG เนี่ยมันชัดเจนเลยว่าโคลนเขามาทั้งดุ้น
และแล้วพอโหวตกันไปโหวตกันมา ปรากฏว่าก็ได้ชื่อ “นายก๊าก.ไทย” มาใช้เป็นชื่อเรียกในที่สุดครับ
ส่วนชื่อโดเมนเนมตอนนี้ก็ใช้แบบนี้ไปก่อน เพราะจดมาแล้ว ไอซ์ออกตังค์เองด้วย ป๋ามาก
แต่ต่อไปอาจจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนก็แล้วแต่ว่าฝรั่งมันจะฟ้องเอาเมื่อไหร่เท่านั้นเอง ..โคตรกองโจรเลยอ้ะ

ส่วนมุกข้างในก็สารภาพกันตรงๆ ว่าได้แก่นไอเดียมาจากเก้าแก๊กต้นฉบับนี่แหละ
คือมีทั้งพวกการ์ตูน Rage Comic เอย อะไร “เจ๋งๆ” (อันนี้ซ้อนทับกะเฟลหน่อยนึง) เอย ฯลฯ
แต่เอามาปรับหน่อยนึงด้วยจุดยืนของพี่แกเอง คือพยายามจะให้มุกที่นี่ “เป็นออริจินัล”
คือไม่ได้ขโมยคนอื่นมาโปะแล้วใส่ลายน้ำแบบเก้าแก๊ก ซึ่งอันนี้ผมว่าเป็นปัญหานะ ไม่ชอบเป็นการส่วนตัวด้วย
แต่พอนายก๊ากไทยมีความเป็นเป็นต้นฉบับ ใครคิดมุกเองก็ส่งมา ถ้าฮาก็ได้โหวตขึ้นหน้าแรกอะไรงี้ เวิร์ก!
และที่สำคัญคือเรื่องสิทธิ์ในการเผยแพร่ผลงาน คงเป็น “ใครจะเอาไปเผยแพร่ก็ให้เครดิตกันด้วย” จบ
ไอ้ครั้นจะใช้ Creative Commons ก็คงประหลาด เพราะบางภาพก็ตัดแปะมาจากหนังซะดื้อๆ งี้

ไม่รู้ว่าแนวคิดนี้จะมีคนเข้าใจไหม แต่เชื่อว่าพออยู่ตัว คำถามนี้ก็จะหมดไปเช่นเดียวกะเว็บเฟล
ของเฟลนี่แรกๆ มีคนเอาไปเปรียบเทียบกะ Failblog.org ด้วยซ้ำ ว่าทำไมไม่ยังงั้นยังงี้ร้อยแปดพันเก้า
แต่พอนานๆ ไปติดลมบนและมีกลิ่น มีที่ทางของตัวเองปั๊บ ก็เริ่มเข้าใจว่ามันไม่ใช่! และก็หนุกหนานอย่างปัจจุบัน

จนในที่สุดก็กำลังจะมีรวมเล่มกะเขาแว้วววววว~ :25:

ภาพแรก FAIL Of THE สอง YEARS

ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอโฆษณาย่อหน้านึงนะ
คืองี้ครับ สำนักพิมพ์แซลมอนเขาเอาไปทำให้ ได้ข่าวว่าจัดหน้าโหดจนฝ่ายกราฟิกลาออกไปคนนึง
ขนาดทำต้นฉบับส่งไปยังอภิมหายากเลย ไว้แล้วจะเล่าให้อ่านทีหลังนะจ๊ะ
แถมคุณบอกอเองก็ยอมรับว่าแม่งเป็นหนังสือที่ทำยากที่สุดตั้งกะเปิดสำนักพิมพ์มา
จนเสร็จออกมาเป็นเล่มๆ และปล่อยภาพหลุดออกมาอย่างที่เห็นข้างบน
ตื่นเต้นมากครับ นี่ยังไม่เห็นของจริงเลย แต่ก็พิมพ์ไปเหงื่อออกง่ามนิ้วไปตลอดเวลา

เออ
เคยมีคนทวีตว่าอีพวกทำเว็บซึ่งคุยนักหนาว่ามันคือสื่อใหม่ จะตื่นเต้นทำไมตอนที่ได้ออกหนังสือ ซึ่งเป็น “สื่อเก่า”
ผมคงตอบคำถามเขาไม่ได้ตรงๆ นัก เพราะไม่เคยคุยว่ามันเป็นสื่อใหม่ คือแม่งเป็นปัจจุบันตะหาก
พอๆ กับหนังสือที่ก็เป็นปัจจุบันเหมือนกัน ผมยังอุทิศผนังบ้านหนึ่งซีกเป็นห้องสมุด(การ์ตูน)เลยด้วยซ้ำ
ดังนั้นด้วยความที่คลุกคลีกับหนังสือที่เป็นกระดาษ ก็เลยยังมีความรู้สึกผูกพันกับมัน
มากกว่าสื่อที่ต้องเติมไฟฟ้าลงไปถึงจะดูได้อยู่ดี

.

กลับมาที่หัวข้อเรื่องนายก๊าก :58:

บัดนี้เว็บนายก๊ากก็เริ่มติดลมในวงแคบๆ ละครับ ระบบเริ่มอยู่ตัว ปริมาณทราฟฟิกมหาศาลจนน่าตกใจ
กลุ่มคนที่เข้ามาเล่นก็เป็นเด็กมัธยมซะส่วนมาก มุกแม่งอย่างเกรียน แต่ก็นี่แหละ ให้เว็บมันทดลองตัวเองไปอีกหน่อย
ตอนนี้บางมุกก็ยังไม่ลงตัวบ้าง ไม่หลากหลายหรือไม่เห็นแล้วฮาเยี่ยวแตกบ้าง ก็ค่อยลุ้นให้มันขัดเกลาตัวเองต่อไป
เดี๋ยวพอเริ่มตกตะกอน และติดลมบนเข้าแล้ว ผมเชื่อว่ามันจะดังได้ไม่ยาก เผลอๆ ก็น่าจะดังมากๆ
เพราะมันถูกจริตเกรียนไทยซะขนาดนี้! อย่าเพิ่งโดนฟ้องซะก่อนนะ!

มีไอเดีย หรือข้อติชม วิพากษ์วิจารณ์ด่าทออะไรก็ช่วยๆ กันคอมเมนต์ได้นะครับ
เพราะยังไงคนที่ทำเขาก็อยากให้มันออกมาดีๆ เหมือนกับที่ทุกคนก็อยากเห็นอะไรดีๆ นั่นแหละ
เช่นที่เสนอไปคืออยากได้ Rage Comic ที่มีตัวแสดงเป็นนักการเมืองไทย อันนี้น่าจะฮาและเป็นอมตะ
หรือไม่ถ้าโดนนักการเมืองที๋โดนล้อแม่งโมโหตามไปเก็บคนทำเว็บ มุกเหล่านั้นก็จะเป็นอมตะทางกายภาพจริงๆ ซะที

ป.ล.
พิมพ์ยาวจนได้ ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ..

meme: ความฮาที่ไร้พรมแดน

อันนี้เป็นบันทึกเรื่อยเปื่อย ภาคต่อจากบล็อกที่เสนอทฤษฎีวิถีข่าวสั้นไปเมื่อครั้งกระนู้น
ตรงไหนที่พอจะมีลิงก์อ้างอิงได้ผมจะใส่ไว้ อาจจะดูน่ารำคาญนิดนึงแต่ก็สามารถกดเข้าไปอ่านต่อได้นะครับ

ไม่รู้มีใครสนใจศึกษาเรื่องนี้จริงจังหรือยัง
คือผมสนใจ แต่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ลงไปทุ่มเทกะมันเท่าไหร่
เลยเอามาเขียนโน้ตไว้หน่อยเผื่อใครจะเอาไปสานต่อครับ (ดูเหมือนจะมีสาระนะ..)

นอกจากโลกออนไลน์มันจะย่อย่นระดับความสัมพันธ์ของคน จากที่เคยรู้จักกันในระดับถิ่นฐานที่อยู่อาศัย
เปลี่ยนจนกลายเป็นรู้จักจนได้เสียเป็นเมียผัวกัน โดยไม่จำเป็นต้องเห็นหลังคาบ้านด้วยซ้ำ
จนเขามาปรับผลวิจัยทฤษฎีเมื่อหลายปีก่อน ที่บอกว่าคนเรายังไงก็ต้องสัมพันธ์กันใน 6 สเต็ป
ตอนนี้โลกออนไลน์ย่นมันให้เหลือน้อยกว่านั้นได้แล้ว (ขอบคุณทั่นศาสดาซักกะเบิกเนตร)

ไอ้นั่นเรารู้กันอยู่แล้ว แต่เรื่องนี้ที่ผมสนใจคือ ใครจะไปรู้ว่าวันนึงมุกตลกทั่วโลกเนี่ย
แม่งจะถูกทำให้เป็นสากลได้เร็วไฟแลบขนาดนี้ (ฝรั่งใช้คำว่า Meme และ Internet meme )
ยิ่งเป็น พ.ศ.นี้ การล้อเล่นกับอะไรนั้นไม่ใช่แค่เล่นกันเอง ฮากันเองในหมู่เพื่อน หรือหมู่ชนชาติเดียวกัีนแล้ว
แต่พฤติกรรมการยั่วล้อที่ทำได้ง่ายขึ้น คนรับได้กันมากขึ้นเนี่ย มันขยายและลามปามไปทั่วโลกแล้วครับ
อันนี้ก็เป็นผลพวงมาจากย่อหน้าที่แล้ว ที่โลกออนไลน์มันดันไปลดความยุ่งยากในการส่งต่อข้อมูลลงอย่างเหลือเชื่อ

wtc-animated-gif

จากเมื่อก่อนที่จะฮากับอะไรที่คนเขาล้อกัน ก็ต้องมานั่งเปิดอีเมลอ่าน FWD หรือกระทู้ตามเว็บบอร์ด
ซึ่งมันไม่เรียลไทม์ (งั้นผมควรเลิกพูดเรื่องอดีตได้แล้ว เพราะถ้ามีคำว่า “เมื่อก่อน” เมื่อไหร่แสดงว่าตัวเองแก่)
แต่บัดนี้มุกที่ฝรั่งเขาฮากันเมื่อวาน แป๊บๆ ก็เอามาล้อกันด้วยสำเนียงภาษาและกลิ่นไทยๆ ได้ฉิบแล้ว
ตัวอย่างก็เช่นมุก “#จนกระทั่งโดนธนูปักที่เข่า” ที่ฮิตระเบิดระเบ้อในทวิตเตอร์เมื่อวานซืน
อันนั้นก็ตามฝรั่งแค่อาทิตย์เดียว แต่ก็ต้องเข้าใจว่ามันยากจะฮาเพราะค่อนข้างเฉพาะกลุ่มไปหน่อย
แถมไม่ค่อยมีกลิ่นไทยแบบตลกสามช่าหรือบร๊ะเจ้าโจ๊ก (ที่มันแมสโคตรๆ) สักเท่าไหร่

แล้วอะไรที่เป็น meme แบบไทยๆ?

มันก็ต้องเป็นสิ่งที่คนไทยเก็ต และรู้จักกัน (ผมขอเจาะเฉพาะกลุ่มคนออนไลน์นะ)
จะให้ดีต้องเกิดจากการเสียดสี ยั่วล้อ จิกกัดสิ่งที่เป็นปรากฏการณ์ในขณะนั้นๆ อย่างจงใจเกรียน
ก็ตามสูตรวิถีข่าวสั้น คือเริ่มจากดราม่า และต่อมามีไอ้บ้าที่มานำขบวนตลก และตลกต่อกันไปเรื่อยๆ
ยิ่งเจ๋งยิ่งแชร์ ยิ่งเป็นของแท้ก็ยิ่งลามทุ่ง ด้วยพลังของมวลชนอย่างแท้จริงเลยครับแบบนี้
ถ้านึกไม่ออก จะให้ยกตัวอย่างน่ะเหรอ ได้ๆ ..เอาเท่าที่นึกออกตอนนี้นะ

  • คลิปโดมเซ็ตผม มียอดคนดูล้านคนนิดๆ ลามไปยันโคมปะการัง ที่ทำคลิปเล่นๆ มาล้อเลียน
    จนตอนนี้ยอดคนดูก็เฉียดล้าน! และคุณโคมก็มีหน้ามีตาในวงการไปจริงจังเรียบร้อยแล้ว (วงการไรวะ)
  • คลิปยูทูบซับนรกต่างๆ โดยเฉพาะฮิตเลอร์อยากทำนั่นนี่ ที่มาจากหนังเรื่อง Down Fall
    (อันนี้ผมเคยเอาไปพูดในงาน SMCON เมื่อปีกลายด้วยแหละ แหะๆ)
    รวมถึงคลิปทำเอามันส์แบบต่างๆ ที่ปรากฏถี่ขึ้นเรื่อยๆ และมีดาราแจ้งเกิดด้วยยูทูบมากขึ้นเรื่อยๆ
  • จ๊ะคันหู อันนี้สุดยอดของสุดยอดแห่งปรากฏการณ์!!! (ล่าสุดในคลิปต้นฉบับนี้ 16 กว่าล้านวิว)
  • ดราม่าสารพัดสารเพ อันนี้ไปอ่านต่อในเว็บจ่าพิชิตเอาเองนะ
  • ดราม่าทวิตเตอร์อย่างแท็ก #wongthanongiswatchingyou ที่เสียดสีคุณวงษ์ทนงไว้เจ็บแสบ
    (meme แบบนี้เจ้าตัวไม่ตลกด้วยนะครับ แต่กระแสบริสุทธิ์ที่แรงแบบนี้ไม่พูดถึงก็เสียดาย)
  • พวกมุกภายในต่างๆ ตามเว็บบอร์ดบ้านเรา หรือที่ไร้สาระนุกรมเอาไปล้อ
  • วลี “เอาอยู่” ของ ศปภ. ที่โดนเอามายั่วล้อจนกลายเป็นอะไรไปแล้วก็ไม่รู้
  • แพลงกิ้ง (คงไม่ต้องอธิบาย) รวมถึงไอ้พวกพับเพียบไทยแลนด์และสารพัดจะทำตามๆ กันนั่น
  • อวตารปลาไหล รวมถึงอวตารอื่นๆ ที่เกิดเองโดยธรรมชาติบ้าง มีบริษัทจัดตั้งบ้าง
  • คลิปรู้สู้ฟลัด อันนี้ชื่นชมคนทำคลิปนี้จริงๆ ครับ คนดูในยูทูบคลิปแรกเป็นล้านๆ คน
    ในทีวีอีกไม่รู้กี่ล้าน และสร้างคุณประโยชน์มหาศาลให้กับชาติบ้านเมืองเราอย่างหนักหน่วงเลย
    และขอยอมรับอย่างพ่ายแพ้เลยว่าก่อนหน้าที่จะมีคลิปนี้ ผมก็ทำไว้เหมือนกัน (ใจตรงกัน!)
    เสียดายว่าคิดบทเอย วาดเอย ฯลฯ ไว้แล้ว เหลือแค่แอนิเมชันเท่านั้นเอง แต่ก็เป็นหมันไป
    ก็นะ.. ไม่ได้ทำก็คือไม่ได้ทำ ไม่มีข้ออ้างครับ เสียดายๆ อยากดังกะเขาบ้างง่ะ
  • การเซ็นเซอร์แบบปัญญาอ่อนของกองเซ็นเซอร์ตามสื่อหลักต่างๆ อันนี้เป็นดราม่าคลาสสิก
  • คำผกาโชว์นม (อันนี้ข้ามประเด็นเรื่องอากงกันไปหมดเลย คือเห็นเลยว่าคนสนใจสารอะไรกันแน่)
  • พี่เสพโลโซ (ซึ่งก็ดันมาวันเดียวกะคำผกาจนกลบข่าวอากงให้จมหายไปอีก)
  • มุกละครวนิดา เรยา เด่นจันทร์ อะไรไม่รู้สารพัดที่ฮิตจนทวิตเตอร์แตก
  • ประโยคที่ผุดขึ้นมาโดยมีสาเหตุมั่ง ไร้สาเหตุมั่ง เช่น
  • อวดของเก่าที่ตัวเองมีเอี่ยวมั่ง – กรุ๊ปเฟซบุ๊กชื่อ “พี่แม๊วสบายดี และบินเดี่ยวมาแล้วทั่วโลก
    ผมทำไว้เมื่อเกือบสองปีก่อน สนุกโคตรๆ ถ้าเป็นตอนนี้คนเล่นคงมากกว่าไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยเท่า ฮ่าๆ
  • หรือถ้าจะให้เก่ากว่านั้นก็ยุคที่ทำคลิปทักษิณร้องเพลงมายยะฮี้เมื่อหกเจ็ดปีก่อนนั่นเลย
    อาจจะเรียกว่าเป็น meme แบบทำเองที่ฮิตที่สุดโคตรพ่อโคตรแม่ของความบ้าบอแล้ว
    เป็นปรากฏการณ์ออนไลน์ที่เกิดแบบระเบิดปรมาณูถล่มทุกเว็บที่ผมทำตอนนั้นจนล่มวินาศทั้หงหมด
    ออกทีวีครบทุกสำนัก นี่ขนาดยุคนั้นไม่มีเฟซบุ๊กทวิตเตอร์ยังมีคนดูคลิปบ้านี่เป็นล้านๆ ครั้งในไม่กี่วัน
    จะว่าไปผมหากินกับคุณทักษิณบ่อยมากเลยนะเนี่ย ก็แกตลกอะ (ชูวิทย์ก็ตลก แต่คนเล่นเยอะแล้ว)
  • ฯลฯ .. ใครนึกออกอีกช่วยเพิ่มลงในคอมเมนต์ได้จะขอบพระคุณยิ่งจ้ะ :27:

เขียนเรื่อยเปื่อยจนดึกละ พอๆ สรุปละกัน
ผมสนใจคำว่า meme จนอยากเห็นสารานุกรมออนไลน์ที่บรรจุเรื่องราวที่มาของ meme แบบไทยๆ เอาไว้
เพราะมันเป็นแหล่งอ้างอิงชั้นดีกับวัฒนธรรมย่อยในโลกออนไลน์ ที่มาเร็วโคตรๆ
ส่วนจะไปเร็วหรือเปล่าก็แล้วแต่ความคลาสสิกของ meme นั้นๆ นั่นเองงง

ว่าแล้วใครสนใจจะเปิดเว็บสารานุกรมบ้าบอแบบไทยๆ นี้มั่งก็ดีนะครับ โดเมนเนม meme.in.th ยังว่าง!
ถ้าจะให้แจ๋วก็ทำแบบ Knowyourmeme ของฝรั่งไปเลย (ผมชอบจนดูดฟีดไว้อ่านเลย บ้าจริงกู)

.

ป.ล.
ลองเล่นแอปฟรี: ROiDRAGE ครับ ของแอนดรอยด์ ใช้ง่ายมาก ใช้วาดการ์ตูนซีรี่ส์ RAGE GUY
ไอ้การ์ตูนชุดนี้เห็นบางคนเรียกการ์ตูน 9GAG ถ้านึกไม่ออกก็กดลิงก์ หรือไม่ก็ข้ามไปดูข้างล่างเลย
ที่จริงฝรั่งก็มีเว็บแนวๆ นี้อีกเพียบ และ 9GAG.com เองก็ไม่ค่อยน่านับถือเท่าไหร่
เพราะแม่งไม่เคยให้เครดิตใครเลยนอกจากใส่ลายน้ำเว็บตัวเอง แล้วเสือกดัง เพราะระบบมันเลอเลิศจริงๆ ดอกส์!

ลองเล่นแอป ROIDRAGE

กระสุนตกขึ้นฟ้า

ที่จริงเรื่องนี้จะเขียนไว้สองสามปีแล้ว แต่ลืมทุกที เพราะมันไม่ได้จี๊ดขึ้นมาตอนที่อยู่หน้าคอม
พอตะกี้เพิ่งเห็นข่าวนี้ของเมื่อวานซืน แล้วยังโยงไปข่าวที่สองอีก.. ก็เลยเป็นแรงผลักให้เขียนถึงสักหน่อย

เมื่อคืนก่อน ที่มีจันทรุปราคาแล้วก็ตามสูตร มีโหรทำนายว่าประเทศเราจะฉิบหาย
ด้วยเหตุเพทภัยครบทุกชนิดเท่าที่หมอดูแกจะจินตนาการออกด้วยหลักวิทยาศาสตร์นั่นแหละ
คือดูในข่าว แม่งลิสต์มาแบบเหมาทุกความฉิบหายเลยครับ คือนึกว่าจะไม่เกิดอะไรยังยากกว่าเลย

ผมกลับเพชรบุรีไปเยี่ยมพ่อแม่และรายงานตัวเป็นครั้งแรกตั้งแต่น้ำท่วมครับ
ไปถึงก็เกือบๆ สามทุ่มพอดี ก็ตอนที่ราหูกระเดือกจันทร์ไปอย่างเงียบๆ นั่นแหละครับ
แต่ที่ไม่เงียบเพราะรอบๆ ตัวได้ยินแต่เสียงปืน.. ปืนนะครับไม่ใช่ปะทัด และคนยิงก็คือคนบ้านใกล้ๆ ผมเองทั้งนั้น
คือแถวบ้านที่เพชรเขาจะมีธรรมเนียมห่าเหวอยู่ว่าพอถึงหน้าเทศกาลไม่ว่าจะปีใหม่หรือฉลองอะไร
เขาก็จะยิงปืนขึ้นฟ้ากันให้หมดแม็ก หมดแล้วเติมใหม่ แล้วยิงอีกให้หมด เรียกว่ามีโอกาสก็จัดซะคนละเป็นร้อยๆ นัดเลย

ขอโทษ ไอ้ที่ยิงนั่นไม่ใช่เพราะงมงาย อยากไล่ราหูหรืออะไรหรอกครับ
แต่เป็นการ “ประกาศแสนยานุภาพ” ของแต่ละบ้านว่าบ้านกูมีอาวุธปืนในครอบครองแค่ไหน กี่ ม.ม.
อันนี้เรื่องจริงครับ เจอมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่สมัยขโมยขโจรชุมๆ จนเดี๋ยวนี้มาถึงสมัยดราม่าการเมืองกันเยอะๆ
การประกาศตนว่า “บ้านกูมีปืน” ด้วยการยิงขึ้นฟ้าในคืนเทศกาล หรือตามงานบวชงานแต่ง จึงยังคงทำกันอยู่เสมอมา

คืนนั้นผมยังทวีตอยู่เลยว่านึกถึงข่าวที่มีคนเคยโดนกระสุนที่หล่นจากฟ้าตายแล้วก็เสียว จนไม่กล้าไปยืนกลางแจ้ง
ซึ่งในข่าวที่ดังไปทั่วประเทศเมื่อปี 2551 ก็คือน้องฟลุค-เด็กเพชรนี่แหละครับ
น้องเขาว่ายน้ำอยู่ในสระอยู่ดีๆ ก็โดนกระสุนลอยตกทะลุหลังคาสระว่ายน้ำ ลงมาเจาะหัวพอดี
โป๊ะ..
เมื่อหมอไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ เราเลยเสียคนบริสุทธิ์ไปหนึ่ง (สอง สาม สี่ ห้า) คน
และยังไม่หยุดนับจำนวนศพที่จะยังมีต่อไป ตราบที่ไอ้จารีตบ้าบอนี่ยังไม่มีใครลุกขึ้นมาต่อต้านเสียที

แล้วในวันขึ้นปีใหม่ที่ผ่านมาเมื่อสักราวๆ สองสามปีที่แล้ว
ผมไปนอนบ้านแม่ยายที่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี (ที่เจริญน้อยกว่ารังสิตเยอะ) เพื่อจะได้ตื่นมาทำบุญตักบาตร
ห้องที่นอนนั้นมีเพียงหลังคาและฝ้าเพดานกั้นเรากับท้องฟ้าข้างบน และคืนนั้นก็มีกระสุนตกทะลุหลังคาลงมา
ห่างจากจุดที่น้องอีกคนนอนอยู่แค่เมตรเดียวได้ละมั้ง แบบนี้ไม่รู้จะเรียกว่าเคราะห์ดีได้ไหมเหมือนกัน

ที่จริงกระสุนปืนที่ยิงขึ้นฟ้า และหล่นลงมาทะลุหลังคาบ้านมาโดนคนที่อยู่ข้างใต้เนี่ย
อ่านมาจากหลายๆ ที่ เขาก็บอกว่าความแรงของมันเท่าๆ กับการยิงออกจากปากกระบอกปืนเลยนะครับ
เพราะเวลายิงมันจะเป็นวิถีโค้ง (คือยังไงเรายิง 90 องศาขึ้นฟ้าไม่เป๊ะกันอยู่แล้ว) ยังไงก็จะไปจบสักที่อยู่ดี
ก็อยู่ที่ว่าใครจะซวย พระเจ้าหลับตาปาลูกดอกไปโดน โป๊ะ.. ก็สวัสดีครับ ได้ออกข่าวสั้นทันโลก กรอบเล็กๆ

แม้จะมีประกาศกันพอเป็นพิธี หรือล้อมคอกกันตอนวัวหายเป็นระยะๆ
แต่ตราบใดที่ยังไม่มีลูกหลานใครโดนโป๊ะเข้ากับตัวตรงกลางกบาลพอดี แม่งก็ไม่เลิกกันหรอกครับ
คือที่จริงมันไม่ใช่ประเพณีเก่าแก่อะไรเลยนะครับ เพิ่งมาฮิตกันเมื่อสมัยผมเด็กๆ นี่เอง
หรือถ้ามันเก่าแก่แต่เฮงซวยแบบนี้ ก็เลิกได้ครับ บรรพบุรุษไม่ว่าหรอก

เผื่อจะสนใจ

ป.ล.
ภาพพระจันทร์ข้างบนนั่นผมพยายามถ่ายแล้วครับ กะว่าจะได้พระจันทร์ดวงกลมๆ โตๆ กะเขามั่ง
แต่กล้อง GF1 ที่มี เลนส์มันซูมไม่ได้ เลยอดเป็นน้าๆ เลย :05: