รายนามแอปในมือถือแอนดรอยด์ของข้าพเจ้า

กาแล็กซี่ที่สามของข้าพเจ้า

พอดีเพิ่งซื้อ Note 3 มาน่ะครับ (ปากก็บอกว่าไม่ได้เป็นสาวกซัมซุง แต่ก็ใช้ทั้งโน้ต 1 ยันโน้ต 3 นะ)

ก็เลยเอาโน้ต 2 เครื่องเดิมไปขาย แล้วไหนๆ จะจากกันทั้งทีเลยขอลิสต์รายการแอปที่ลงไว้ และชอบจนจะลงในเครื่องใหม่อีกที ทั้งนี้ก็เป็นการแนะนำโลกของแอนดรอยด์ให้คนที่ไม่รู้จัก หรือค่อยได้เล่นอะไรกะมันไปด้วยเลย ขอเตือนว่าบล็อกนี้ยาวอีกชัวร์ แถมยังเต็มไปด้วยอคติและรสนิยมส่วนตัวเช่นเคยครับ

AirDroid

แอประดับห้าดาว (เดี๋ยวนี้เหลือ 4 ดาวครึ่งแล้ว) สุดยอดขวัญใจตลอดกาลตัวนึงของข้าพเจ้า เอาไว้โอนไฟล์ข้ามกันระหว่างมือถือกับคอม และจัดการนั่นนี่ได้เยอะมาก ภายใต้หน้าตาที่สวยงาม ใช้ง่าย เอาไว้ข่มพวกใช้ไอโฟน และกันตายได้หลายรอบละ

Delicious

เอาไว้เก็บลิงก์เด็ดจากแอปอ่านฟีดบ้างไรบ้าง แล้วเด้งเข้าทวิตเตอร์ในนาม #aroi ให้เอง (ผ่าน IFTTT)

Facebook + Facebook Messenger ข้ามไปเนอะ เพราะรู้จักกันหมดแล้ว

GALAXY Gift

แอปสำหรับคนใช้มือถือซัมซุงที่ชอบกินฟรี หรือกินของถูก ดูหนังถูกอะไรงี้ คือลงไว้เพื่อโชว์เหนือว่ากูเป็นอภิสิทธิ์นได้เพียงใช้มือถือยี่ห้อนี้ ถือเป็นแอปที่ดีและใช้งานได้จริงๆ ในชีวิตประจำวัน ยกให้เป็นโบแดงของซัมซุงไทยเลยครับ

Google+, Hangouts, Line ข้ามไป

Photo Frame Free:Easy Collage

เอาไว้จัดภาพถ่ายใส่เฟรมสามช่องสี่ห้าช่องก็ว่าไป เวอร์ชันที่ใช้เองนี่ฟรี แต่อันที่เสียตังค์คือซื้อให้ในเครื่องเมีย แล้วขี้เกียจจ่ายของตัวเอง เลยใช้ของฟรี ซึ่งก็ดีพอแล้ว

SolCalendar – Android Calendar

หลังจากหาแอปปฏิทินที่ใช้ง่ายจริงๆ และหน้าตาไม่ขี้เหร่จริงๆ มานาน ก็เจอตัวนี้ (ของกูเกิลเองสวย แต่ใช้ไม่ง่าย ผิดหวังนะ ส่วนของซัมซุงกลับกันคือใช้ง่ายแต่ไม่สวย) บ้าจริง เป็นปฏิทินสัญชาติเกาหลีที่หน้าตาดีมากกกกก ของเล่นกุ๊กกิ๊กเยอะมาก และความสามารถครบเท่าที่เราผู้นัดหมายอะไรไว้ในปฏิทินตลอดเวลาได้ซูฮกกับมัน ใครไม่เคยลอง ลงเลย อันนี้แนะนำมาก

WordPress อันนี้ก็ข้ามไป

อ้าว เพิ่งเห็นว่าแอปข้างบนนี่คือมันเพิ่งอัปเดต เลยรายชื่อมันขึ้นมาบนๆ ฉิบ ไม่ไล่ตามตัวอักษรซะงั้น งั้นต่อไปนี้จะเป็น A-Z ละนะครับ

“ราคาทอง” Gold price

เมื่อก่อนทองกำลังขึ้นเลยลงแอปนี้ไว้ดูราคาหนุกๆ พอซื้อปั๊บ แม่งลง ติดดอย อีห่า แอปกาก

Android Lost

เอาไว้หามือถือหาย ส่งพิกัด ส่งเสียง ข้อความ ถ่ายรูป ฯลฯ ได้หลายอย่างมาก ออกมาก่อนที่กูเกิลจะออก

Android Device Manager

ซึ่งพอทำได้เหมือนกันแต่ไม่เก่งเท่า เผอิญมีดีที่หน้าตาสวยกว่าเท่านั้นแหละ

AppGratis

เอาไว้แนะนำแอปที่ปกติเขาทำมาขาย แต่ไม่รู้ไปทำไงมาให้เขาแจกฟรีรายวัน วันละตัว ก็ดีนะ

Baby Sleep Music Lullaby Box

เอาไว้กล่อมเด็กที่บ้านให้หลับตั้งแต่ยังเป็นเบบี๋ ซึ่งมีหลายตัวในท้องตลาดนะ แต่ตัวนี้เพลงโอเคสุดแล้ว ซึ่งตอนนี้ก็ไม่ได้ใช้แล้ว เพราะแม่มันตัดสินใจซื้อแอปนิทานก่อนนอน ซึ่งได้ผลกับเด็กคนดังกล่าวตั้งแต่ขวบครึ่งเป็นต้นมา

Barcode Scanner

ไม่มีอะไรพิเศษ ลงไว้เพราะได้ใช้

Beautiful Timer

จัดอยู่ในหมวดแอป “สวยโคตร แต่เมื่อไหร่จะได้ใช้วะ” แต่มันสวยจริงๆ คือลงไว้ให้หนักเครื่องเล่นก็ได้ เพื่ออวดรสนิยม

Camera 360, Chrome ข้ามไปนะ

eBay

น่าตกใจที่หลังๆ มานี้ แอปนี้สวยขึ้นมากๆ ก็เลยใช้บ่อย เสียเงินบ่อยซะงั้น

Facebook Pages Manager

เหตุผลที่ต้องลงเพราะเมียโยนร้านสกรีนเสื้อให้ดูแลต่อแทน ก็เลยลงไว้ใช้คุยกะลูกค้า ซึ่งก็ดีนะ คือแอปมันแย่มากแหละ แต่มีไว้ก็ดีเพราะสถานการณ์บังคับ (ตรงที่ “ใครๆ ก็อยู่ในเฟซบุ๊ก”)

File Wrangler

แอป File Manager ที่หน้าตาเรียบๆ ดีไซน์แบบกูเกิลแท้ๆ เลย แต่ก็ทำได้หลายอย่างแบบที่กำลังพอดี คือไม่มากไป ไม่น้อยไป และเรารักความเร็วแบบนี้ (แต่ไอคอนน่าเกลียดจนอยากด่า)

Flickr

เอาไว้เก็บไฟล์ภาพถ่ายหรือภาพวาดเพื่อประกอบบล็อก (เช่นบล็อกตอนนี้ก็เช่นกัน) ข้อดีคือทุกอย่างสามารถทำได้จบในมือถือเลย และดีด้วย ถือเป็นบริการของค่าย Yahoo ที่น่าชม

Foursquare ข้ามไปนะ

Full Screen Caller ID – BIG!

เอาไว้โชว์หน้าตาคนโทรเข้ามาแบบเต็มๆ แน่นอนที่ต้องลงไอ้แบบนี้เยอะแยะเพราะหน้าตาของซัมซุงมันแย่มาก แต่โชคดีที่นี่คือแอนดรอยด์ ไม่ชอบอะไรก็ไปหามาสวมซะให้เป็นของเรา ซึ่งน่าเสียดายมากที่แอปนี้ไปโหลดมาในวันที่ AppGratis มันแจกให้ฟรีวันนึง พอน่จะลงใหม่ในเครื่องใหม่ มันดันเป็นรุ่นที่มีโฆษณา ก็เลยบ๊ายบายไปก่อนนะ

Gmail, Google Adsense, Google Analytics, Google Calendar, Google Drive, Google Earth, Google Maps, Google Text-to-speech, Google Translate ข้ามไป (รู้เลยว่าเป็นสาวก)

Google Keep

น่าจะเป็นลูกเมียน้อยอีกตัวของกูเกิล เมื่อก่อนเราใช้ GTasks ที่มันไปเชื่อมกับ Google Tasks แต่นั่นก็ท่าจะโดนปลดระวางไปแล้ว และหันมาชูไอ้ตัวนี้ได้แป๊บๆ แต่ก็ไม่มีลิงก์เข้าตรงๆ ผ่านปุ่มเก้าเม็ดของกูเกิล เลยสงสัยว่ามึงจะดันจริงหรือเปล่า แต่ก็ใช้บ่อยนะ ทุกวันแหละ เอาไว้จดทิ้งขว้างและ sync ข้ามเครื่อง (มันคือ EverNote ของกูเกิล)

GoPro App

เอาไว้ต่อกล้อง GoPro หนุกๆ

InstaFontMaker Font Maker Free

ทำฟอนต์ลายมือไว้ใช้งานเองในแอนดรอยด์ (และเอามาโมเล่นในคอมได้ด้วยแหละ) อ้อ ในทีมงานของแอปนี้มีคนไทยด้วย ดีใจมาก กรี๊ดกร๊าดเลย

Instagram

ลงไว้เพื่อคอมเมนต์ชาวบ้านแท้ๆ เลย

Lapse It • Time Lapse • Pro

เอาไว้ถ่าย Time-lapse เล่นหนุกๆ รู้สึกจะซื้อมาตอนมันลดราคานะ

MX Player

แอปดูหนังที่เหมาะมือที่สุดแล้วอันนี้ ชอบที่มันใช้นิ้วแถกลงไปบนจอเพื่อปรับเสียง ปรับตำแหน่ง ปรับความสว่างได้ ซึ่งแอปอื่นมันยุ่งยากกว่านี้

My Tracks

เอาไว้บันทึกเวลาและเส้นทางการขี่จักรยาน เสร็จแล้วเปิดดูเป็น Google Earth ได้ด้วย เวลาเห็นเส้นทางที่ตัวเองวิ่งปรู๊ดไปบนแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศเป็นแอนิเมชันนี่ แม่งอลังการมาก! แถมยังสำรองข้อมูลไว้บน Google Drive อีกแน่ะ อย่างหลังนี่ชอบมาก (แต่ก็เชื่อว่าแอปนี้จะอยู่ได้ไม่นาน เพราะไม่เห็นมีการปรับดีไซน์อะไรตามแอปอื่นๆ ของกูเกิลเลยมานานแล้ว)

Nova Launcher + Nova Launcher Prime

อย่างที่บอกว่าเกลียดดีไซน์ของซัมซุง เลยลงตัวนี้ แล้วชีวิตก็ดีขึ้นมาก สะดวกมาก สนุกมาก เร็วมาก

OLYMPUS Image Share

คล้ายๆ แอปโกโปร แต่อันนี้คือกล้อง E-P5 ซึ่งมันถ่ายหันหน้าหาตัวเองไม่ได้ ก็ได้แอปนี้แหละช่วย

Pinterest

ในคอมใช้บ่อยมากถึงขั้นเสพติด เลยลงเวอร์ชันมือถือไว้ด้วย นานๆ จะได้นั่งเปิดดูสักที ส่วนมากจะเป็นการแชร์รูปภาพออก เดี๋ยวนี้สนิทพอๆ กัน หรือไม่ก็เผลอๆ สนิทมากกว่า Delicious ด้วยซ้ำ

Pocket

แอปสำรองอ่านที่ดีมากๆ ตุนไว้อ่านเยอะๆ แก้ว่างได้ดีนักแล

Poweramp Music Player

เอาไว้ฟังเดอะช็อกตอนแว้นไปนอกบ้านและทำงานง่วงๆ (ล่าสุดลองเปลี่ยนมาใช้ Clean Music Player ที่ไร้ระบบ Library แต่เล่นไฟล์จากโฟลเดอร์เอาเลยง่ายดี ซึ่งดี แต่ยังไม่สนิท)

Quickoffice

ชุดออฟฟิศที่โอเค อ่านไฟล์ PDF ได้ดีก็น้ำตาไหลแล้ว

QuickPic

แอปดูรูปที่ใช้สะดวกมือที่สุด ปรับนู่นนี่ได้เยอะ และใช้ง่ายกว่าแอป Gallery หลักของแอนดรอยด์ซึ่งน่ารำคาญมาก แม้จะเปลี่ยนมารวมกะ Google+ เป็นชื่อ Photos ก็ยังน่ารำคาญอยู่ เลยใช้ตัวนี้แหละ ใช้มานมนาน ตั้งกะสมัยมี hTC Legend แล้ว เมื่อก่อนใช้ดูภาพและอ่านการ์ตูน แต่อัปเดตล่าสุดนี่คอนโทรลไฟล์คลิปด้วยการลากนิ้วซ้ายขวาขึ้นลงได้ด้วย จบเลย แอปเดียวจบจริง

Reader+ | Reader Plus

แอปอ่านฟีดลูกเมียน้อย (คือเวลาค้นแล้วชื่อมันจะไม่ค่อยติดที่แรกๆ) ที่ผมว่าดีที่สุดเท่าที่จะหาได้แล้วแหละ ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นฝีมือนักพัฒนาชาวเวียดนาม

SketchBook Pro

ที่จริงของโน้ตสามก็มีแอปนี้เหมือนกันแต่เป็นเวอร์ชันในนามซัมซุง ก็โอเคนะ แต่เคยจ่ายเงินซื้อมันทั้งรุ่นโปรรุ่นไม่โปรมาแล้ว ก็เลยใช้ต่อละกันจะได้ดูเท่ ตัวนี้ใช้บ่อยมาก และยืนยันว่ามันเทพจริงๆ สุดๆ โคตรๆ รีดความเจ๋งของปากกาโน้ตสามมาได้สุดยิดมิดด้าม

Snapseed

ใครที่ชอบถ่ายภาพง่ายๆ ด้วยโทรศัพทพ์มือถือ แต่ขี้เกียจแต่ง ขี้เกียจยัดและเลือกฟิลเตอร์ (ผมคนนึง) แต่อยากได้ภาพที่มันดูดีๆ หน่อย ต้องแอปนี้เท่านั้นครับ กล้ายืนยันด้วยเกียรติของพนักงานพับเสื้อยืดเลย ถ้าใครที่เคยใช้ก็คงไม่ตองบรรยายละ แต่ดูแล้วเป็นแอปที่แต่งภาพได้ดีและสะดวกรวดเร็วๆ สุดๆ และได้ผลงานออกมาสวยงามที่สุด เป็นความสวยงามที่สวยจริงๆ ไม่ใช่สวยแบบอัดฟิลเตอร์เพื่อปิดบังข้อบกพร่องอย่าง Camera360 หรือ อตก นู่น (โดนสาวกกระทืบ)

Super-Bright LED Flashlight

ในตลาดมีแอปไฟฉายประมาณ 100000 ตัว ผมว่าตัวนี้มันง่ายดี ไอคอนไม่เลว หน้าตาโอเค มีใครเสนอตัวอื่นไหมครับ

SuperBeam | WiFi Direct Share

ไว้แชร์สารพัดของกันระหว่างเครื่อง สะดวกๆๆ ยิ่งมี NFC หรือทำ Wifi Hotspot ได้ก็จะยิ่งชอบแอปนี้

Thailand Radio

เอาไว้ฟังเพลง ฟังรายการ อ.วีระ (จบ)

Timely Alarm Clock

แอปนาฬิกาปลุกที่สวยงามสง่าท้าแดดฝนที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

True iService

เอาไว้เช็กว่าเดือนนี้จ่ายค่ามือถือหรือยัง ใช้เน็ตไปเท่าไหร่แล้ว และเผลอๆ ก็เอาไว้จ่ายบิลออนไลน์ผ่านบัตรเครดิตในแอปซะเลย

TSwipe-Pro keyboard

ใช้มาตั้งแต่สมัยแรกสุดที่รู้จักมือถือฉลาดยี่ห้อแอนดรอยด์เหมือนกัน ทุกวันนี้พิมพ์ข้อความด้วยคีย์บอร์ดตัวนี้ เร็วกว่า และสะกดถูกต้องกว่าพิมพ์บนคอมไปแล้ว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ นี่ถ้าผมตายไปฝากบอกลูกหลานให้เผามือถือที่ลงแอปนี้ไปให้ด้วยนะ เดี๋ยวจะโชว์สกิลการเป็นผีถ้วยแก้วให้ดู ลากเส้นเป็นคำได้มันส์มาก

Tumblr

เอาไว้อัปบล็อกการ์ตูนนินทาลูก และถ่ายภาพจักรยานตามสถานที่ต่างๆ สมเป็นวิถีสลิ่ม (แต่ไม่ได้แชร์ไปที่อื่นนะ ด้วยความสันโดษแบบแปลกๆ คือมึงจะโซเชียลหรือไม่กันแน่ก็ไม่รู้ 5555)

Twilight

เอาไว้ปรับสีจอให้เป็นสีส้มๆ เพื่อถนอมสายตาเวลาเล่นกลางคืนๆ หรือนอนคลุมโปงเล่นมือถือ ถ้าไม่เชื่อ ลองลงดู ในแอปมีผลวิจัยนั่นนี่รังสีสเปกตรัมให้อ่านด้วย

Twitter

หลักฐานที่บอกว่าเราเสพติดสังคมออนไลน์คือสิ่งนี้แหละ ใช้เวลาอยู่กับมันนานพอๆ กับการเปิด Reader+ เพื่ออ่านข่าว (เผลอๆ ก็อ่านข่าวเสร็จ แชร์มาทวีตงี้ ดูเหมือนเป็นคนมีความรู้ขึ้นมาทันที ง่ายเนอะ)

Vine

แอปถ่ายเล่นที่ถูกลืม ที่จริงชอบนะ สนุกดี 6 วินาทีเอง ถ่ายอะไรแม่งไม่ทันสักอย่าง สัส

ทดลองเล่น Leap Motion

ก่อนอื่นขอแนะนำก่อนว่าไอ้เจ้า Leap Motion นี่มันคืออะไร แต่ขี้เกียจอธิบาย ดูคลิปเอาละกันนะ

พอดีพี่อาท (@chaiyosart) เจ้าคณะแห่งสามย่าน แกซื้อไอ้เครื่องนี้มาตามที่ผมเคยง้องแง้งอยากได้อยากเห็นอยากเล่นอยากจับมาตั้งกะปีที่แล้ว แต่ของมันยังไม่ขายซะที (มีแต่รุ่นสำหรับนักพัฒนา ซึ่งไอ้เราก็ไม่ใช่) คือตอนเห็นครั้งแรกนี่ตื่นเต้นมากครับ เพราะมันดูเจ๋งมากในราคาแค่ประมาณ 2000 บาท (พอๆ กะเมาส์แอปเปิล!) คือถ้ามันผลิตเสร็จพร้อมขาย และเกิดฮิตขึ้นมา หรือแอปเปิลไม่ก็กูเกิลซื้อกิจการเอาไปทำนั่นนี่ต่อ รับรองว่าโลกเราจะไม่เหมือนเดิม และเมาส์ก็จะกลายเป็นไดโนเสาร์ไปเลย (นี่เอามาจากท็อปคอมเมนต์ใต้คลิปนะ)

แล้วอยู่ดีๆ เมื่อเช้า พี่แกก็เดินเอากล่องใส่ของเล่นชิ้นนี้มาวางไว้ แล้วบอกให้เอาไปเล่นให้ที อ้าว ก็เสร็จโจรสิครับ

ทีแรกว่าจะถ่ายตอนแกะกล่องแต่ก็ไม่ได้ถ่าย (แต่ก็มีอวดบน Google+ นะ) ก็เล่นที่ออฟฟิศไปแล้วรอบนึง แล้วพอดีจิ๊กกลับมาลองที่บ้าน (ยังไม่ได้ขออนุญาตด้วย น่ารักจริงๆ) เลยลงโปรแกรมในคอมที่บ้าน แล้วลองต่อเล่นอีกที

เพื่อให้เข้าใจง่ายและขี้เกียจพิมพ์ยาวๆ เพื่ออธิบาย ขอให้พี่น้องทุกท่านจงดูคลิปนี้ครับ เป็นการแกะกล่องออกมาและติดตั้งโปรแกรม รวมถึงการกดๆ ดูว่าใน Airspace (ก็คือ AppStore ของ Leap Motion) เขามีอะไรบ้างคร่าวๆ

และต่อไปนี้จะเป็นการอวดครับ อย่าเรียกว่ารีวิวเลย เรียกว่าอวดดีกว่า

Leap Motion

ตัวเครื่องหน้าตาเป็นงี้ กว้างประมาณยางลบ ยาวเกือบเท่านามบัตร และหนาเท่าการ์ตูนค่ายเนชั่น ด้านหน้าเป็นตัวรับสัญญาณ

เขาว่ามันจะรับสัญญาณเป็น “ทรงกรวย” เหมือนมีโคนไอติมที่มองไม่เห็นคอยดักจับการเคลื่อนไหวของวัตถุที่โฉบไปโฉบมาเหนือเซ็นเซอร์ ซึ่งจับได้ละเอียดยุบยิบโดยเฉพาะวัตถุที่หน้าตาคล้ายมือเราเนี่ยแหละ แต่เท่าที่เล่นๆ นี่ มันรองรับมือได้สองข้าง อย่างละเอียดและไม่มีหน่วงเลยนะ แปลกดี ทำได้ไง กินอะไรถึงได้โตมา

พอลงโปรแกรมเสร็จแล้วมันก็จะมีแนะนำนั่นนี่ ออกมาเป็นกราฟิกง่ายๆ เห็นแล้วเข้าใจเลยว่าแบบนี้

สุดท้ายก็ลองมาดูกันครับว่าจะเล่นมันยังไง ทีแรกว่าจะจับภาพให้ดูเยอะๆ แต่คิดดูอีกทีถ้าอธิบายไปคืนนี้คงไม่ได้อ่านการ์ตูนกันพอดี เลยถ่ายเป็นคลิปแม่งเลยละกัน (ขออภัยที่วันนี้เจมส์จิไม่ค่อยสบายครับ เลยหน้าตาดูอิดโรยนิดนึง)

โดยสรุปคือ มันทำได้อย่างที่คุยจริงๆ ครับ เพียงแต่โปรแกรมที่รองรับยังไม่เยอะ (แถมพอจะกดซื้อแอปนึงในนั้นมันก็ดัน error เลยไม่ได้เสียตังค์) แต่ทั้งนี้เขาก็เปิดให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้เข้ามามีส่วนร่วมเยอะๆ เผื่อต่อไปการร่ายรำอยู่หน้าจอจะได้ฮิตติดลมบนกะเขาบ้าง วงการที่ได้ประโยชน์ที่ได้จากการร่ายรำแบบนี้ก็คงเป็นพวกเกม หรือวงการแพทย์ หรือพวกงานอีเวนต์เปิดตัวนั่นนี่ก็น่าจะมีไอ้เจ้านี่ไปให้ผู้ร่วมงานมาเล่น แบบเดียวกับที่ Wii และ Kinect เป็นพระเอกอยู่ในทุกวันนี้

เพียงแต่ระยะทำการมันจะแคบหน่อยนะ อาจจะต้องนั่งเบียดๆ แนบๆ กับน้องพริตตี้นิดนึง

พฤติกรรมการใช้งานเฟซบุ๊กที่ผิดเพี้ยน

เปลี่ยนโหมดมาคุยเรื่องการออกแบบเว็บกันนิดนึงครับ

ทุกวันนี้ผมเสพติดโลกออนไลน์ จมปลักอยู่หลายบริการ แต่ที่รับไม่ได้จริงๆ คือเฟซบุ๊ก ที่ถึงแม้บ่อยครั้งจำเป็นต้องเข้าไปอ่านเพราะคนไทย (ปกติจะเกลียดการเหมารวม “คนไทย” แต่นี่เราเป็นกันจริงๆ เลยเหมาได้) แม่งเอะอะอะไรก็เอาทุกอย่างไปฝากไว้ในนั้นหมด ขี้หมูขี้หมาก็โยนลงไปจนทุกวันนี้เฟซบุ๊ก = อินเทอร์เน็ตไปแล้ว

ซึ่งมันดันเป็นอินเทอร์เน็ตที่ไม่เสรีเลยนะ แต่ถูกควบคุมด้วยเอกชนเพียงรายเดียว

นั่นเลยส่งผลให้ทุกครั้งไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไร ไม่ว่าจะเป็น Policy ใหม่ หรือประสบการณ์การใช้งานแบบใหม่ ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ ถึงจะแค่นิดหน่อย แต่ถ้ามีผู้ใช้จำนวนมหาศาลโคตรพ่อโคตรแม่อันดับหนึ่งของโลกแบบนี้ เฟซบุ๊กจึงโดนด่าอยู่ร่ำไป ก็ดูอย่าง UI แบบไทม์ไลน์ที่ผมเคยชมนั่นสิ ชาวบ้านด่าจนต้องเปลี่ยนเป็นแบบใหม่ล่าสุดของล่าสุดของล่าสุด (อีกไม่กี่วันก็จะเปิดตัวละ)

ซึ่งก็เป็นสัญญาณอันดีที่จะค่อยๆ เปลี่ยนเว็บที่เปลี่ยนยากที่สุดในโลก (เพราะมันออกแบบมาห่วยตั้งแต่ต้น) ให้ใช้ง่ายขึ้นบ้าง

ที่จริงคำว่า “ใช้ง่าย” เนี่ยไม่เคยเกิดกับเฟซบุ๊กเลยนะครับ มันเลยเป็นเรื่องน่าสนใจมากว่า ที่จริงแล้ว user ทั่วโลกไม่ได้โง่รึเปล่า คนที่เป็นนักออกแบบ UI นั้นถูกปลูกฝังมาตลอดว่าเวลาออกแบบอะไร ให้คิดถึง user ที่โง่ที่สุด แต่เฟซบุ๊กซึ่งเป็นเว็บใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก ดันเป็นเว็บที่ใช้งานยาก ปุ่มนู่นนิด ต่อมนี่หน่อย ไหนจะตัวอักษรเล็กจนมดยังต้องเพ่ง หรือระบบนำทางที่ชวนงง กูกดภาพแล้วจะ back ไปอะไรยังไงต่อ เมนูหลักอยู่ไหน ฯลฯ

ที่ผ่านมาเฟซบุ๊กเองก็คงพยายามไม่น้อยแหละครับ ในเรื่องที่จะค่อยๆ เปลี่ยนเว็บให้มันใช้ง่ายขึ้น และตอบโจทย์เรื่องพื้นที่ทุกพิกเซลสามารถสร้างรายได้ได้ ตอนนี้เลยลุ้นอยู่กับการออกแบบไทม์ไลน์แบบใหม่ล่าสุด ว่ามันจะเปลี่ยนอะไรได้แค่ไหน

อุตส่าห์ลอก Google+ มาทั้งที :27:

เรื่องลอกนี่ไม่มีปัญหานะครับ ลอกไปเลย ถึงจะเสียศักดิ์ศรีหน่อย แต่ก็เอาเหอะ เอาให้เนียนๆ ให้ user ที่แอนตี้สุดลิ่มทิ่มประตูอย่างผมรู้สึกว่ามันดีขึ้น ใช้ง่ายขึ้น ใครจะไม่ชอบล่ะ

จบเรื่องบน มาต่อเรื่องล่าง

ทั้งนี้ที่อยู่ดีๆ ก็เขียนบล็อกนี้ขึ้นมา เพราะผมตื่นมาแหกขี้ตาดูข่าวในมือถือ ก็เจอลิงก์นี้

เลยพบว่าการประกาศอะไรที่เป็นใจความสำคัญเนี่ย เจ้าของเพจ (และผู้ใช้ปกติ) จะถูกสั่งสอนกันมาว่า “อย่าโพสต์เป็นข้อความธรรมดาหรือแชร์มาสิ เดี๋ยวไม่มีภาพ หรือภาพมันเล็ก จะไม่เป็นที่สนใจ ดังนั้นให้โพสต์เป็นภาพไปเลย แล้วถ้ามีต้นฉบับก็ให้ใส่ที่มาเอา”

ทั้งนี้เพื่อล่าไลก์ ที่เหี้ยคือไม่ได้เกิดแค่บ้านเรา แต่เขาสั่งสอนกันมาทุกเพจทั่วโลก

กลายเป็นว่าทุกวันนี้เรามีประเภทของโพสต์ที่เป็น “รูปภาพพร้อมคำบรรยายใต้ภาพ” เต็มไปหมด ในฐานะคนออกแบบระบบ พฤติกรรมสุดฮิตที่คนหันไปใช้การโพสต์ภาพ เพื่อจะบอกเล่าเรื่องราวในฐานะข้อความใต้ภาพกันหมดเลยเนี่ย แบบนี้ถือว่าล้มเหลวนะครับ

แก้ยังไง?

ถ้าในฐานะคนออกแบบระบบและประสบการณ์การใช้งาน ก็แก้ง่ายๆ ครับ ในเมื่อเราเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้ทุกคนในโลกทันทีไม่ได้ ก็หันมาเปลี่ยนสเต็ปการโพสต์ จาก “เลือกประเภทข้อความก่อนที่จะโพสต์” (คือเลือกว่าจะเอา text หรือภาพก่อน) ให้กลายเป็น “โพสต์แล้วค่อยแนบภาพหรือคลิปลงไป” แทน

ดังนั้นผู้ใช้จะจะแนบหรือไม่แนบภาพก็ได้ อย่างน้อยแค่มีข้อความก็ถือเป็น “การ์ดข้อความ” 1 ใบ (เรียกว่าการ์ดเพราะผมอิงกับดีไซน์ใหม่ล่าสุดที่กำลังจะเปิดตัว (และลอกมาจาก Google+) นะครับ) แต่ถ้ามีภาพก็แสดงภาพประกอบไปด้วย จบเลย สวยงาม การปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานแบบนี้ใช้ได้ดีและเห็นผลมาแล้วกับทั้งทวิตเตอร์และ Tumblr และ แฮ่ม… Google+

แหม พอจะจับภาพประกอบก็พบว่าเฟซบุ๊กเขามีอัปเดต ใส่ไอ้ตัวข้างล่างมาแล้ว สงสัยแวะมาอ่าน 5555 แต่ยังไงผู้ใช้ก็ยังต้องเจอคำสั่งให้เลือกจากด้านบนอยู่ดีว่าจะโพสต์เป็นภาพ หรือเป็นข้อความ ดังนั้นตรงนี้ต้องใช้เวลาตัดสินใจอยู่อีกหน่อย

วิชา UX มันสนุกแบบนี้แหละ ถึงจะนิดๆ หน่อยๆ แต่ถ้าทำให้เว็บใช้ง่ายขึ้นมาอีกหน่อย คนออกแบบก็ยินดีครับ

ป.ล.
ทวีตเรื่องนี้ไปเมื่อกี้ นึกได้ว่าน่าขยายเลยเอามาต่อในบล็อก จบ

รำคาญตัวอักษรจิ๋วๆ ในเฟซบุ๊กใช่ปะ เอ้า ทำไอ้นี่มาให้

Facebook Text Enlarge / Chrome Extension

พอดีเพิ่งซื้อ iMac ใหม่มา (อวดๆ) แล้วผมใช้โครมเข้าเว็บเป็นหลัก ก็พบว่าตัวเองโคตรรำคาญตัวอักษรจิ๋วๆ บนเฟซบุ๊กเลยครับ (ที่จริงคือไม่ชอบดีไซน์ทุกประการของฟซบุ๊กเลย) เลยทำไอ้นี่ขึ้นมาใช้เองเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

มันเป็นตัวขยายขนาดตัวอักษรบนเฟซบุ๊กให้ใหญ่ขึ้นนิดนึงครับ จากเดิมที่จิ๋วๆ ก็ขยับมาเป็น 13px ซะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วเลยปล่อยให้โหลดด้วยละกัน ดาวน์โหลดที่นี่เลยครับ:

Facebook Feed: Enlarge Text

ส่วนวิธีติดตั้งก็ไม่ยาก ใครใช้ Firefox ต้องโหลด Add-on ชื่อ Greasemonkey ก่อน แล้วก็โหลดไอ้ตัวนั้นมาลง

หรือถ้าใครใช้โครม ก็โหลดสคริปต์ลงมาจากลิงก์ข้างบน จะได้ไฟล์ชื่อ 157418.user.js มาตัวนึง แล้วก็เข้าไปที่ URL นี้รอไว้ chrome://extensions (ก็อปไปวางเลย) แล้วจับไฟล์ที่โหลดมาตะกี้ ลากมาวางแหมะลงหน้านี้แหละ จบแล้วครับ

ถ้าใช้แล้วโอเคก็ฝากบอกต่อหรือโหวตให้ด้วยนะครับ (แม่งบ้าคะแนน)
หรือจะให้ปรับอะไรก็บอกนะ พอดีตอนนี้อู้งานปั่นต้นฉบับส่งแซลมอนอยู่ แหะๆ

เมื่อคืนนั้น ฉันฝันเนิร์ด

(NERD ALERT)

ตอนนี้อยู่สระแก้วครับ มาชาร์จแบตชีวิต ปรากฏว่าเมื่อคืนดันนั่งเฝ้าจอดูแอปเปิลเขาขายของซะงั้น เลยนอนดึกมาก ..นอนดึกไม่พอ ดันฝันสนุกอีก (สนุกแบบเนิร์ดๆ นะ เตือนไว้ก่อน) พอตื่นมาเลยต้องรีบทวีตไว้ก่อน เดี๋ยวลืม แล้วก็ตามฟอร์ม บันทึกไว้เพราะเดี๋ยวทวีตแม่งก็จม (ยากจริงชีวิตกู)


(เผื่อใครไม่เก็ต ลองค้นหาวิดีโอเกี่ยวกะอนุบาลฝันในฝัน อะไรสักอย่าง สตีฟจ็อบส์ร่างยักษ์ก็อยู่ในนั้น)


ความเนิร์ดมาละครับ


อันนี้เจ๋ง พี่เม่นมายืนครีติกหน้าชั้นเลย ว่าถ้าจะมีความสามารถนี้จริง ทวิตเตอร์น่าจะเสียเอกลักษณ์เรื่องความง่ายไป เพราะผู้ใช้ต้องคิดเยอะขึ้นมาก เราเลยอ้อมแอ้มอ้างไปว่า มันก็ควรจะมี default ที่ดีพอ นั่นแปลว่า user ระดับทั่วไปไม่ต้องมานั่งนึกเรื่อง Circles นี้หรอกครับ ก็ใช้ตามปกติไปนั่นแหละ คนที่จะนึกน่าจะเป็นทวิตเตอร์ของแบรนด์มากกว่าที่จะเลือกเจาะจงว่าจะให้ข้อความนี้ส่งถึงใคร
นอกจากนี้แล้วยังมีฟีเจอร์ที่ไม่ได้ทวีตอีกแต่มันต่อเนื่องจากข้อนี้ เช่น ระบบกึ่งบังคับให้ผู้ใช้ใส่ profile ของตัวเองให้ละเอียดหน่อย เพื่อให้ความสามารถเรื่องการส่งข้อความให้เห็นเฉพาะลิสต์ที่ว่าเนี่ย ส่งไปถึงตัวคนง่ายขึ้น เช่น อาศัยอยู่แถวประเทศไทย (อันนี้ user ไม่ต้องปรับอะไร เพราะเขียน location อยู่แล้ว ยกเว้นพวกเขียนว่า “อยู่กลางใจเทอ” ไรงี้ มึงต้องแก้) หรืออายุ เพศ การศึกษา ฯลฯ สรุปคือลอกความสามารถนี้มาจากเฟซบุ๊ก


อันนี้พี่เม่น(ในฝัน)กับใครอีกคน น่าจะพี่อาท บอกว่าดูแล้วมันส่งเสริมธุรกิจใต้สะดือนะเนี่ย ซึ่งเราว่าจริง และทวิตเตอร์ก็คงไม่แคร์เพราะเป็นช่องทางหารายได้ของเขา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือคนจะเริ่มรู้สึกว่าเออ ข้อความที่ทวีตออกไปเนี่ยมันมีลิขสิทธิ์ มีค่าสมองได้เหมือนกัน เผื่อใช้ในกรณีทวีตข่าว Exclusive หรือบทกวี หรือนิยาย (เคยเห็นที่ไหนไม่รู้แต่งนิยายในทวิตเตอร์เลยเก็บมาฝันเนี่ยแหละ)


ข้อนี้ติ่งเกาหลีหรือคนที่ใช้ทวิตเตอร์ไว้เพื่อแช็ตคุยกันหลายๆ คนเป็นหลัก (แบบเรา) จะสบายใจมาก ที่จริงมีอย่างอื่นอีกนะข้อนี้ แต่ในฝันเราเถียงกันว่าแบบไหนถึงจะดี เช่น ตั้งชื่อแบบ @[…] ซึ่งอย่างหลังนี่เสียพื้นที่ตัวอักษรไปอีกสองตัว ซึ่งไม่พอแน่ แต่ก็มีอีกข้อที่เสนอไปว่า ระบบใหม่ของทวิตเตอร์จะจำ username เป็นเพียง 1 ตัวอักษร (ข้อจำกัด 140 ตัวอักษรนั้นมาจาก SMS ซึ่งเลิกใช้ไปนานมากแล้ว) ดังนั้นถ้าใช้ร่วมกับข้อนี้ก็คงโอเค

ที่จริงมีอีกเยอะมากเลย ไม่รู้ไอเดียมันผุดขึ้นมาตอนหลับได้ไง แล้วทำไมต้องฝันซ้อนฝันด้วย เดาว่าคงเพราะกังวลว่าวันนี้เรานอนน้อย แล้วต้องขับรถไกลๆ กลับกรุงเทพฯ อีกแหงเลย เลยกังวลนิดๆ จนเก็บไปฝัน

จบครับ ไปขี้ละ