Continue reading ปั่นจักรยานสร้างบ้าน" />

ปั่นจักรยานสร้างบ้าน

หนองแฟบ

ทีแรกว่าจะเขียนเป็นประเด็นๆ ไป นั่นคือเรื่องปั่นจักรยานหนึ่งล่ะ สร้างบ้านอีกหนึ่งล่ะ แต่นี่คือเพิ่งปั่นเสร็จ จอดรถไว้แล้ววิ่งขึ้นมาเปิดคอมเลย ไม่งั้นเหงื่อแห้งแล้วจะไม่ได้เริ่ม …ชื่อเรื่องของบล็อกนี้ก็เลยดูจับฉ่ายส่งเดชอย่างที่เห็น

1. ปั่นจักรยาน

มี Tern Link C7 อยู่คันนึง เป็นจักรยานพับที่ซื้อไว้ปั่นไปตลาดลาดปลาเค้าเพื่อซื้อก๋วยเตี๋ยวให้ลูก หรือน้ำขิงให้เมียเท่านั้น ไม่รู้จักวงการออกทริปหรือเข้ากลุ่มสมาคมใดๆ แถมยังนานๆ ทีที่จะปั่นไปธุระในเมือง (ไปต่อรถไฟฟ้าอีกที) แน่อนอนว่าทั้งหมดคือเอาไว้เดินทางตอนอารมณ์ดีๆ ไม่ได้ปั่นเพื่อออกกำลังกายเลย ดังนั้นระยะเกินยี่สิบกิโลนี่ไม่ต้องมาพูดเลย ไม่มีปัญญา 5555 (ที่จริงสาเหตุหลักคือลูกสาวสองตัวมันยุ่ง หนีไปปั่นคนเดียวไม่ได้ สงสารเมียรับมือคนเดียวไม่ไหว) (ข้ออ้างฟังขึ้นนะ)
ทั้งนี้เวลาไปเที่ยวที่ไหนไกลๆ ทีนึงก็จะขออนุญาตพับยัดใส่ท้ายรถไว้เพื่อหาโอกาสตอนเช้าๆ ไปปั่นชมวิวสักหน่อย แน่นอนว่าไม่เคยปั่นเกินสิบกิโลหรอก เพราะปั่นไปก็ถ่ายรูปไปตลอด เป็นพวกสนใจกับอะไรข้างทาง มันได้สุขภาพใจ แต่สุขภาพกายไม่ได้

แรงบันดาลใจในการเริ่มปั่นก็คงเพราะตอนไปเที่ยวโอซาก้าเมื่อ 2 ปีก่อน (เป็นรุ่นท้ายๆ ที่ค่าตั๋วเครื่องบินขนาดมีโปรยังแพง แถมต้องทำวีซ่าญี่ปุ่นด้วย มันน่าภูมิใจไหมสัส) แล้วเจอพี่คนนี้

Osaka biker

ไอดอลเลย พี่ฮิปได้ขนาดนี้ แถมยังปั่น “เพื่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน” โดยไม่ต้องแต่งชุดยอดมนุษย์วาร์ปบอย หรือซื้อจักรยานแข่งมาปั่นในถนนที่มีแต่ฝาท่อระบายน้ำแบบนักปั่นในบ้านเรา ขอแสดงความนับถือและปฏิบัติตามครับ
เสียดายเหมือนกันที่ว่าจะเขียนบล็อกเรื่องไปเที่ยวญี่ปุ่น เอาเฉพาะมุมมองเกี่ยวกับจักรยานที่โอซาก้าอย่างเดียวเพราะสนใจมากๆ แต่ก็ไม่ได้เขียน ในขณะที่อีปิงที่สนใจเรื่องของกิน ก็เล่าไว้อย่างจัดเต็มจนเป็นกระทู้เมพของพันทิปไปแล้ว จนเดี๋ยวนี้คนไทยแม่ง(โชว์การ)ไปเที่ยวญี่ปุ่นบ่อยกว่าไปหัวหินอีก ที่สำคัญคือบนท้องถนนเรารู้จักจักรยานกันแล้ว ในขณะที่เมื่อ 2 ปีก่อนมันยังเป็นสิ่งแปลกปลอมอยู่เลย ก็ถือว่าก็ช่างมันละกัน 555 (เรื่องจักรยานที่ญี่ปุ่นนี่ ไปอ่านของ @arjin หรือดูอัลบั้มที่มีแต่ภาพจักรยานนี่ก็ได้)

อันนี้บล็อกจักรยานที่ขยันอัปกว่าบล็อกหลัก ride.iannnnn.com

.

2. สร้างบ้าน

เป็นความฝันในวัยเกษียณของผมเลยครับ โอเคเราอาจเกษียณเร็วกว่าชาวบ้านสักหน่อย (อะไรนะ นี่เกษียณแล้วเหรอ / ใช่ครับ รายละเอียดไปอ่านได้ในหนังสือ Sloth Machine ได้ #ไม่ขายของตอนนี้จะขายตอนไหน) แต่การได้ผุดโปรเจกต์สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของชีวิตในวัยผู้ใหญ่ของตัวเอง นั่นคือโปรเจกต์หนองแฟบ

ไอ้ที่เขียนไว้ในลิงก์ตอนนั้นคือการกำเงินไปซื้อที่ดินเพื่อลาออกจากกรุงเทพฯ ตามความฝัน แต่ตอนนี้คืออยู่ในช่วงออกแบบบ้าน :D โดยก่อนหน้านี้นานๆ ไม่ได้เคยคิดมาก่อนเลยครับว่าตัวเองซึ่งเป็นเด็กถาปัดที่โง่วิชาถาปัดมากๆ จะมาสนใจหลักสูตรสมัยปีหนึ่งที่เคยไม่ตั้งใจเรียนเลย จนผ่านมา 15 ปีแล้วเพิ่งมาสำเหนียก และก็รู้ได้ด้วยตัวเองว่าเป็นระยะที่ขยันเก็บเกี่ยวความรู้เอามากๆ

การสร้างบ้านเองมันต้องเตรียมตัวกันนานเท่าไหร่นะ อันนี้ไม่รู้จริงๆ แล้วก็คิดไปเองด้วยว่าแต่ละคนมันก็มีระยะเวลาเตรียมความพร้อมไม่เหมือนกัน เพราะบ้านหลังปัจจุบันนั้นจากระยะที่ตัดสินใจว่าอยากมีบ้าน จนกระทั่งได้เข้ามานั่งขี้ในส้วมของบ้านตัวเองนี่มันก็สั้นแป๊บเดียว ขอแค่หาตังค์ไปถวายเป็นเงินดาวน์ในโครงการบ้านจัดสรร ก็เท่านี้เอง

แต่กับการปลูกบ้านใหม่เลยนี่ มันเริ่มตั้งแต่เตรียมดิน เตรียมเมล็ดพันธุ์ เตรียมทั้งความพร้อมและความรู้สารพัด ที่สำคัญคือเตรียมหัวใจด้วย (เออ ลืมเตรียมเงินไปอีกอย่าง ข้ามไปละกันนะ เดี๋ยวไม่โลกสวย) ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างพร้อมแล้ว รอแค่ให้เมล็ดพันธุ์นั้นสุกงอม และอีเพื่อนที่เป็นสถาปนิกแม่งว่างซะที ก็เท่านั้นเอง

อ้อ ผมจบคณะสถาปัตย์ด้วยผลการเรียนย่ำแย่ฉิบหายเลยครับ เหมือนพ่อแม่กู้ยืมเงินมาส่งลูกไปเล่นในมหาลัยมากกว่าเรียน และด้วยความคิดว่าเราไม่มีทางเป็นสถาปนิกได้แล้ว ก็เลยไม่ได้สอบใบวิชาชีพอะไรทั้งสิ้น แถมในใจนึกวิธีลัดไว้แล้วว่าถ้าอยากออกแบบบ้าน ก็จ้างเพื่อนที่มันเก่งๆ สิวะ 555

จบด้วยบล็อกหนองแฟบ ซึ่งอัปบ่อยกว่าบล็อกจักรยานที่อัปบ่อยกว่าบล็อกหลักอี๊ก! nongfab.iannnnn.com

ป.ล.
นี่เมื่อเช้าอากาศกำลังดี ไม่ร้อน แถมลูกเมียไม่อยู่ เลยไปปั่นชิลวนรอบสี่เหลี่ยมลาดปลาเค้า (เข้ามัยลาภออกรามอินทรา) มา แค่สิบกว่ากิโล ล่อไปเกือบสองชั่วโมงครับ จอดถ่ายรูปกับส่องดูดีเทลบ้านชาวบ้านตลอดทางครับ

ป.อ.
เออ เรื่องวงการออกแบบบ้านนี่ก็แปลกดี กฎหมายห้ามสถาปนิกโฆษณาหรือพรีเซนต์ตัวเอง (อ่านแล้วงงใช่ไหมครับ ผมก็งง) แถมยังมีจรรยาบรรณว่าห้ามวิจารณ์งานกันด้วย ทั้งที่บ้านแต่ละหลังที่ผ่านการออกแบบมาอย่างละเมียดละไมนั้นมันคือพอร์ตงานอย่างดี สมควรอวด และแลกเปลี่ยนความรู้ความเห็นกัน ก็เลยงงว่ากฎิกานี้ ณ พ.ศ.นี้มันยังใช้ได้อยู่อีกเหรอ ทุกวันนี้เวลาผมจะหาองค์ความรู้เรื่องการออกแบบตัวบ้าน ก็เลยได้จากการขี่จักรยานแล้วไปส่องๆ ตามประตูรั้วเขามากกว่า ถ้าวันหนึ่งผมโดนกระทืบหรือโดนตำรวจเรียกก็ช่วยๆ กันแก้ตัวให้หน่อยนะครับ ผมไม่ได้จะมาขโมยไก่ชนของพี่นะ T-T

ป.ฮ.
นังปุก เพื่อนของข้าพเจ้า (ที่เป็นทั้งงูเหลือมและเน็ตไอดอลในคนเดียวกัน) มันถามว่า “ทำไมแกไม่เขียนเรื่องอะไรพวกนี้เลยวะ ชั้นรอตามอ่านอยู่นะ” เลยบอกมันว่า “อัปน่ะอัปตลอดแหละ แต่ไม่ได้ปล่อยขึ้นโซเชียล (ในที่นี้ก็หมายถึงเฟซบุ๊ก) ตลอดมันซะทุกเรื่องเท่านั้นเอง” การไม่ได้ถวายข้อมูลขึ้นเฟซบุ๊กให้คนกดไลก์นี่คือถือว่าไม่มีตัวตนอยู่ในโลกแล้วใช่ปะ อีบ้า

คอมเมนต์