เรียกว่ารีวิว Chromecast คงได้มั้ง: นี่คือความฟินของติ่งกูเกิล

คือเมื่อวานกลับจากอัมพวามาถึงบ้าน งานกองท่วมหัวเป็นภูเขา (ใครว่าเป็นฟรีแลนซ์แล้วว่างวะ) แต่ดันมีกล่องพัสดุมาส่ง เปิดดู ข้างในเป็น Nexus 5 (ซื้อให้เมีย) และ Chromecast

ในเมื่องานท่วมหัวขนาดนั้น เราเลยเลือกเบลอใส่ และหันมาแกะกล่อง Chromecast มาลองเสียบตูดทีวีทันทีด้วยอาการมือไม้สั่น แล้วก็พบว่าฟินสุดๆ เหี้ยๆ โคตรๆ สัสๆ แม่เอ๊ย

เนื่องจากวันนี้ผมมีงานท่วมไม่แพ้เมื่อวาน แน่นอน ผมเลยเขียนบล็อกเล่าอวดซะหน่อยว่ามันคืออะไร ดียังไง เอาแบบด่วนๆ นะ

Chromecast คืออะไร?

มันคือดุ้นเล็กๆ เอาไว้เสียบหลังทีวี ติดตั้งในคอมหรือมือถือนิดหน่อย แล้วหลังจากนั้นทีวีจะกลายเป็นเครื่องดูยูทูบแบบโคตรง่าย

ที่จริงมันทำไอ้นี่ไอ้นั่นได้อีกเยอะมาก (เช่นดูบริการสตรีมมิ่ง ฯลฯ ที่มีให้ดูดกระเป๋าเงินชาวอเมริกันมากมาย) และมีอุปกรณ์ที่ดูเหมือนจะคล้ายแบบนี้จากทั้งยี่ห้อดังและยี่ห้อจีนอีกมากมาย แต่เชื่อเถอะว่าไอ้นี่แหละง่ายบรมง่ายจริงๆ ครับ ง่ายจนมันได้รับรางวัลเป็นสุดยอดของเล่นไฮเทคแห่งปี 2013 จาดสถาบันไหนสักอย่างนี่แหละ ขี้เกียจหาต้นฉบับ

ซึ่งเอาเข้าจริงแค่การดูยูทูบในทีวีแบบโคตรง่ายและไม่กระตุกเลย ซึ่งเวลาผมทำงานดึกๆ มันเงียบ ก็ชอบเปิดคลิปนั่นนี่ดูเป็นเพื่อน แต่มันชอบเกะกะพื้นที่แท็บในโครม หรือเกะกะทรัพยากรเครื่อง หรือเอามาเปิดในมือถือก็ดันรู้สึกว่าจอมันเล็กไป งั้นขอเอามาเปิดบนทีวี (ซึ่งที่ผ่านมา ปีนึงจะเปิดดูประมาณ 3 ครั้งได้) นั่นก็มีค่าเพียงพอแล้วที่ผมจะควักตังค์จ่ายในราคา 1190 บาท

เริ่มแกะกล่องรีวิว

รีวิว Chromecast
พอซื้อมาก็จะเห็นเป็นไอ้แบบนี้ครับ

รีวิว Chromecast
ถอดกล่องออกมา ข้างในมีกล่องอีกชั้น

รีวิว Chromecast
เปิดกล่องอีกชั้น เห็นไอ้เจ้าดุ้นนี่นอนอยู่ ส่วนด้านซ้ายคือคู่มือ

รีวิว Chromecast
นี่แหละครับ Chromecast (ขออภัยที่ภาพสีเพี้ยน ขี้เกียจปรับ)

รีวิว Chromecast
ฝั่งนึงเป็นพอร์ต HDMI เอาไว้เสียบตูดทีวี

รีวิว Chromecast
อีกฝั่งนึงเป็นรูไว้เสียบพลังงานต่อเข้าอุปกรณ์ ซึ่งเท่าที่อ่านๆ มาเห็นว่าถ้าเสียบตูดทีวีที่เป็นพอร์ต HDMI รุ่นใหม่สักรุ่นนี่แหละ มันจะมีพลังงานในตัว ไม่ต้องเสียบพลังงานอีกแล้ว แต่ทีวีผมยังต้องเสียบอยู่ ก็ไม่เป็นไร ใช้ไฟจากพอร์ต USB ข้างๆ ก็พอครับ จิ้มเชื่อมผ่านสายที่เขาแถมมากับกล่อง คค เนี่ยได้เลย

รีวิว Chromecast
เมื่อเสียบอุปกรณ์ที่ตูดทีวีเสร็จ ก็กดรีโมตทีวี เลือก source เป็นอันใหม่ที่มันปรากฏขึ้นมา ของผมนี่บนจอก็จะขึ้นงี้

คอมเมนต์

[บทความโฆษณา] สั่งสกรีนเสื้อยืด จับฉลากของขวัญปีใหม่กันไหมครับ

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน (นับรวมถึงสิ้นปีนี้ได้ 4 ท่านพอดี)

บทความนี้เป็นบทความ Advertorial ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างลับๆ จากร้านโมนามาเฟีย ซึ่งเป็นร้านสกรีนเสื้อ (คือทำลิงก์ SEO ไปทำไม) ดังนั้นผู้เขียนจึงไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบในข้อเขียนที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้… ได้ไงล่ะ ก็มันร้านของผมเอง!

คุณเคยประสบปัญหาเหล่านี้ไหม!

ใกล้ปีใหม่แล้ว ไม่ว่าจะที่บ้าน ที่ทำงาน ที่โรงเรียน มหาลัย เวลามีงานปีใหม่ให้จับสลากทีนึง ไม่รู้จะเอาอะไรไปจับฉลากให้มันเท่ๆ ฮาๆ และคุ้มค่าคุ้มราคา สะใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับใช่ไหมครับ

ลองนี่เลย! เสื้อยืดสกรีนลายเจ๋งๆ เก๋ๆ เท่ๆ กวนๆ ชวนให้ผู้คนสงสัยว่าไปซื้อจากไหนมาเนี่ย ออกแบบลายสกรีนเสื้อยืดมาได้เลย เดี๋ยวเราผลิตให้ เป็นของขวัญพิเศษในช่วงปีใหม่ที่มีเพียงตัวเดียวในโลก เก๋ปะล่ะ!
หรือถ้าคิดไม่ออก ลองใช้ลายสกรีนกวนๆ (บางทีก็กวนเกินไป) ที่ร้านโมนามาเฟียออกแบบมาพิเศษเพื่อเทศกาลปีใหม่ 2557 โดยเฉพาะก็ได้นะครับ

เสื้อยืดสกรีนจากร้านโมนามาเฟีย เป็นผ้าคอตตอน 100% เนื้อดีมากกกก ผ้างี้นุ่ม ใส่สบายมากกกก ใช้เทคนิคสกรีนแบบ Direct Screen (พิมพ์ลายลงไปในเส้นใยผ้า **ไม่ใช่การรีดทับเป็นแผ่น**) ดังนั้นจึงยิ่งสวมใส่สบาย เอามือจับลายสกรีนก็ไม่สากเป็นแผ่นๆ ลูกค้าที่สั่งผลิตไปก็ต่างก็พูดตรงกันว่าใส่แล้วแฮปปี้ มีความสุข สนุกสนาน ยิ้มแย้มแจ่มใส สุขภาพดี มีเงินทอ.. (พอ!)

เข้าประเด็น เสื้อเหล่านี้ เราทำขายครับ ราคาตัวละ 249 บาทเท่านั้น โอนเงินแล้วรับของได้ถึงบ้านคุณภายใน 2-3 วัน (EMS)

คลิกดูไซส์เสื้อ และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.monamafia.com/our-services/direct
ติดต่อสอบถามและสั่งเสื้อทันทีผ่าน Message ของเพจร้าน monamafiashop ได้เช่นกันจ้ะ

ตัวอย่างเสื้อที่ออกแบบตะกี้บางส่วน (คือบางลายกะเอาไว้เล่นมุกนะ แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เผื่อมีใครบ้าสั่ง)

กดดูทั้งหมดได้ที่อัลบั้มนี้เลยจ้ะ ยิฮิ้ว!

หมายเหตุ​: ถ้าเป็นเสื้อสำหรับจับฉลากแนะนำให้สั่งเป็น Free Size ครับ

คอมเมนต์

อยู่บนถนนต้องมองให้เห็นแววตาคนขับรถ

แปลเป็นไทยว่าใจเขาใจเรานั่นแหละ จะเขียนให้ยากทำไมไม่รู้

คือเมื่อวานซืนเจอกรณีนี้มา

ทีแรกจะด่า แต่นึกคำว่าไอ้เหี้ยไม่ทัน ไม้ทันกระทั่งจะบีบแตร เลยช่างมัน พอผ่านมาสองวันก็ก็รู้สึกผิดว่าไม่ควรช่างมัน เลยเอามาเขียนหน่อย

คือผมเป็นมนุษย์ที่เกลียดการเดินทางในกรุงเทพฯ ดังนั้นถ้าเลือกได้ก็จะเปลี่ยนวิธีการเดินทางสารพัดสารเพ เท่าที่ร่างกายจะอำนวย มีทั้งโดยสารรถกระป๊อ รถเมล์ รถสองแถว รถแท็กซี่ (อันนี้น้อยที่สุด ไม่ชอบ) รถไฟฟ้า รถตู้ ส่วนที่บังคับเองก็มีทั้งรถยนต์ (ใช้เวลาไปไหนกับลูกเมีย) รถเครื่อง (เวลารีบโคตรๆ) และรถจักรยาน (เวลารีบน้อยลงมานิดนึง) ซึ่งตอนนี้ผลักดันตัวเองให้กลายเป็นมนุษย์จักรยานได้สำเร็จแล้ว ถึงจะไม่ได้ไปร่วมกีซนหรือเข้าสมาคมใดๆ เลยก็ตาม (ลุงๆ ป้าๆ ที่เขาขี่กันก็ไม่เห็นต้องเข้าสมาคมอะไร)

เนื่องจากตัวเองขับ ขี่ และโดยสารรถมาหลายแบบ ก็เลยพอเข้าใจว่าธรรมชาติของรถแต่ละแบบมันต่างกันยังไง และการอยู่ร่วมกับรถแต่ละแบบนั้นต้องทำยังไง ผมเลยเลือกไม่บีบแตรด่าใคร (ยกเว้นจะเหี้ยเกินมาตราริกเตอร์ที่กำหนด ซึ่ง 1 ปีมีประมาณ 1 เคส)

แต่กับคนที่ไม่เคยหรือไม่ค่อยได้ลองสังเกตว่าพาหนะอื่นมีสรรพคุณ อุปนิสัยยังไง อุบัติเหตุมันเลยเกิดจากอะไรแบบนี้บ่อยๆ

เช่นที่บ่อยที่สุดคือเวลาขับรถยนต์จะเลี้ยวซ้ายออกจากซอยเข้าถนนใหญ่ จะมีรถเครื่องที่แซงซ้ายแว้บ แต่เราในฐานะคนขับรถยนต์ เรามองขวาไง เกือบชนไปหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไมไ่ด้ประเดิมสักที

หรือเวลาขับหรือขี่ตามหลังรถยนต์ เรารู้ว่ารถยนต์ทุกคันมีมุมอับสายตา (ตอนอบรมก่อนสอบใบขับขี่ก็มีคลิปอธิบายให้ดูนะ) เราก็จะเลือกทิ้งระยะ หรือถ้าอยู่ใกล้อยู่แล้ว ก็จะขยับไปในมุมที่กระจกมองข้างหรือกระจกหลังสามารถมองเห็นได้

หรือเวลาขี่จักรยาน มีบ่อยครั้งที่ต้องสอดแว้บ แฉลบไหลผ่านข้างๆ รถเมล์เวลาติดไฟแดง ผมจะหยุดทำการแว้บเมื่อเห็นไฟเคานต์ดาวน์เริ่มใกล้จะเขียว หรือจังหวะที่รถข้างหน้าเริ่มขยับ นั่นแหละ โชเฟอร์เขาจะไม่เห็นเราแล้ว และเราก็จะกลายร่างเป็นกบแบนกลางถนน

หรือแม้แต่การปฏิบัติตัวกับคนขี่จักรยานเอง เรารู้ว่าแม่งถ้าปั่นมาเร็วๆ แล้วต้องมาบีบเบรกมือจนเสียความเร็วเพราะติดรถชาวบ้านนี่เป็นสิ่งที่เซ็งมาก ดังนั้นเวลาขับรถเจอจักรยาน ผมเลยให้ทางจักรยานไว้ก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนพอรถติดเราก็จะเว้นช่องไว้ให้พอดีๆ เสมอเป็นนิสัยหยุมหยิม

ยังมีอุบัติเหตุอีกมากมายที่เกิดขึ้นเพราะเราไม่เข้าใจธรรมชาติของอีกฝ่าย จนมีฝรั่งเขาทำแคมเปญรณรงค์สำหรับคนี่จักรยานกับรถสิบล้อ ว่าลองมาสลับกันขับไหม จะได้รู้ว่าอีกฝ่ายเห็นอะไร คิดอะไร

ที่มาและรายละเอียดจากบล็อกนี้: เหตุผลที่คุณไม่ควรปั่นข้างรถบรรทุก

อ้อ ยังมีอีกอย่างคือแถวบ้านผมจะมีไฟแดงคนข้ามอยู่หลายแห่ง ไม่ว่าผมจะเป็นผู้ข้ามเอง หรือเป็นรถที่จอดรอให้เขาข้ามเสร็จแล้วค่อยไป (คือเหมือนเป็นกติกาที่เออออกันกลาๆ ว่า ถ้าคนข้ามเสร็จแล้ว รถก็ไปได้) และเกลียดมากเวลามีคนกดไฟแดงขึ้นแล้ว แต่รถไม่หยุด ปล่อยให้คนข้ามต้องรองวดถัดไปอีกครั้ง คือถ้าเจอผมจะจ้องหน้ามัน คือทำอะไรก็ไม่ได้ไง แค่จ้อง จ้องผ่านกระจกรถ ลึกเข้าไปให้ถึงแววตาของมัน เจ็บปวดหรือเปล่าไม่รู้แต่กูจ้องไว้แล้วแหละ คือมึงไม่ได้แค่ไร้น้ำใจนะ นี่มึงทำผิดกฎหมายด้วย กูจะฟ้อง กปปส.

ป.ล.
นึกถึงเรื่องจักรยานที่โอซาก้า ไปมาตั้งกะเมษายังไม่ได้เขียนซะทีจนลืมหมดแล้ว
ไว้คราวหน้าเลยละกัน ตอนนี้อู้งานอยู่

คอมเมนต์

สรุปสถานการณ์การเมืองในรอบ 2-3 วันมานี้

สรุปสถานการณ์การเมืองในรอบ 2-3 วันมานี้ครับ

ป.ล.
ทำไมบล็อกสองตอนล่าสุดถึงกลายเป็นถังเก็บภาพวาดที่เอาไปทวีตไว้ได้วะเนี่ย
เอาน่ะ อ้างว่าไม่มีเวลา + กลัวหาย เซฟขึ้นบล็อกไว้ก่อนละกัน
ส่วนต้นฉบับที่ทวีตไว้และโพสต์ขึ้นเฟซบุ๊กอีกทีก็ตามลิงก์

คอมเมนต์