ทดลองเล่น Leap Motion

ก่อนอื่นขอแนะนำก่อนว่าไอ้เจ้า Leap Motion นี่มันคืออะไร แต่ขี้เกียจอธิบาย ดูคลิปเอาละกันนะ

พอดีพี่อาท (@chaiyosart) เจ้าคณะแห่งสามย่าน แกซื้อไอ้เครื่องนี้มาตามที่ผมเคยง้องแง้งอยากได้อยากเห็นอยากเล่นอยากจับมาตั้งกะปีที่แล้ว แต่ของมันยังไม่ขายซะที (มีแต่รุ่นสำหรับนักพัฒนา ซึ่งไอ้เราก็ไม่ใช่) คือตอนเห็นครั้งแรกนี่ตื่นเต้นมากครับ เพราะมันดูเจ๋งมากในราคาแค่ประมาณ 2000 บาท (พอๆ กะเมาส์แอปเปิล!) คือถ้ามันผลิตเสร็จพร้อมขาย และเกิดฮิตขึ้นมา หรือแอปเปิลไม่ก็กูเกิลซื้อกิจการเอาไปทำนั่นนี่ต่อ รับรองว่าโลกเราจะไม่เหมือนเดิม และเมาส์ก็จะกลายเป็นไดโนเสาร์ไปเลย (นี่เอามาจากท็อปคอมเมนต์ใต้คลิปนะ)

แล้วอยู่ดีๆ เมื่อเช้า พี่แกก็เดินเอากล่องใส่ของเล่นชิ้นนี้มาวางไว้ แล้วบอกให้เอาไปเล่นให้ที อ้าว ก็เสร็จโจรสิครับ

ทีแรกว่าจะถ่ายตอนแกะกล่องแต่ก็ไม่ได้ถ่าย (แต่ก็มีอวดบน Google+ นะ) ก็เล่นที่ออฟฟิศไปแล้วรอบนึง แล้วพอดีจิ๊กกลับมาลองที่บ้าน (ยังไม่ได้ขออนุญาตด้วย น่ารักจริงๆ) เลยลงโปรแกรมในคอมที่บ้าน แล้วลองต่อเล่นอีกที

เพื่อให้เข้าใจง่ายและขี้เกียจพิมพ์ยาวๆ เพื่ออธิบาย ขอให้พี่น้องทุกท่านจงดูคลิปนี้ครับ เป็นการแกะกล่องออกมาและติดตั้งโปรแกรม รวมถึงการกดๆ ดูว่าใน Airspace (ก็คือ AppStore ของ Leap Motion) เขามีอะไรบ้างคร่าวๆ

และต่อไปนี้จะเป็นการอวดครับ อย่าเรียกว่ารีวิวเลย เรียกว่าอวดดีกว่า

Leap Motion

ตัวเครื่องหน้าตาเป็นงี้ กว้างประมาณยางลบ ยาวเกือบเท่านามบัตร และหนาเท่าการ์ตูนค่ายเนชั่น ด้านหน้าเป็นตัวรับสัญญาณ

เขาว่ามันจะรับสัญญาณเป็น “ทรงกรวย” เหมือนมีโคนไอติมที่มองไม่เห็นคอยดักจับการเคลื่อนไหวของวัตถุที่โฉบไปโฉบมาเหนือเซ็นเซอร์ ซึ่งจับได้ละเอียดยุบยิบโดยเฉพาะวัตถุที่หน้าตาคล้ายมือเราเนี่ยแหละ แต่เท่าที่เล่นๆ นี่ มันรองรับมือได้สองข้าง อย่างละเอียดและไม่มีหน่วงเลยนะ แปลกดี ทำได้ไง กินอะไรถึงได้โตมา

พอลงโปรแกรมเสร็จแล้วมันก็จะมีแนะนำนั่นนี่ ออกมาเป็นกราฟิกง่ายๆ เห็นแล้วเข้าใจเลยว่าแบบนี้

สุดท้ายก็ลองมาดูกันครับว่าจะเล่นมันยังไง ทีแรกว่าจะจับภาพให้ดูเยอะๆ แต่คิดดูอีกทีถ้าอธิบายไปคืนนี้คงไม่ได้อ่านการ์ตูนกันพอดี เลยถ่ายเป็นคลิปแม่งเลยละกัน (ขออภัยที่วันนี้เจมส์จิไม่ค่อยสบายครับ เลยหน้าตาดูอิดโรยนิดนึง)

โดยสรุปคือ มันทำได้อย่างที่คุยจริงๆ ครับ เพียงแต่โปรแกรมที่รองรับยังไม่เยอะ (แถมพอจะกดซื้อแอปนึงในนั้นมันก็ดัน error เลยไม่ได้เสียตังค์) แต่ทั้งนี้เขาก็เปิดให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้เข้ามามีส่วนร่วมเยอะๆ เผื่อต่อไปการร่ายรำอยู่หน้าจอจะได้ฮิตติดลมบนกะเขาบ้าง วงการที่ได้ประโยชน์ที่ได้จากการร่ายรำแบบนี้ก็คงเป็นพวกเกม หรือวงการแพทย์ หรือพวกงานอีเวนต์เปิดตัวนั่นนี่ก็น่าจะมีไอ้เจ้านี่ไปให้ผู้ร่วมงานมาเล่น แบบเดียวกับที่ Wii และ Kinect เป็นพระเอกอยู่ในทุกวันนี้

เพียงแต่ระยะทำการมันจะแคบหน่อยนะ อาจจะต้องนั่งเบียดๆ แนบๆ กับน้องพริตตี้นิดนึง

บล็อกเกอร์รับตังค์รีวิวอวยสินค้า?

เมื่อวานลองเขียนบล็อกด้วยการทวีตไปก่อน แล้วนึกได้ว่าเออ เอามารวมใส่บล็อกก็อ่านง่ายดีนะ เลยไปใช้บริการรวมห่อทวีตจาก Storify ก็สะดวกดี ลากๆ แปะได้เลย วันนี้เลยลองทำอีกทีครับ (แก้ไขเพิ่ม: ตอนนี้ WordPress มันแปะ Twitter ได้แล้วเลยเอามาใส่ตรงๆ เลย) แต่เป็นเรื่องการรีวิวอวยละกันนะ

ถึงเราจะไม่ได้เป็นบล็อกเกอร์สายไอที หรือแม้แต่สายอะไรก็ตาม (ใครกำหนดว่าต้องมีสายวะ อยากจะล้มโต๊ะให้ทั่ว) แต่ก็ยอมรับว่าการที่มีคนตามในทวิตเตอร์ตั้งสองหมื่นกว่าๆ นี่ ถึงผมจะไม่ได้สนใจมันนัก (คือเยอะก็ดี รู้สึกลำพองและหยิ่งยโสได้เหมือนกัน) แต่นักการตลาดซึ่งเชี่ยวเรื่องนี้กว่าเรา เขาคงมองเห็นความสำคัญของตัวเลขนี้ เราจึงเป็นใครสักคนที่น่าเรียกไปออกงาน เผื่อจะกลับมาเขียนอวยให้เขาได้ผลประโยชน์ไปบ้าง ซึ่งถึงผมจะไม่ได้เป็นบล็อกเกอร์ที่ขยันเขียนอะไรแนวนั้น (บล็อกกูก็มีแต่เรื่องกูสิ จะมีโฆษณาทำไม) แต่ก็ไม่ได้รังเกียจ เพราะถ้าเป็นสิ่งที่ตัวเองสนใจ ก็อยากไป อยากรู้อยากเห็นตามประสาเนิร์ดๆ น่ะครับ

ทีนี้เรื่องมันเกิดเพราะตะกี้อพอดีไปอ่านบล็อกอะไรสักบล็อกนี่แหละ มีใครสักคนในทวิตเตอร์ทวีตมา (นี่ก็จำไมได้เช่นกัน ปลาทองมากเลยกู ใครจำได้ช่วยแปะลิงก์ทีนะครับ) ประมาณว่าเขาโดนเจ้าของบล็อกพาดพิงว่ารับทรัพย์มาเขียนอวย เลยขอคอมเมนต์แก้ต่างหน่อย ..แล้วเลยนึกได้ว่าเออ เราก็เคยไปโฉบๆ กะพวกงานเปิดตัวอะไรที่มีการเชิญบล็อกเกอร์ไปร่วมด้วยนี่นา แล้วคนที่ไม่เคยไปเขาจะรู้ไหมว่าที่จริงมันเป็นไง

เชิญอ่านครับ..


(แหม แซะนิดแซะหน่อยล่ะไวเชียว)

:52:

หากคุณเบื่อบทความรีวิวมือถือ.. นี่คือรีวิว HTC EVO 3D

ย่อหน้าบนๆ นี่อ่านข้ามไปก็ได้ครับ ถ้าคุณเผลอหลุดเข้ามาทางกูเกิลเพื่อจะดูแค่มือถือมันเป็นยังไงน่ะนะ
แต่ถ้าอยากให้ได้อรรถรสเพิ่มเติม .. ก็อ่าน.. ไม่สิ ก็อย่าอ่านเลย ผมอ่านแล้วสงสาร HTC เขา :30:

ต้องเล่าดักไว้ก่อนว่าผมเขียนรีวิวนี้ด้วยความเกรงใจทาง HTC อย่างแรง
เพราะก่อนหน้านี้เขาเชิญไปงานเปิดตัวที่ชื่อว่า HTC Blogger Day ครั้งที่ 2
แล้วก็ให้มือถือเครื่องนึงมารีวิว ผมก็เอามาดองไว้ ว่าจะรี จะรี แล้วก็ไม่ได้รี เพราะใช้แล้วไม่ชอบ :30:
ต่อมาเขาก็ส่งมาอีกเครื่อง ประมาณว่าถ้ามึงไม่่เขียนอะไรให้กู กูก็จะส่งมาเรื่อยๆ แบบนี้ละนะ
เครื่องที่สองคือ HTC ChaCha ครับ อันนี้ทวีตชมไปเยอะแยะเชียว แต่ไม่ได้ว่างมาเขียนรีวิวให้เขาอีกละ

แล้วเขาก็ดันชวนมางาน HTC Blogger Day ครั้งที่ 3 อีก! เอาเข้าไป! คือนี่กูอายแล้วนะเนี่ย!
คือต้องบอกไว้ก่อนว่าผมไม่ได้อยู่ในวงการรีวิว ทีแรกคิดว่าคนรีวิวเขาได้ตังค์มาเขียน (เอ๊ะหรือได้จริงๆ หว่า)
สำหรับ HTC แล้วเขาไม่ได้จ้างเป็นเงินครับ แต่เอาของกินในงานเลี้ยง มาล่อให้นักเขียนออนไลน์มารุมๆ ดู
เสร็จแล้วก็ให้มือถือมายืมเล่นเครื่องนึง เป็นเวลาครึ่งเดือนแล้วค่อยคืน ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น
แต่พอถึงเวลาเขาจะมาขอ URL ลิงก์ที่เราเขียนถึงสินค้าเขาว่าเป็นตายร้ายดียังไง อ้าวเฮ้ย!

ก็ถือว่านี่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก เมื่อเทียบกะเอาไปลงหนังสือพิมพ์ ที่แพงกว่า แต่เห็นแว้บเดียวแล้วก็ทิ้ง
แต่นี่พอให้คนเขียนรีวิว (ซึ่งมันก็คือการโฆษณา) ข้อความเหล่านี้ก็จะคงอยู่ในเน็ตไปอีกนานแสนนานเอย

แหม พอเขียนแบบข้างบนไปแล้ว ก็เสียวว่า HTC คงจะไม่ส่งอะไรมาให้ผมเล่นอีกเลยก็เป็นได้ :30:

เอ้า เข้าเรื่อง
ในงาน Blogger Day ที่ว่า เขาเปิดตัวมือถือรุ่นนึงึ่งเป็นหนึ่งในเรือธงของค่ายครับ มันคือ HTC EVO 3D
เป็นมือถือรุ่นเมพ หน้าตาก็อย่างที่เห็น ผมเคยดูในรูปตามเว็บแล้วไม่สวย แต่ของจริงดันสวยแฮะ
พอเขาให้มาลองเล่นเป็นเวลาครึ่งเดือนปั๊บ ผมก็จัดการแงะซิมจากมือถือเครื่องปัจจุบันออกมาเสียบแทนทันที

ผมใช้ HTC Legend มาได้แค่ปีกว่าๆ เองครับ แต่วงการมือถือก็สะกดจิตให้รู้สึกว่ามันเก่าตกรุ่นเสียเหลือเกิน
คือมันก็ยังใช้ได้ตามปกตินะ แม้สภาพเครื่องจะแย่สักหน่อยเพราะทำตกมาแล้วหลายรอบ แต่ข้างในก็ยังดีอยู่
ดังนั้นการกล่าวถึง HTC EVO 3D เครื่องนี้จึงเลี่ยงไม่ได้ ที่จะเจือไปด้วยอคติ-เปรียบเทียบกะอีแก่ของผม

สเป็กและคุณสมบัติโดยรวมของ EVO 3D

ระหว่างที่เขียนบทความนี้ ผมได้จ้างผู้รู้และกูรูกว่าสามร้อยท่านให้มาช่วยเขียนไว้แล้ว กรุณาอ่านเอาเองที่นี่
ที่จริงจะบอกว่าตัวเองไม่เคยสนใจค่าตัวเลข ความเร็ว ขนาดจอหรือชิปเชิปอะไรเลยครับ
นี่ใช้มาหลายวันจนคืนเครื่องเขาไปแล้วยังไม่รู้เลยเนี่ย รู้แต่ว่า

  • จอใหญ่ฉิบหาย
  • วัสดุเจ๋งฉิบหาย
  • เครื่องเร็วฉิบหาย
  • กล้อง 3D เมพฉิบหาย

ทีนี้จะมาว่ากันด้วยรายละเอียดปลีกย่อยนะครับ เริ่มด้วย..

htc evo 3d vs htc legend

จอใหญ่ฉิบหาย

ผมใช้มือถือจอเล็กครับ ก็อีเครื่องที่อายุได้ปีกว่าๆ นั่นแหละ
พอเอามาเปรียบเทียบขนาดกับอีเครื่องยักษ์ด้านซ้ายนี่ เลยกลายเป็นมือถือพ่อลูกกันเลย


เนี่ย พอเอามาถือ จะพบว่าแถบแจ้งเตือนมันอยู่ไกลเกินอุ้งมือไปเยอะ

null
แล้วแอนดรอยด์นี่ยังไงก็ต้องใช้แถบที่ว่าซะด้วย
นี่ขนาดมือผมว่าใหญ่แล้วนะ แต่การจะเอานิ้วโป้งเลื่อนลากลงมาบ่อยๆ นี่เล่นเอาเส้นยึดเหมือนกัน
ดังนั้นทางแก้ก็คือ รีบตบตีพ่อแม่บ่อยๆ ตายไปเป็นเปรตจะได้ใช้มือถือยักษ์ๆ นี่ถนัด
หรือไม่ก็ใช้มันซะสองมือ (มือถือที่ออกแบบมาให้ใช้สองมือนี่ก็ประหลาดๆ อยู่นะ –ก็บีบีไง)

null
แต่ความดีของมันก็คือ เวลาอ่านอะไรแล้วใหญ่เบ้ง ชัดแจ่มเต็มตาเลยครับ
ไม่รู้คนอื่นเขาใช้มือถือเพื่ออะไร แต่ผมนี่ชอบดูดฟีดข่าวไว้อ่านตอนเช้า (ตอนขี้นั่นเอง)
ดังนั้นเจ้าหน้าที่ HTC ที่รับเครื่องนี้กลับไปก็ให้ระวังไว้นะครับ เพราะมือถือเครื่องนี้ผ่านการขี้มาแล้ว

null

วัสดุเจ๋งฉิบหาย

ไอ้ลายเลื่อมๆ ขยักๆ ขรุขระๆ ด้านหลังนี่เหมือนเป็นดอกยางล้อรถครับ
จับแล้วไม่ลื่นเด็ดขาด เสียวแค่ว่าเวลาเราหยิบขนมกินแล้วลืมดูดนิ้วไปจับมันก็จะมีคราบติดตามร่องจนได้
เวลาจับใส่กระเป๋ากางเกง มันจะครูดกับขอบกระเป๋าดังกรื๊ด~ ให้ตกใจเล่น
แต่ยอมรับว่าวัสดุมันเนี้ยบดีครับ ไม่กระจอกเหมือนของ Samsung ในระดับราคาเดียวกัน
(ผมจำขี้ปากเขามาครับ ยังไม่รู้เลยว่าแซมซังมันราคากี่บาท และเอ้อ.. อีเครื่องที่เล่นอยู่นี่มันกี่บาท)
ความที่วัสดุมันไม่เหมือนพลาสติกกระจอกๆ ก็ทำให้รู้สึกว่า เออ ดูแพงหน่อย เอาไว้ถือหันอวดชาวบ้านได้

null

ทีนี้ปัญหา (ที่ไม่ใช่ปัญหา) ก็คือมันใส่ซิมยากเกินไปเยอะเลยครับ เพราะมันติดฝาหน้าหลังได้เนี้ยบมาก
ทำให้แงะยาก พอแงะฝาหลุดปั๊บก็เสียบซิมยาก แต่ก็นะ เราคงไม่ได้บ้ามาเสียบซิมบ่อยๆ กันหรอกใช่ไหม
หมายเหตุ: สังเกตซิมในภาพผมเป็น Orange รุ่นหนึ่งครับ ทุกวันนี้ใช้โปรญาติพนักงานอยู่ เลยไม่ย้ายค่ายซะที
ว่าแต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นโฆษณาออเร้นจ์เลย เดี๋ยวจะย้ายค่ายไปดีพร้อมพ์แล้วนะ เอ๊ะหรือ GSM 2 วัตต์ดี?

เร็วฉิบหาย

ก็อย่างที่บอกไว้ข้างบนว่าผมไม่ได้ไปสนใจตัวเลข (จริงๆ มนุษย์นักรีวิวที่ดีมันควรจะสนใจใช่ไหม แต่กูไม่ใช่)
แต่ให้รู้ว่าไอ้เจ้าอินเทอร์เฟซที่ HTC เขาทำมาครอบแอนดรอยด์ปกติน่ะ มันเอามาปั่นเล่นได้ สนุกมากครับ
ใครมีมือถือของค่ายนี้รุ่นใหม่ๆ ที่เขายัด Sense UI ไว้ ก็ลองเอามาถูปั่นๆ ซ้ายขวาเล่นนะ โคตรเพลินเลย
ได้อารมณ์เหมือนไปซื้อโรตีสายไหมที่หยอดแล้วกดสวิตช์เสี่ยงว่าจะได้กี่อันน่ะ (ผมโดนอาบังหลอกประจำ)
ทีนี้ประเด็นคือผมขี้รำคาญครับ อะไรที่มันแต่งมาสวยๆ เนี้ยบๆ จะไม่ไว้ใจ
ยิ่งวิดเจ็ตพยากรณ์อากาศที่มีก้อนขี้เมฆแดดส่องนี่โคตรงดงามเลยครับ แต่เราจะดูพยากรณ์อากาศกันทำไมวะ
ในเมื่อกรมอุตุของเราช่างคูลขนาดนี้ ..วันไหนทั่นทายว่าแดดออกก็เตรียมพกร่มออกจากบ้านได้เลยครับ
ฉะนั้นผมเองไม่ชอบความ “สวยแต่เยอะ” ของมัน เลยโหลด GO Launcher มาลงทับดังภาพบนสุดนู่นซะ
นอกนั้นพวกเกมสามมิติหรืออะไรนั่น ไม่ได้ลองทดสอบเลยครับ ไปหาอ่านเอาที่อื่นก็ได้เหอะ

null
null

กล้อง 3D เมพฉิบหาย

จุดขายของรุ่นนี้คือมันมีคำว่า 3D พ่วงท้าย ก็ต้องบอกก่อนครับว่าทุกคนที่เห็น “จำเป็นต้องตื่นเต้นให้ได้นะ”
คือมันเมพไงครับ หน้าจอ 3 มิติแบบไม่ต้องใส่แว่น มันใช้หลักการเอากระจกเป็นฟันปลาซ่อนไว้ใต้แผงจอ
แล้วก็เอากระจกเรียบมาทับไว้ พอเปิดโหมด 3D ปั๊บเราก็จะเห็นภาพมีมิติเหมือนไม้บรรทัดตอน ป.3 เลย!
ทุกคนที่ซื้อรุ่นนี้มา ยังไงก็อดที่จะอวดชาวบ้านไม่ได้ครับ เห็นแล้วก็ขยันไปโหลดคลิป 3 มิติจากยูทูบมาลง
อ้อ.. มันมีแอปชื่อ JetVD ครับ เอาไว้โหลดยูทูบได้ ไป search หา 3D Trailer หรืออะไรงี้มีเพียบ
อย่างข้างบนคือ MV วง SNSD แบบ 3D ที่นูนเว้าจนแทบจะล้วงได้ จึงเหมาะกับการอวดเพื่อนให้มันหื่นเล่น

null
ส่วนโหมดถ่ายภาพและวิดีโอนั้นก็เลือกได้ว่าจะเอาโหมด 2D หรือ 3D ครับ โดยภาพจะยาวกว่าปกติหน่อย
คือมันมีสวิตช์ให้เลื่อนสลับโหมดที่เข้าใจง่ายดี แถมมีปุ่มชัตเตอร์อันเท่าเห็บเกาะอยู่ข้างเครื่องอีกอัน
ส่วนข้อสังเกตคือไม่รู้เครื่องอื่นเป็นไหม แต่เครื่องที่ผมลอง ปุ่มชัตเตอร์มันจะดูหลวมๆ ขยับได้นิดหน่อย

null
เวลาถ่ายภาพแล้ว ภาพที่เป็น 3 มิติมันจะเป็นนามสกุลแมวอะไรไม่รู้ที่เอาไปใช้ที่ไหนก็ไม่ได้ ฮ่วย!
ยกเว้นจะดูในเครื่องนี้เท่านั้น หรือไม่ถ้าอยากให้ชาวบ้านดูก็ share ออกเป็นภาพ 2 มิติธรรมดาๆ ซะ
หลักการของอีภาพ 3 มิตินี่คือต้อง 3D ที่เนื้อภาพเองด้วย และตัวเล่นต้องสามารถเล่น 3D ได้ด้วยครับ
ไม่งั้นจะเป็นแบบคลิปข้างล่างนี้..

เนี่ย ยูทูบมันรองรับคลิปที่เป็น 3D นะครับ แต่ว่าต้องเอาไปเล่นใน Player ที่รองรับความสามารถนี้ด้วย
ไม่งั้นมันก็จะกลายเป็นภาพ 2 ภาพบีบๆ ซ้ายขวาแบบนี้แหละจ้ะ
(ขอบคุณ @kejuliso และเขี้ยวเสือสำหรับคลิปข้างบน แต่ถ้าจะดูเขี้ยวเสืออย่างเดียวก็จิ้มที่นี่ครับ)
อ้อ รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้เริ่มมีจอที่เป็น 3 มิติขายกันตามห้างแล้ว ใครอยากลองก็ไปหาซื้อมาละกันครับ

อ้อ.. ไอ้กล้อง 3D และภาพ 3D นี่ ระยะเห่อของมันอยู่ที่ไม่เกิน 10 วันครับ
หลังจากนั้นก็จะบรรลุธรรมว่ากูขอถ่ายแบบธรรมดาๆ แทนละกัน ปวดกบาล :30:
ซึ่งถามว่ากล้องในโหมด 2 มิติธรรมดาทั่วไปเนี่ย มันโอเคไหม ..โอเคนะ

null

ข้อเสีย

จอมันสัมผัสไวมากครับ ไวจนกดพลาดบ่อยๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ นี่เป็นอุปสรรคในการใช้งานจริงๆ นะ
คือบางครั้งตอนเอานิ้วไปแหย่ใกล้ๆ ปุ่มเนี่ย ขนาดยังสัมผัสไม่โดนมันก็ดัน active เสียแล้ว

null
อีกอย่างนึงคือปุ่มที่เรียงกัน 4 ปุ่มด้านล่างเนี่ย นอกจากจะไวแล้ว มันยังชิดมุมเครื่องเกินไปอีกล่ะ
หลายครั้งจะเจอปัญหาแบบที่ว่า จะจับมือถือเป็นแนวนอนเพื่อเตรียมถ่ายภาพ แล้วอุ้งมือไปโดนปุ่ม Home
หรือไม่ก็ตอนถือด้วยมือซ้ายแล้วเอื้อมนิ้วโป้งไปบนๆ ของจอแล้วอุ้งมือมันไปโดน Home อีกละ
อันนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ สำหรับบางคน ที่สนเรื่องตัวเลขสเป็กมากกว่าการใช้งาน
แต่มันเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับผู้ใช้แบบผมครับ (เอ๊ะนี่หรือมือถือมันไม่เลือกคนอย่างกูก็ไม่รู้สินะ)

ตกลงว่ารุ่นนี้มันน่าซื้อไหมเนี่ย

ถ้าคุณเป็นพวกขี้อวด รุ่นนี้แหละโคตรจะตอบโจทย์เลย ..รีบซื้อเลยครับ
ถ้าคุณไม่เห็นว่าจะต้องใช้กล้อง 3D ไปทำอะไรในชีวิตประจำวันแบบธรรมด๊าธรรมดา ..อย่าซื้อครับ
สรุปว่าถ้าคุณมีตังค์เหลือพอจะหาอะไรหล่อๆ ไว้อวดหญิงละก็ ..ไปซื้อมินิสักคันเถอะครับ

Google+ : บวกแม่งเลย

บล็อกตอนนี้จะเขียนสั้นๆ ดูบ้าง ติดนิสัยเขียนทีไรยาวทุกที
เรื่องของเรื่องคือได้ลองเล่น Google+ แล้วครับ

สั้นๆ สำหรับคนที่ไม่รู้จักว่า Google+ มันคืออะไร:
มันคือ Facebook ยี่ห้อ Google นั่นเองครับ จบ

แต่ถ้ายาวๆ มันก็คือรวมบริการที่กูเกิลมีอย่างกระจัดกระจายเต็มไปหมดไว้เป็นก้อน
คือคงรู้สึกแล้วว่าถ้าปล่อยให้กระจายอยู่แบบนี้ รับรองตายแน่นอนครับ
เพราะคนเล่นเน็ตเดี๋ยวนี้เขาไม่ได้เข้าถึงเนื้อหาผ่านกูเกิลเป็นหลักเหมือนแต่ก่อนแล้ว
แต่เราจะเจอคลิปเพลงคันหู คลิปนั่นคลิปนี่ หรืออะไรฮาๆ ผ่านเพื่อนก่อนเสมอ

ยุคนี้จึงเป็นยุคของ Facebook ไงครับ เพราะมันสนองตัณหาของมนุษย์ขาเสือกได้ดียิ่ง
(อ้ะ ขอพ่วงเครดิตให้ Twitter ด้วยก็ได้ เพราะผมเกลียดความเยอะของ Facebook)

ในขณะที่ชาวบ้านเขา Social กันตูมตูม แต่กูเกิลเองดันจุดสังคมผู้ใช้ของตัวเองไม่ติด
Google Wave เราก็อ่านออกเสียงว่า “กูเกิลว้าเหว่” และเจ๊งไป
Google Buzz ก็มาผิดรูปผิดรอย เพราะดันเสียบเข้าไปในทุกบริการจนคนรำคาญ ก็ดับอีก
จนบิ๊กบอสของกูเกิลเองต้องออกมารำพันว่า “ที่ผ่านมาเราแพ้ Facebook ในสนามนี้แล้ว..”

แต่ก็ยังไม่ยอมครับ เพราะสาวกยังเยอะอยู่ทั่วโลก ถ้าไม่เริ่มตอนนี้ได้ตายห่าจริงๆ แน่
Google+ จึงมา (อ่านรายละเอียดได้ใน Blognone ครับ)

ผมได้รับ Invite เมื่อเช้าจาก @koojane และ @icez ก็เลยกดเข้าไปเล่น
และทำตัวเหมือนสาวกท่านอื่นๆ คือเล่นมันซะทุกปุ่มทุกอย่าง ไล่มันทุกเมนู
(ค้นพบว่าพฤติกรรมร่วมของคนที่ใช้กูเกิลจะเป็นแบบเดียวกันนี้แหละครับ)
และก็เลยเปลี่ยนทัศนคติที่ว่า “แม่งแป้กแหงๆ” กลายเป็น “เฮ้ย แม่งเจ๋งว่ะ”
ต่างจาก Google Wave ที่เจ๊งไปเพราะแม้จะเจ๋งแต่นึกไม่ออกว่าจะใช้ทำอะไีรกะมัน
แต่ Google+ นี่ชัดเจนว่าใครที่วนเวียนอยู่ในโลกแห่งกูเกิลอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องเกร็งครับ
วันหนึ่งมันจะมาเยือนคุณเอง อย่างเนียนๆ แน่นอน เพราะอุปกรณ์พี่แกเยอะเหลือเกิน

ยาวละ พอๆ ขอสรุปปิดท้ายหน่อย

googleplus

คือ “นิสัยของคนใช้ Google” เนี่ย จะต่างจากคนใช้ Facebook ครับ
อย่างคนใช้โทรศัพท์แอนดรอยด์ จะเห็นได้ชัดเลยว่าวิบากกรรมแรกที่เจอแน่นอน
ก็คือการนั่งเรียง Contact List ที่เคยใช้อย่างสะเปะสะปะตอนใช้ Gmail
กลายเป็นชื่อนามสกุล ใส่รูปเริปอะไรเรียบร้อย เหนื่อยคืนนึงแล้วสบายตลอดชีวิต
นี่ก็เช่นกันครับ Google+ มันมีระบบ “Circles” หรือวงเพื่อน (ไม่รู้มีภาษาไทยยังนะ)
พอเข้าไปปั๊บ ภารกิจแรกที่ต้องทำก็คือ เวลามีเพื่อนโผล่มา ก็จับมันเข้าวงก่อนเลย
แก๊งเพื่อน แก๊งที่ทำงาน แก๊งหมา แก๊งแมว แก๊งมัธยม แก๊งสาวตึง อะไรก็ว่าไป
เสร็จแล้วเวลาเราโพสต์อะไรออกไป มันจะชี้เลยว่าจะแชร์ลงวงไหน
ดูเหมือนจะยุ่งยากนะครับ แต่ที่จริงไม่เลย เพราะหน้าตาการใช้งานของมันง่ายโคตรๆ
และแนวคิดมันกลับหัวกับการรับแอดเพื่อนสะเปะสะปะใน Facebook Groups
หรือแอดก็ได้ไม่แอดก็ได้ ไม่ค่อยสนใจ อย่างระบบ Lists ใน Twitter
ซึ่งโดยส่วนตัวนิสัยผมก็เข้ากับพฤติกรรมชอบจัดระเบียบอะไรแบบนี้พอดี
ยิ่งไปโผล่ในอุปกรณ์อื่นๆ (อาทิ มือถือสารพัด) ที่ถูกวางแผนไว้อย่างดีแล้วก็ยิ่งหรูหรา

แถมการออกแบบให้ใช้ง่าย และทุกอย่างดูฉลาดยืดหยุ่นจนไม่มีข้อสงสัยในทุกๆ รายละเอียด
(เคยเจอไหมที่ใช้บางเว็บแล้วงงว่าเฮ้ยแม่งใช้ไงวะ ผมนี่แหละคนนึงที่เซ็ง Facebook มาก)
ซึ่งความง่ายโคตรๆ นี่แหละ ที่เป็นจุดขายสไตล์กูเกิลตลอดมา
อย่างที่ชอบมากก็คือไอ้ก้อนตัวเลขสีส้มๆ ที่เอาแจ้งเตือนตรงมุมจอ ที่เหมือนจะไม่มีอะไร
แต่พอกดปั๊บ เราสามารถ “ทำอะไรกับมันก็ได้” ตั้งแต่จัดเพื่อน ดูรูป อ่านหรือพิมพ์คอมเมนต์ ฯลฯ
แม่ง เหยดดดดด เหยอออออออ (ไอ้เหยอนี่คืออะไรวะ อ่านออกเสียงแล้วฟังดูดี งั้นไม่ลบ)

ดังนั้น Google+ จึงชิมแล้วถูกใจและยินดีบอกต่ออย่างชื่นชมครับ!

ขี้แรกของโลกใน Google Plus

ป.ล.
พอได้ลองแล้วก็เลยลองทำอะไรเป็นคนแรกในประัติศาสตร์ดู
นั่นคือการวาดรูปขี้ครับ (ก็ดันมีคนมากด +1 ซะเยอะเลยนะ :30: )

ป.อ.
ตอนนี้มันยังไม่เปิดสาธารณะ แต่ใช้ระบบขายตรง หาดาวน์ไลน์กัน
เห็นว่าเมื่อเช้าเราสามารถ Invite ต่อกันได้แหลกเลย
แต่ตะกี้เพิ่งมีประกาศปิดการ Invite ชั่วคราว เพราะสาวกคงเยอะเกินไปครับ
คิดว่าอีกไม่นานเดี๋ยวก็เปิดใหม่อีกที เพราะมันคงไม่กั๊กไว้จนแห้งตายเหมือน Wave ละ

ป.ฮ.
ลองเล่น Hangouts ในนั้นละ มันคือ Video Chat แบบกลุ่มครับ
ใช้ง่าย หน้าตาสะอาดสะอ้านสมชื่อกูเกิล และที่สำคัญคือเร็วจี๋!
แนวคิดก็เหมือนเดิมคือกดเริ่มปั๊บ แล้วก็เลือกว่าจะคุยกะเพื่อน “วง” ไหน
คิดดูละกันว่าต่อไปถ้าไอ้ Google+ นี่เกิดขึ้นมาจริงๆ รับรอง CamFrog เจ๊งแน่ๆ :30:
(แก้ไขเพิ่ม: นางแก้ว @kejuliso ก็เป็นคนแรกของโลกที่เต้นเพลงคันหูผ่าน Hangouts ครับ)

.

//เขียนเพิ่มในบ่ายวันเดียวกัน:
ผมเชื่อเสมอว่า ของมันจะดีเมพแค่ไหน ถ้าไม่มีคนใช้ หรือต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จากที่ชิน ก็ดับ
แต่สำหรับ Google+ เนี่ยมันร้ายกาจกว่านั้นครับ เพราะมันหาทางออกให้กับปัญหาที่เคยเจอได้แล้ว
นั่นคือฤทธิ์เดชของไอ้เม็ดแจ้งเตือนสีส้มนี่ละครับ ..แม่งเล่นโผล่ทุกเว็บในเครือกูเกิลเลย!!
ดังนั้นจึงกลบจุดอ่อนของ Wave ที่ใครจะเล่นต้องปีนกระได หรือของ Buzz ที่เยอะเกินจนน่ารำคาญ
ตรงที่ว่า กูขอมีตัวตนแค่เม็ดสีส้มน่ารักในแถบสีเทาดำก็พอ ใครใคร่กดดูก็กด ใครไม่สนก็เชิญ
ตรงนี้จึงแก้ปัญหาทั้งเรื่องความเยอะและน้อยไปได้ลงตัวมากครับ มึงคิดได้ไงเนี่ยวิธีนี้

googleplus-notification

Photoscape: โปรแกรมแต่งรูปเพื่อโพสต์ตามเว็บที่ดีที่สุดในสุริยจักรวาล

คราวที่แล้วผมปิดท้ายไว้ว่าจะเขียนเรื่อง “โปรแกรมแต่งรูปฯ ที่ดีที่สุดในสุริยจักรวาล” เอาไว้
พอมานึกดูอีกทีก็คิดว่า แม่งเอ๊ย ไม่น่าเลยกู :30: เวลาจะเขียนแบบธรรมดายังไม่ค่อยมีเลย
นี่เล่นจะให้สาธยายแบบขายโฆษณาโปรแกรมซะอีก เอาเป็นว่าผมคงเน้นแต่เนื้อๆ นะครับ

เอ้า เข้าเรื่องเลย
พระเอกในวันนี้ชื่อ Photoscape เป็นฟรีแวร์สำหรับวินโดวส์ครับ
ผมได้รับการแนะนำมาจากห้าโอ (ตอนนั้นบักห้าโอมันก็ยังไม่เคยใช้เลย.. แล้วจะแนะนำทำไม)
ผมชอบเล่นโปรแกรมแผลงๆ ซะด้วย เลยลองโหลดมาดู ก็คิดว่าคงลงแล้วก็ลบทิ้งเหมือนตัวอื่นๆ

แต่ผิดคาด
หลังจากได้ลองกดเข้าไปในแต่ละเมนูและลองปรับเล่น.. ผมขี้แตกทันที!!

มาดูหน้าตามันก่อนครับ พอเข้าโปรแกรมปั๊บก็จะปรากฏให้เห็นเป็นดังนี้

[ขออภัย ภาพประกอบหายไปแล้วเพราะเว็บเน่าคราวก่อน]

เมนู ๑๒ ราศีนี้อาจจะดูแล้วงงๆ หน่อย ไม่รู้ว่าผมงงเองหรือเปล่า แต่ไม่ค่อยคุ้นตาเท่าไหร่
จะลองไล่ให้อ่านคร่าวๆ ตามเข็มนาฬิกาตั้งกะ ๐ นาฬิกาไปเลยนะครับ

  • Viewer: เอาไว้ดูรูป เชื่อว่าพ่อแม่พี่น้องคงกดเข้าไปแล้วเข้าใจ ไม่มีอะไรแปลก ขี้เกียจพูด
  • Editor: เอาไว้แก้ไขรูป ซึ่งไม้เด็ดของโปรแกรมนี้อยู่ที่หวดนี้แหละครับ เดี๋ยวจะขยายให้อ่าน
  • Batch Editor: คำว่า Batch ก็เหมือนกับเมนูตะกี้ แต่ไว้ทำกับหลายๆ รูป
  • Pages: จัดรูปหลายๆ รูปมาจัดใส่หน้าเดียวกันแบบช่องการ์ตูน (เจ๋งมาก!!!)
  • Combine: เอารูปหลายรูปมาเรียงต่อกัน ได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน หรือเป็นตารางก็บ่ยั่น
  • AniGif: ทำภาพเคลื่อนไหวดุ๊กดิ๊ก ใช้ง่ายกว่าที่มีใน ImageReady หรือ Photoshop CS3 อีก!
  • Print: สั่งพิมพ์ออกเครื่อง ไม่ใช่แค่พิมพ์ธณรมดา แต่นี่กำหนดค่าได้เยอะ และที่สำคัญ กินง่าย
  • Screen Capture: จับหน้าจอ เลือกได้ว่าจับเสร็จให้เอามาเปิดใน Editor ของโปรแกรมเลยบ่
  • Color Picker: นี่ก็เจ๋ง เป็นตัวดูดสีจากหน้าจอ จับหลอดดูดลากไปไว้ตรงไหนก็ได้ค่าสีมาเลย
  • Raw Converter: แปลงรูปนามสกุล RAW จากกล้องให้เป็น JPG (อันนี้ได้แค่แปลง)
  • Rename: นี่ก็เปลี่ยนชื่อธรรมดา แต่ได้ทีละหลายๆ รูป
  • Homepage: ไปที่เว็บของโปรแกรม (สงสัยนึกเมนูไม่ออกแล้วมั้งเลยใส่อันนี้)

ถ้ารู้สึกว่าไอ้กงล้อนี่มันน่าเวียนหัว ก็กดเลือกเอาจากเมนูธรรมดาๆ ข้างบนเลยก็ได้ครับ มีเกือบครบเลย
สำหรับเมนูตัวอื่นผมคงไม่ได้เน้นมากเพราะเราก็คงคุ้นๆ กันกับโปรแกรมแต่งรูปอื่นๆ กันมาแล้ว
แต่จะขอขยายความแค่ตรง Editor ละกันครับ เพราะโคตรชอบมากฉิบหายเลยพ่อเอ๊ยแม่เอ๊ยยยย

[ขออภัย ภาพประกอบหายไปแล้วเพราะเว็บเน่าคราวก่อน]

มีอะไรในส่วน Editor
เมื่อเรากดเข้าไป มันจะเป็นจอเปล่าๆ ให้เราลากรูปจากการเลือกในโฟลเดอร์ด้านซ้าย
หรือลากข้ามมาจากนอกโปรแกรม หรือ Paste จากคลิปบอร์ดก็ได้ (แค่ไอ้นี่ผมก็ว่าเท่แล้วนะ)
ให้เริ่มลองกดปุ่มต่างๆ ในนี้ครับ มั่วๆ ไปเลยเพราะ Undo ได้ (Ctrl+Z เหมือนโปรแกรมทั่วโลกก็ได้)
เริ่มจากปรับเป็นรูปถ่ายซีเปีย รูปขาวดำ รูปไดคัต กลับสี ปรับสว่าง เปลี่ยนขนาด ครอปรูป
ปรับ Auto Contrast, Auto Level, Sharpen, เอฟเฟกต์ฟุ้งฝันแบบรูปแต่งงาน ฯลฯ ก็ได้

และที่เจ๋งมากๆ แบบที่ Photoshop อันแสนแพงทำไม่ได้ จนอยากขยายซ้ำขยายซ้อนก็คือ

[ขออภัย ภาพประกอบหายไปแล้วเพราะเว็บเน่าคราวก่อน]

ปุ่ม Backlight: เอาไว้กำจัดเงาดำ ทำให้รูปสว่างขึ้นและดูโปรขึ้นแม้ถ่ายมาห่วยก็ตาม!
เหมาะมากสำหรับตากล้องมือใหม่อย่างผม (เพิ่งซือ้ Canon KissX มาครับ ..กำลังกรอบเลย)

photoscape-frames
Frames: สามารถใส่กรอบรูปได้หลากหลายแบบมากๆ .. อ๊ะๆ อย่าคิดว่าจะมีแต่แบบเชยๆ นะครับ
ทีแรกผมก็คิดว่าคงมีแต่แบบกระจอกๆ แต่คุณเอ๋ย ผิดถนัด! เพราะมีแต่เจ๋งๆ ทั้งน้าน!!!
(ที่เอามาแปะนี่แค่คร่าวๆ ครับ เลยดูเบียดๆ กัน พอเอามาใช้งานจริงจะสวยแจ่มมาก)

[ขออภัย ภาพประกอบหายไปแล้วเพราะเว็บเน่าคราวก่อน]

Objects: ใส่ของเล่นลงไปประกอบในรูปได้ตามใจ
โหมดนี้เป็นโหมดของเล่นสนุกๆ หลังจากจริงจังมาจากข้างบนแล้วครับ
และแน่นอนว่าของที่เอามาประดับคงไม่ใช่โหลยๆ เหมือนโปรแกรมที่ต้องเสียตังค์ตัวอื่น (เอ๊ะ)
ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้างก็ลองเล่นดูเองครับ มันเป็นแท็บอยู่ในหน้า Edit นั่นแหละ

[ขออภัย ภาพประกอบหายไปแล้วเพราะเว็บเน่าคราวก่อน]

Filter: ฟิลเตอร์แบบเดียวกะที่มีใน Photoshop แต่อย่าลืมว่านี่มันใช้ง่ายกว่า และฟรี!
อันนี้ไม่รู้จะหยิบตัวอย่างมายังไงครับ

เขียนมายาวยืดคงอ่านกันไม่ไหว ผมเองก็ขี้เกียจเขียนแล้วครับ จะได้ไปทำงานทำการต่อ
ก็เลยจะบอกคร่าวๆ ถึงฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่ยังไม่ได้พูดข้างบนอีก กล่าวคือ

  • ดูรูปแบบสไลด์โชว์ได้ คลิกขวาสั่งให้เฟดรูปให้ดูไฮโซได้ด้วย มีบอกค่า Exif ของรูปอีกนะ
  • สั่งทำวอลเปเปอร์ได้ มีเลือกทั้งแบบเต็มจอ แบบเรียงเป็นตาราง (อ้าว Photoshop ทำไม่ได้นะ)
  • ในแท็บ Region มีแก้ตาแดง, ลบไฝ!, ทำภาพโมเสกได้
  • เวลาเซฟรูปเพื่อโพสต์ลงเว็บ มีให้เลือกกำหนดคุณภาพได้ ทำให้ไฟล์ออกมาเล็กกระจิ๋วหลิว

โอ้ย พอแล้วโว้ย ไปโหลดเอาเอง! :07:

.

ป.ล.
ผมเพิ่งซื้อกล้องใหม่มาแทน Fuji Finepix s6000fd ครับ เพราะเพิ่งมีตังค์ใช้ไม่นานมานี้เลยเอาซะ
ยอมรับว่าในระดับราคาหมื่นบาทนั่น s6000fd เป็นกล้องรุ่นที่เจ๋งที่สุดแล้ว (ในไทยเรียก s6500fd)
แต่ถ้ามีตังค์มากกว่านั้น การกระโดดมาหัดเล่น DSLR ถือเป็นการเรียนรู้ที่คุ้มค่าทีเดียว
ตอนนี้อาวุธใหม่ของผมคือ Canon EOS Kiss Digital X (ในไทยเรียก EOS 400D)
เอาไว้ให้ใช้เป็นแล้วจะถ่ายมาอวดครับ :27: (ตอนนี้ถ่ายไม่เป็นเลย ..ใบ้แดกมาก)

ป.อ.
เออใช่ ทีแรกกะว่าจะเขียนเรื่องกล้องเหมือนกัน แต่ไม่เอาดีกว่าครับ เขิน
อีกอย่าง คงไม่มีใครอยากรู้หรอกว่าผมประหม่าแค่ไหนเมื่อได้จับ “ของเล่น” ราคาแพงขนาดนี้
(แค่แกะกล่อง มือก็สั่นไม่หยุด เหงื่อแตกพลั่ก แถมมีเหงื่อออกเต็มฝ่ามือ ลูบกล้องไปเช็ดตูดไป)

ป.ฮ.
คราวหน้าจะไม่สัญญาว่าจะเขียนอะไรอีกแล้ว เสียเวลาฉิบหาย :05: