ข้อเสนอ: วิธีใช้ทวิตเตอร์แบบปกติในสถานการณ์ไม่ปกติ

บอกไว้ก่อนว่าข้อเสนอนี้ง่ายฉิบหาย ง่ายจนไม่น่าเชื่อว่ามึงจะเสนอทำไม
แต่เชื่อเถอะว่ามันทำไม่ได้จริง 100% ครับ เพราะพฤติกรรมของผู้ใช้ทวิตเตอร์ ที่คิดว่า “ก็กูถนัดแบบนี้”

.

ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ ที่ไหน เวลาเกิดวิกฤตใดๆ ขึ้นมา สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ “ข้อมูลข่าวสาร”
แต่ปัญหาก็คือข่าวลือมันเยอะเหลือเกิน วิกฤตที่ผ่านมาอย่างจลาจลปี 53 ก็เป็นตัวอย่างมาแล้ว
ว่าพอเราเข้าไม่ถึงแหล่งข้อมูลข่าวสารเมื่อไหร่ การบอกต่อกันมาโดยใส่เครื่องปรุงคนละนิดละหน่อย
กว่าข่าวจะมาถึงผู้รับ ก็โดนดัดแปลงแต่งเติมจนผิดเพี้ยน จึงเป็นชนวนดราม่าอย่างดีต่อไป

โยนเข้าสู่เรื่องทวิตเตอร์

จุดเด่นของทวิตเตอร์ คือมันเป็นช่องทางกระจายข่าวที่เร็วมากๆ
และมีจุดแข็งที่พวก FWD Mail ต่างๆ หรือแม้แต่ BBM, WhatsApp ไม่มี
คือ มันสามารถสืบย้อนไปถึงต้นตอข้อความแรกสุดได้เสมอ

twitter-rt

ดูจากแผนภาพด้านบนนี้ เห็นเลยว่าเพียงแค่มีต้นตอแหล่งข่าวที่ทวีตอะไรขึ้นมา แล้วมีคน RT
ทุกๆ ข่าวก็จะมีการส่งต่อเพียงระดับชั้นเดียวเท่านั้น ไม่มีการ FWD จนสืบหาต้นตอไม่ได้เหมือนเจ้าอื่นๆ
ในกรณีน้ำท่วม ถ้าเจ้าของทวีตแรกเป็น ศปภ เองก็จะน่าเชื่อถือที่สุด (อันนี้ผมประชดครับ)

ทีนี้ปัญหาก็คือ ที่ผ่านมาเราไม่ค่อยเรียนรู้การใช้งานทวิตเตอร์ที่ถูกต้อง เพราะเห็นว่าไม่จำเป็น
คุณครับ ในยามปกติคุณจะใช้อะไรก็ใช้ไปเถอะ จะตอบทวีตด้วยการ RT แล้วเติมข้อความให้รกๆ ก็ทำไป
แต่ในสถานการณ์ไม่ปกติ และการข่าวมีความสำคัญนาทีต่อนาที และส่งผลต่อการตัดสินใจของคนขนาดนี้
ผมขอความร่วมมือช่วยกันเผยแพร่ “วิธีใช้ทวิตเตอร์แบบปกติ” ให้ช่วยกันหน่อยเถอะครับ
(หลายคนเห็นหัวข้อบล็อกก็อาจจะสงสัยว่าทำไมต้องมีคำว่า “แบบปกติ” ด้วย เดี๋ยวจะอธิบายให้อ่านนะ)

01 ใช้ #Hashtag แบบปกติ

ใครที่รู้แล้วอ่านข้ามไปเลยครับ ส่วนใครรู้แล้วแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ ลองแวะอ่านดูหน่อย
คือทวิตเตอร์ (และ Google+) เนี่ย พอเราใส่ข้อความภาษาอังกฤษใดๆ ที่นำด้วย # มันจะคลิกได้
เท่านั้นยังไม่พอ ระบบมันจะกรองไอ้ที่คลิกๆ ไปมาแสดงเฉพาะได้ มีประโยชน์มากในสถานการณ์แบบนี้
ทีนี้ในสถานการณ์แบบนี้เราตกลงกันหลวมๆ ว่า “เรามาใช้ #thaiflood กันเถอะ”
โอเคครับ แท็กนี้มันเกี่ยวข้องโดยตรงกับเว็บ thaiflood ที่กดไปแต่ละข่าวก็ยิงเข้าเว็บ kapook กันทั้งนั้น
ทั้งที่จริงแยกระบบให้ขาดจากกันมันไม่ยากอะไร.. แต่เอาไงดีล่ะ สถานการณ์แบบนี้ จะยอมไหม?
ผมยอมครับ สิ่งที่ thaiflood ทำนั้นมีประโยชน์มาก ถือเป็นเว็บจิตอาสาที่เห็นผลชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งเลยล่ะ
แต่ติดแค่นิดเดียวตรงที่พอโยนเข้า kapook แล้วมันดูไม่สง่างามเท่านั้นเอง อันนี้ก็วิจารณ์กันตรงๆ ชัดเจน
(เพิ่งแสดงความเห็นวิจารณ์กับ @suppakij และ @yokekung ไปเมื่อกี้นี้เอง ใครจะแตกหน่อก็ได้นะครับ)

ทีนี้เรายังเห็นการใช้แท็กที่กระจัดกระจายประมาณว่าเราจะสร้างแท็กใหม่ที่มันอินดี้กว่า
เช่น #rangsitflood หรือ #pathumflood หรือ #floodthailand อะไรแบบนี้ขึ้นมา
อยากบอกว่าถ้าใช้คู่กันกับแท็กหลักผมว่าโอเคนะ แต่ถ้าต้องการฉีกออกไปเพราะอินดี้อันนี้ไม่เห็นด้วย
เพราะผู้สนใจและบุคคลที่เกี่ยวข้องต่างก็ใช้ #thaiflood กันจนเรียกว่าเป็นทางการไปแล้ว ตามๆ เขาเหอะ
(ธรรมชาติของมนุษย์โลกออนไลน์คือไม่ชอบให้ใครมาชี้นิ้วสั่ง หรือตั้งเป็นกฎครับ แต่นั่นมันยามปกติ)

02 ใช้ Reply แบบปกติ

อันนี้สำคัญมาก! โดยเฉพาะพวกดาราทีวีที่นอกจากตัวเองจะใช้ผิดแล้วยังชักพาให้แฟนๆ ใช้ผิดไปด้วย
(ผมไม่ดูทีวีรายการบันเทิง ดังนั้นดาราทีวีก็คือมนุษย์ธรรมดา ไม่ได้เป็นอำมาตย์เหนือใคร ..ยกเว้นน้องเต้ย)
เวลาคุยกัน การกดปุ่ม Reply แปลว่าตอบ ..ครับ ง่ายๆ แค่นี้เอง
ทวิตเตอร์มันใช้ง่ายเพราะเขาออกแบบมาแบบนี้ อย่าไปกระแดะอยากให้ข้อความเดิมแสดงในทวีตเราด้วย
แล้วกลายเป็นการ “RT ตอบ” (ใครกันนะแปล RT ว่า Reply To .. โธ่ อีกรวยไต)

แล้วมันเกี่ยวอะไรกะเวลาวิกฤต?

  • การตอบทวิตเตอร์แบบธรรมดา ถ้าใครไม่ได้ follow ทั้งคู่ มันจะไม่ไปแสดงเกะกะใน Timeline
    (สารภาพว่าผมเพิ่งรู้ข้อนี้แหละ ถึงว่าสิพอกดไปดูใน Profile แต่ละคนทำไมมันมีไอ้ที่เราไม่เห็นเยอะจัง)
    การ “RT ตอบ” นั้น ทำให้เกิดขยะที่ผู้อ่านไม่ได้ต้องการจะรู้มากมายงอกขึ้นมา
    เวลากวาดสายตาอ่านจะเอาสาระ ความเข้มข้นของข้อมูลก็จะลดลง มีแต่ผักบุ้งครับ
  • ไม่ว่าจะใช้โปรแกรมอะไรเล่นทวิตเตอร์ เราสามารถกดที่ข้อความเพื่ออ่านบทสนทนาย้อนหลังได้ครับ
    ซึ่งดีกว่าอ่านไม่รู้เรื่อง >> RT a:เป็นไง // RT b: a: เป็นไง/ยังไม่ท่วม แกล่ะ // RT a: แต่ชั้น.. (ที่ไม่พอ)
    ที่สำคัญและผมเน้นมากๆ คือเรื่องการ Track ดูบทสนทนาย้อนหลัง..
  • การ Track บทสนทนาย้อนหลังมีประโยชน์มาก!
    เช่นถ้าเป็นข้อความเชิงแจ้งเหตุหรือขอร้องใดๆ เราสามารถสืบย้อนดูได้ “ตามเวลาจริง”
    โดยต้นฉบับของข้อความไม่ถูกตัดขั้วบิดเบือน ลองนึกภาพน้ำกำลังมา.. เวลาจริงนี้จะสำคัญมากครับ
    หรือในกรณีที่มีการโต้เถียงวิพากษ์วิจารณ์อะไร เราสามารถอ่านย้อนเป็นลำดับขั้นได้ เวิร์กเช่นกัน

03 ใช้ RT แบบปกติ

เหตุผลหนึ่งที่คุณ @Physics_Lek บอกไว้ ทำให้ผมต้องมาเขียนบล็อกนี้ให้จบหลังจากดองมาเป็นอาทิตย์
(ตอนนั้นที่เขียน น้ำเพิ่งจะโจมตีอยุธยาเอง แล้วข่าวลือมันเยอะเหลือเกิน แต่ป่วยซะก่อนเลยเพิ่งหายมาเขียนต่อ)
นั่นเพราะข่าวลือมันเยอะเหลือเกิน แล้วใครเป็นต้นตอก็ยากเสียด้วย เพราะเราทำลายหลักฐานกันหมดแล้ว
ด้วยการ “RT แบบไม่ปกติ” นี่แหละครับ แต่จะเป็นไปด้วยความหวังดีหรือประสงค์ร้ายก็ไม่รู้สินะ..

พูดปากเปียกปากแฉะซ้ำซากและกระแนะกระแหนเซเล็บ (=ความหมายในเชิงประชดประชัน) ไม่รู้กี่รอบแล้ว
แต่เราก็ยังเห็นหลักสูตรนักการตลาดชอบเอาไปเปิดอบรมสอนสั่งกันว่า “การทวีตที่ดี ต้องเว้นที่เผื่อให้คน RT ต่อ”
เฮ้ย จะเว้นทำไมครับ ในเมื่อทุกโปรแกรมที่ใช้เล่นทวิตเตอร์นั้น พอกด RT ปั๊บ มันก็บอกต่อข้อความต้นฉบับได้เลย
ลองเลื่อนหน้าจอขึ้นไปดูข้างบนครับ จะเห็นแผนภาพอุดมคติที่ทวิตเตอร์ควรเป็น
คือข้อความลำดับชั้นที่ 1 โดยผู้ส่งสาร ส่งถึงผู้รับในวงกว้างได้เลยโดยไม่ถูกดัดแปลงข้อความและ “เวลา”

แต่การไปกด RT ตามด้วยการกด Edit  ข้อความ ตามด้วย.. (เหนื่อยนะ) เนี่ย มันคือการ “ตัดขั้ว” ข้อมูลนะครับ
ข้อมูลด้านเวลาที่ฝังไปกับข้อความจะหายฉัวะไปทันที ดังนั้นเราไม่สามารถยืนยันได้เลยว่าต้นฉบับมันมาตอนไหน
ที่สำคัญคือไม่มีทางรู้ได้เลยว่าต้นตอเขาทวีตจริงหรือมีการแอบอ้างให้เกิดการเสียหาย
(ไม่ตลกนะครับ เคยมีคนดังที่เถียงกับคนไม่ดัง แล้วใช้การ RT ปลอมๆ ทำร้ายรคู่แข่งมาแล้วจริงๆ ในไทยนี่แหละ)

สำหรับกรณีนี้เราจะพบเวลามีข้อมูลสำคัญมากๆ แล้วเกิดการบอกต่อเป็นร้อยๆ พันๆ ครั้ง
เช่นการประกาศอย่างเป็นทางการ หรือข้อมูลฉุกเฉิน ซีเรียส เข้มงวด หรือมาคุ หรือแม้แต่ฮาโคตรๆ
มันจะมีบางคนที่เก๋าๆ หน่อยที่ชอบ “ตัดขั้วทวีต” โดยกด Edit (และหรือตัดแต่งข้อความให้มันไม่ล้น 140 ตัวอักษร)
ทำให้ส่งข้อความปั๊บ จะโชว์หน้าอวตารตัวเองติดไปด้วยเสมอ ทำให้มีคนที่เห็นกด follow เพิ่มขึ้นพรวดพราด
และโกยแต้มตามเว็บวัดค่าอิทธิพลออนไลน์ต่างๆ (เฮ้ย! ดูเหมือนเป็นเรื่องตลก แต่มีคนเป็นแบบนี้จริงๆ นะครับ)
แต่นั่นไม่ค่อยเป็นประเด็นที่จะพูดถึงในยามวิกฤตเท่าไหร่ เพราะยามนี้เราจะเห็นหลายๆ สำนัก
ต่างรณรงค์ให้ใส่ “เวลา” ลงไปด้วยเพื่อความไม่สับสน ที่จริง “เวลา” มันฝังอยู่บนข้อความแล้วครับ
ขอแค่คนที่เอาไปบอกต่อนั้น ใช้วิธี RT แบบปกติ ไม่ต้องพิสดารตัดขั้วให้มันเสียความบริสุทธิ์ไป ก็เท่านั้นเอง
และคนที่เขาจะเอาไปเขียนโปรแกรมแจ้งเตือนอะไรต่อ ก็ใช้ข้อมูลตรงนี้แหละได้เลย ไม่ต้องไปกรองเพิ่ม
ที่สำคัญคือ ในยามวิกฤตและต้องการขอความช่วยเหลีอเนี่ย พื้นที่ 140 ตัวอักษรมันมีค่ามากๆ ครับ 

แล้วคนที่อยากให้มันไปโผล่ใน Facebook ล่ะ?
เห็นหลายคนติดตั้งตัวเชื่อมอะไรๆ ให้ไปโผล่ในเฟซบุ๊ก แต่ถ้า RT ปกติจะไม่โผล่
อันนี้ก็ต้องอนุโลมแหละครับ แต่ทางที่ดี อยากให้เขียนแก้ไขเป็นสำนวนตัวเองไปเลย
(แล้วใส่ที่มาเป็นเครดิตผู้ทวีตต้นฉบับก็เป็นที่เข้าใจได้ อย่างน้อยก็ให้เกียรติกันนี่เนอะ)
ดีกว่าไปตัดทอนข้อความของต้นฉบับซึ่งเจอมาหลายทีละว่าความหมายมันเพี้ยนไปเลยครับ

แนะนำทวิตเตอร์ที่ RT แบบปกติได้เป็นปกติอย่างมืออาชีพครับ: @paipibat, @SpringNews_TV

.

ในฐานะที่ตัวเองก็เป็นคนหนึ่งที่เสพติดและคลุกคลีกับทวิตเตอร์มากๆ คนนึง เลยอยากให้มันดีขึ้นๆ
ก็อยากให้เข้าใจว่าทำไมหลายคนถึงต้องจ้ำจี้จำไชว่าเฮ้ย มึงอย่า RT ตอบสิ มันรำคาญตา ฯลฯ
ซึ่งที่จริง แค่เราใช้มันให้ “เป็นปกติ” ไม่ต้องไปคิดวิธีพิสดารสวมลงไป เท่านี้ก็เกิดประโยชน์สูงสุดแล้วครับ

ป.ล.
ปกติผมใช้คำว่า วิกฤติ มากกว่า วิกฤต (เขียนได้สองแบบ) คราวนี้ลองเขียนอีกแบบดู
เออ ดีเหมือนกัน ประหยัดตัวอักษรไปหนึ่ง สมเป็นเรื่องเกี่ยวกะทวิตเตอร์เสียจริง

ป.อ.
ผมเขียนด้วยสำนวนที่ไม่น่าอ่านเท่าไหร่ อัดความเห็นของตัวเองด้วยอคติเต็มที่ แถมพาดพิงคนนั้นคนนี้
แต่ทั้งหมดนี้เพราะหวังจะให้ทวิตเตอร์เป็นเครื่องมือที่สร้างประโยชน์สูงสุดในยามคับขันครับ
ยังไงก็ฝากพิจารณาก่อนบอกต่อนะครับ เดี๋ยวดราม่าอีก แค่นี้ไทม์ไลน์ก็รกพออยู่แล้ว  :30:
หรือถ้าอยากเสนอไอเดียอะไรก็เชิญที่ด้านล่างได้เลย ถือว่านี่เป็นหนึ่งในหลายเรื่องที่ต้องช่วยกันครับ

โฆษณา HomePro Expo เจ๋งมาก ขอเก็บไว้ดูหน่อยเหอะ

ตะกี้ดูทีวีแล้วเจอโฆษณาโฮมโปร เป็นป้าคนนึงนั่งรถกระบะแห่รอบเมือง
รถกระบะคันนั้นติดป้ายผ้าว่า “ซื้อมาถูก” อะไรแบบนี้แหละ
แถมท้ายรถมีขบวนแห่ แตรวงเรียบร้อย ฮาบันเทิงมาก
ก็เลยนึกได้ว่าก่อนหน้านี้งานเดียวกันนี้ก็เคยมีโฆษณาที่ฮาขี้แตกตัวนี้อยู่ครับ

เฮ้ย แสดงว่าโฮมโปรนี่มันต้องมีดีอะไรสักอย่างสิครับ
ที่แหกกรอบประเพณีโฆษณางานเฟอร์นิเจอร์แฟร์เชยๆ (ที่ชอบเอาสมบัติ เมทะนีมีพากย์เสียงน่ะ)
ก็เลยอยากรู้จักเพิ่มขึ้นไปอีก เลยไปค้นๆ ในยูทูบดูครับ แล้วก็เจอเพียบเลย!

ปกติเวลาเล่นตลกเขาจะห้ามบอกว่ามันตลก งั้นมันจะไม่ตลกใช่ไหมครับ
แต่นี่ต้องเตือนไว้ก่อนเลย ว่าฮาเหี้ยๆ จงคาดหวังไว้ได้เลย

อันนี้ของปีนี้ มันมาแล้วครับ เซ็ตเดียวกะขบวนแห่ “อยากอวด” ที่ว่านั่นเลย

http://www.youtube.com/watch?v=rRDAdsnYfnk

http://www.youtube.com/watch?v=nx-eXZipUMI

ส่วนอันต่อจากนี้ พอดีไล่กด Related ในยูทูบไปเรื่อยๆ เจอ เลยขอเอามารวมๆ ละกัน
ตัวลข พ.ศ.นี่ถ้าไม่มีบอกไว้ในคลิป ก็คือดูจากข้อมูลท้ายคลิปนะ อาจจะไม่ตรงบ้างมั่วบ้างก็ขออภับครับ

ปี 2554

http://www.youtube.com/watch?v=LdNy6WCjmGg

.

ปี 2553


รู้สึกว่าเซ็ตข้างบนนี้จะได้ Gold ที่คานส์


อันนี้ป๋าเต้ดนำแสดงใช่ไหมเนี่ย

.

ปี 2552

.

ปี 2551

.

ปี 2550


ชุดคอมโบ้ข้างบนนี่ ได้ Gold Lion ที่คานส์ด้วยนะ

.

ปี 2549

.

ปี 2548

.

สุดท้ายเป็นคลิปซ้อมเต้นของบูทสีนิปปอนเพนต์ในงานโฮมโปรนี่แหละมั้ง


ถ้ากดเข้าไปดูในคลิป จะมีคำอธิบายสเต็ปการเต้นด้วยครับ โคตรเจ๋งเลย

เสื้อยืดน้ำ (ใจ) ท่วม

เสื้อลายน้ำท่วมหลังเป็ด / @iannnnn

ผมไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เพราะคราวนี้ครอบครัวของแฟนอยู่ปทุมธานีก็อยู่ในพื้นที่เสี่ยงมากด้วย (11 ต.ค.)
สองอาทิตย์ที่ผ่านมา เวลาว่างมีเท่าไหร่ก็เลยไปอยู่ที่ปทุม เพื่อช่วยเขาตักทราย ผลิตกำแพงกันน้ำไว้ตลอด
(ถ่ายรูปไว้เยอะเลยครับ เอาไว้สร้างภาพหล่อๆ กดไปดูได้ ขี้อวดมาก อ้อ มีคลิปรายงานสถานการณ์ด้วย)

ป่านนี้เราคงรู้กันแล้วว่าตัวเองควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร ควรและไม่ควรเสียเวลาไปกับเรื่องอะไร
ยังไงก็เอาให้เต็มที่ครับ ช่วยกันได้ก็ควรช่วย แต่ถ้าคิดวิธีช่วยไม่ออก ขอแนะนำนี่ครับ

โครงการเสื้อยืดน้ำ (ใจ) ท่วม

เป็นโครงการอาสาจากคนทำงานด้านกราฟิกดีไซน์หลายๆ สำนัก (เจ้าเดียวกับโครงการเสื้อถึงใจ ช่วยทหารใต้)
มาจับมือกัน และผลิตเสื้อยืดเพื่อนำรายได้ทั้งหมดไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมครับ
โดยมีนักออกแบบเสื้อยืดใจดีมาช่วยกันสร้างสรรค์ลายส่งมาเยอะเลย ขายตัวละ 300 บาทถ้วนครับ
สนใจกดไปดูลายเสื้อยืดและวิธีสั่งจองได้เลย (หรือถ้าสงสัยว่าพวกนี้เป็นใครก็อ่านรายละเอียดที่นี่)
โครงการนี้โปร่งใส และทำจากใจของอาสาสมัครและนักออกแบบจริงๆ ผมเอาหัวเป็นประกันครับ
ส่วนร้านโมนามาเฟียของโบว์ ที่เป็นฝ่ายดูแลการผลิตเสื้อยืดนั้น ขอบอกว่างานนี้ “เราได้กำไรครับ”
แต่กำไรนั้นก็ขอไว้เป็นค่าดำเนินการ ซึ่งจะว่าไปมันก็คือต้นทุนนั่นแหละ และก็จะร่วมสมทบกับโครงการนี้ด้วย
ส่วนผมเองไม่ได้เป็นทีมงานหรอก แต่ก็ขอเสนอลายให้เขาไปด้วยลายนึงเป็นน้องเป็ดเฟลบอกว่า “ไหว”
จะว่าไป นี่คงเป็นเสื้อยืดเป็ดเฟลลายแรกสุดของเว็บที่ทำขายเลยก็ว่าได้นะ ถ้าสนใจลายนี้ก็เข้าไปคุยกันได้

ปิดท้ายด้วยการ์ตูนที่ไม่เกี่ยวอะไรกะเรื่องข้างบนหรอก แต่เพิ่งอู้งานมาวาดตะกี้ครับ

fightflood

ป.ล.
ทีแรกกะว่าจะเขียนเรื่องหนักๆ เกี่ยวกับสถานการณ์นี้สักหน่อย แต่งานเข้าพอดี
เอาไว้เดี๋ยวว่างๆ จะเขียนนะ

// เพิ่มเติม 15 ต.ค.54
ลายที่วาดเล่นๆ ข้างบน ปรากฏว่า @notsosad ดันชอบ เลยขอไปลงในโครงการด้วยครับ สนใจไปดูได้ที่นี่โลด

คลิปไม่เด็ด!

ตั้งแต่ประทศเรามี 3G ใช้เนี่ย หากคุณพบว่าชีวิตตัวเองเร่งรีบเกินไป
แค่รู้ข่าวช้าไปนิดเดียวก็โดนเพื่อนล้อ หรือเจออะไรเจ๋งแชร์ให้เพื่อนดู มันกลับตอบว่า “กูดูแล้ว”
จงเอานี่ไปปาใส่มันครับ .. “รวมคลิปไม่เด็ด”

พอดีกดยูทูบไปเรื่อยๆ แล้วเจอ มันเป็นชะแน่วที่บอกว่า กูจะขอเวลาจากชึวิตมึงสัก 10 นาที
ก็เออ ไหนๆ มีอะไรให้เราให้ตื่นเต้นอยากส่งต่อบ้าง แล้วก็พบว่า..

..ไม่มีครับ

อ้ะดูคลิปเลย


นั่งดูสีแห้ง


หรือจะดูน้ำหยด


ดูเมฆลอยผ่านพระจันทร์


แนวสยองขวัญก็มี ตุ๊กตาผีที่ดูจนจบแล้วก็ไม่เห็นจะมีผี


ดูไข่ดิบวางไว้กลางแดด


สมุดโทรศัพท์วางไว้แล้วมีลมพัดเรื่อยๆ


อันสุดท้ายนี่ไม่ดูไม่ได้แล้วครับ ดูการเจริญเติบโตของต้นหญ้าในสนาม!!!

เป็นไงครับ
ดูแล้วเกิดบรรลุซาโตริหรือได้กับชีวิตบ้างหรือเปล่า (ใครมันจะไปดูจบวะ)

ป.ล.
ยังมีอีกเพียบ กดเข้าไปดูคลิปอื่นๆ กันเอาเองนะ
ที่สำคัญคือแม่งทำเป็น HD ด้วยนะ อีห่า

วิถีข่าวสั้น

สัญญาว่าจะเขียนบล็อกสั้นๆ .. ออกจะน่าอายด้วยที่ไปเอาไมโครบล็อกที่มันสั้นอยู่แล้วมาขยายตีกินแบบนี้

news-on-twitter

วันก่อนทวีตไว้แบบข้างบน แล้วรู้สึกว่าเออ มันอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ได้อยู่นะ

คือตั้งแต่ข่าวทวิตเตอร์ของนายกโดนแฮ็ก ไม่สิ คนอื่นปลอมเข้าไปเกรียนจนเป็นข่าวเอิกเกริกละ
พอดีตอนนั้นผมอยู่ด้วยและเห็นข้อความตั้งแต่ทวีตแรก ยังทักอยู่เลยว่าเฮ้ย ทีมงานแกจะหักมุมอะไรไหม
ที่ไหนได้ ก็เป็นข่าวแบบที่เราทุกคนคงรู้กันหมดแล้วนี่แหละครับ
ทีนี้ไอ้เฮ้ยแรกนั่นน่ะคือระยะที่ 1: ตกกะใจกับข่าวครับ ไทม์ไลน์ช่วงนี้จะไหลบ่ามาก ด้วยเรื่องเดียวกันทั้งนั้น
หลังจากนั้นแค่ไม่นาน ก็เริ่มมีนักวิเคราะห์วิจารณ์ฟันธง ดาหน้ากันออกมาชม-เชียร์กันไปต่างๆ นานา
สำหรับเหตุการณ์นี้ก็น่าสนใจตรงที่คนที่ชังหรือเชียร์นายก ไม่จำเป็นต้องรุมด่าหรือชมแฮ็กเกอร์เหมือนกันหมดนิ
ซึ่งอันนี้คือระยะที่ 2: วิเคราะห์ครับ (บางคนเพิ่งรู้ข่าว ก็ยังมีโผล่มาตกกะใจอยู่บ้าง เจ๋งดี)
แล้วไม่นานหลังจากนั้น ..ไม่นานเลยนะ ข่าวทวิตเตอร์นายกโดนแฮ็กก็เข้าสู่ระยะที่ 3: ระยะตลก อย่างรวดเร็ว
ทีนี้ล่ะมึงเอ๊ย สารพัดมุกที่ไม่รู้จะแข่งกันฮาไปไหนก็ทยอยหลั่งไหลเข้ามาอย่างฟ้าฝนกระหน่ำ
มีตั้งแต่ปล่อยมุกเปิด มุกชง มุกแก้ มุกตัด มุกคำผวน ยันมุกขยี้ (ขออภัยที่ทำลิงก์วนไปวนมาแค่นี้ จริงๆ มีอีกเยอะมาก)

ไหนจะข่าวเปิดตัวไอโฟนโฟร์เอสสร้างสรรค์อีกละ.. ไม่พูดไม่ได้ เอาสั้นๆ นะ
พอดีคืนนั้นผมขี้เกียจรอฟังเขาเปิดตัว เลยเข้านอนก่อนแล้วค่อยตื่นมาอ่านตอนเช้า
ซึ่งคนที่ฟังทั้งสาวก แอนตี้สาวก และแอนตี้แอนตี้สาวก ก็ได้ชมและด่ากันไปเรียบร้อยตั้งแต่กลางดึกคืนนั้นกันหมดแล้ว
แต่ผมเพิ่งตื่นมาอ่านไง สาบานได้ว่าสนใจข่าวน้ำท่วมมากกว่า (ไม่ได้ซึนหรือกระแดะ แต่เพราะมันใกล้ตัวครอบครัวผม)
พอเปิดทวิตเตอร์ดูปั๊บก็เพิ่งเข้าสู่ระยะเฮ้ย ว่าอ้าว ตกลงปากกาเซียนนักเดาแม่งหักหมดโลกเลยเรอะ
พออ่านไอ้ที่วิเคราะห์หรือดราม่ากันจบปั๊บ ก็เริ่มเล่นมุกเลย ..ก็ตามสูตรเลยครับ เรามาระยะนี้ช้าไป แม่งจะไม่ซ้ำได้ยังไงวะ

โฟร์เอสสร้างสรรค์
ภาพนี้ก็เลยกลายเป็นอีกหนึ่งตำนานไปละ เพราะมันถูกส่งต่อมหาศาลกว่าความพยายามของนักการตลาดใดๆ ซะอีก
(ใครเป็นต้นตอของภาพนี้ทราบไหมครับ เขาเจ๋งมากเลยนะที่คิดแล้วทำทันทีได้เนี่ย อยากสืบให้เจอและให้เครดิตครับ)
// 16:05 น. แก้ไขเพิ่ม เจอเจ้าของภาพตัวจริงแล้วครับ ฝีมือคุณ Kenshin BHX จ้ะ (เจ้าตัวมาบอกเอง)

ฉะนั้นบทเรียนที่ได้มาจากการวิจัยครั้งนี้คือ จะเล่นมุกก็หัดดูตาม้าตาเรือหน่อย หรือไม่ก็ต้องเร็วส์หน่อย
..เว้นแต่อีพวกที่ลอกมุกขี้ปากชาวบ้านมาทวีตเป็นของตัวเองแล้วไม่ให้เครดิตต้นตอนี่ก็ขอยกเว้นในกรณีนี้
(ในบอร์ดฟอนต์จะมีศัพท์สแลงคำนึงคือ “ละโว้” ที่แปลว่า เฮ้ย เขาเล่นหรือเขาเจอไอ้นี่กันตั้งนานแล้ว เพิ่งเห็นเรอะ)

และล่าสุด ..ข่าวเช้านี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเช้าตรู่จริงๆ คือการจากไปของศาสดาจ็อบส์ แห่งอาณาจักรผลไม้ศักดิ์สิทธิ์
อันนี้มีการตายของบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของโลกเกิดขึ้น ไม่ใช่ข่าวการเมือง ไม่ใช่ข่าวขายของ (ที่แม่งกาก)
ดังนั้นเราจึงเห็นระยะแรกและสองนานหน่อย นานจนสามารถแยกได้ว่านี่ไม่ใช่ “แค่” ปรากฏการณ์ของโลกออนไลน์
แต่มันคือข่าวระดับโลก (ก็แหงสิครับ) ถ้าให้เปรียบเทียบระดับความใหญ่ก็คงพอๆ กะไมเคิลแจ็กสันได้ไหมอ้ะ?

แต่ก็นะ พอมีระยะแรกกันท่วมไทม์ไลน์ปั๊บ เราก็ได้เห็นดราม่าตามมาในเวลาไม่นาน
ตั้งแต่มีคนเอาเรื่องน้ำท่วมและเหตุการณ์ 6 ตุลาที่เราควรเศร้ามากกว่าฝรั่งตายเหรอ? มาเปรียบเทียบ
ยันคน ที่ไปด่าคนกลุ่มแรกอีกที แล้วก็คนกลุ่มแรกบวกด้วยกลุ่มใหม่ ที่ไปด่ากลุ่มที่สองอีกที เอ้า ดราม่ากันให้เพลิน
อ้อ ข่าวนี้ยังไม่ค่อยเห็นใครตลกนะครับ คนที่จะตลกกับข่าวคนตายได้นี่.. มึงต้องล้ำและหากาลเทศะจริงๆ

ฉิบหายละ เขียนยาวอีกจนได้.. งั้นตัดสรุปจบเลยนะ

news-life

คือผมสนใจปรากฏการณ์ออนไลน์ที่เรียกกันว่า “meme” คืออะไรก็ได้ที่ดังเปรี้ยงขึ้นมาในเน็ตซะเฉยๆ น่ะครับ
เพราะมันมีอิทธิพลต่อโลกที่ผมอยู่* แถมยังให้สาระต่อสังคมมากบ้างน้อยบ้าง หรือไม่ให้เลย (ก็แล้วไง?)
ยิ่งเดี๋ยวนี้เส้นแบ่งคำว่า “โลกออนไลน์”  กับ “โลกจริง” มันบางลงทุกวัน คนที่พูดแยกสองสิ่งนี้ออกจากกันก็เริ่มเชยละ
(แหงสิ โลกออนไลน์มันไม่จริงตรงไหนวะ เหมือนกะที่มึงดูทีวี คุยมือถือ ฟังวิทยุนั่นแหละ มันก็เป็นสื่อเหมือนกันนะ)
เราจึงเริ่มเห็นว่าข่าวในทีวีบ้านเราหลังๆ นี้ เริ่มพูดเรื่องเดียวกันกับที่เราคุยกันใน “โลกออนไลน์” บ่อยขึ้นเรื่อยๆ

แม้จะพาดหัว Breaking News ช้ากว่าระยะตลกของอีพวกในเน็ตก็ยังดีวะ..

.

ป.ล. (ขยายดอกจัน*ข้างบน)
คุยกะพี่เม่นวันก่อน วันเดียวกะที่นายกโดนแฮ็กนั่นแหละ ได้ย้ำแนวคิดเรื่องโลกออนไลน์อีกครั้ง
ว่ามันเป็นสังคมแบบใหม่ที่เลือกมาให้แล้วว่าเราจะมีโลกแบบไหน จะปัจเจกแค่ไหนก็เชิญเลยครับ เป็น “ชีวิตในแบบคุณ”
ใครสนใจแค่เรื่องอะไร แม่งก็จะกรองมาให้เราเห็นแค่นั้น โดยปัดเรื่องที่มันควรจะต้องมีสักหน่อยเพื่อการถ่วงดุลออกไปฉิบ
(เช่นผมก็จะชอบแต่อีพวกตลกๆ ทวิตเตอร์ก็ตามแค่พวกตลกปัญญาอ่อนทั้งนั้น ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ)
ไอ้สิ่งแสนสะดวกนี่แหละ ที่ต้องคอยเฝ้าจับตาดูดีๆ นะครับ ว่ามันจะพาต่อมความคิดของมนุษยชาติไปทางไหน
เอาแค่ปรากฏการณ์ที่เห็นในระยะสองสามปีให้หลังมานี้ เราได้เห็นว่าต่อมดราม่าของพวกเราตื้นลงเรื่อยๆ
อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้ที่คิดๆ กันไว้มันจะจริงไหม