วิถีข่าวสั้น

สัญญาว่าจะเขียนบล็อกสั้นๆ .. ออกจะน่าอายด้วยที่ไปเอาไมโครบล็อกที่มันสั้นอยู่แล้วมาขยายตีกินแบบนี้

news-on-twitter

วันก่อนทวีตไว้แบบข้างบน แล้วรู้สึกว่าเออ มันอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ได้อยู่นะ

คือตั้งแต่ข่าวทวิตเตอร์ของนายกโดนแฮ็ก ไม่สิ คนอื่นปลอมเข้าไปเกรียนจนเป็นข่าวเอิกเกริกละ
พอดีตอนนั้นผมอยู่ด้วยและเห็นข้อความตั้งแต่ทวีตแรก ยังทักอยู่เลยว่าเฮ้ย ทีมงานแกจะหักมุมอะไรไหม
ที่ไหนได้ ก็เป็นข่าวแบบที่เราทุกคนคงรู้กันหมดแล้วนี่แหละครับ
ทีนี้ไอ้เฮ้ยแรกนั่นน่ะคือระยะที่ 1: ตกกะใจกับข่าวครับ ไทม์ไลน์ช่วงนี้จะไหลบ่ามาก ด้วยเรื่องเดียวกันทั้งนั้น
หลังจากนั้นแค่ไม่นาน ก็เริ่มมีนักวิเคราะห์วิจารณ์ฟันธง ดาหน้ากันออกมาชม-เชียร์กันไปต่างๆ นานา
สำหรับเหตุการณ์นี้ก็น่าสนใจตรงที่คนที่ชังหรือเชียร์นายก ไม่จำเป็นต้องรุมด่าหรือชมแฮ็กเกอร์เหมือนกันหมดนิ
ซึ่งอันนี้คือระยะที่ 2: วิเคราะห์ครับ (บางคนเพิ่งรู้ข่าว ก็ยังมีโผล่มาตกกะใจอยู่บ้าง เจ๋งดี)
แล้วไม่นานหลังจากนั้น ..ไม่นานเลยนะ ข่าวทวิตเตอร์นายกโดนแฮ็กก็เข้าสู่ระยะที่ 3: ระยะตลก อย่างรวดเร็ว
ทีนี้ล่ะมึงเอ๊ย สารพัดมุกที่ไม่รู้จะแข่งกันฮาไปไหนก็ทยอยหลั่งไหลเข้ามาอย่างฟ้าฝนกระหน่ำ
มีตั้งแต่ปล่อยมุกเปิด มุกชง มุกแก้ มุกตัด มุกคำผวน ยันมุกขยี้ (ขออภัยที่ทำลิงก์วนไปวนมาแค่นี้ จริงๆ มีอีกเยอะมาก)

ไหนจะข่าวเปิดตัวไอโฟนโฟร์เอสสร้างสรรค์อีกละ.. ไม่พูดไม่ได้ เอาสั้นๆ นะ
พอดีคืนนั้นผมขี้เกียจรอฟังเขาเปิดตัว เลยเข้านอนก่อนแล้วค่อยตื่นมาอ่านตอนเช้า
ซึ่งคนที่ฟังทั้งสาวก แอนตี้สาวก และแอนตี้แอนตี้สาวก ก็ได้ชมและด่ากันไปเรียบร้อยตั้งแต่กลางดึกคืนนั้นกันหมดแล้ว
แต่ผมเพิ่งตื่นมาอ่านไง สาบานได้ว่าสนใจข่าวน้ำท่วมมากกว่า (ไม่ได้ซึนหรือกระแดะ แต่เพราะมันใกล้ตัวครอบครัวผม)
พอเปิดทวิตเตอร์ดูปั๊บก็เพิ่งเข้าสู่ระยะเฮ้ย ว่าอ้าว ตกลงปากกาเซียนนักเดาแม่งหักหมดโลกเลยเรอะ
พออ่านไอ้ที่วิเคราะห์หรือดราม่ากันจบปั๊บ ก็เริ่มเล่นมุกเลย ..ก็ตามสูตรเลยครับ เรามาระยะนี้ช้าไป แม่งจะไม่ซ้ำได้ยังไงวะ

โฟร์เอสสร้างสรรค์
ภาพนี้ก็เลยกลายเป็นอีกหนึ่งตำนานไปละ เพราะมันถูกส่งต่อมหาศาลกว่าความพยายามของนักการตลาดใดๆ ซะอีก
(ใครเป็นต้นตอของภาพนี้ทราบไหมครับ เขาเจ๋งมากเลยนะที่คิดแล้วทำทันทีได้เนี่ย อยากสืบให้เจอและให้เครดิตครับ)
// 16:05 น. แก้ไขเพิ่ม เจอเจ้าของภาพตัวจริงแล้วครับ ฝีมือคุณ Kenshin BHX จ้ะ (เจ้าตัวมาบอกเอง)

ฉะนั้นบทเรียนที่ได้มาจากการวิจัยครั้งนี้คือ จะเล่นมุกก็หัดดูตาม้าตาเรือหน่อย หรือไม่ก็ต้องเร็วส์หน่อย
..เว้นแต่อีพวกที่ลอกมุกขี้ปากชาวบ้านมาทวีตเป็นของตัวเองแล้วไม่ให้เครดิตต้นตอนี่ก็ขอยกเว้นในกรณีนี้
(ในบอร์ดฟอนต์จะมีศัพท์สแลงคำนึงคือ “ละโว้” ที่แปลว่า เฮ้ย เขาเล่นหรือเขาเจอไอ้นี่กันตั้งนานแล้ว เพิ่งเห็นเรอะ)

และล่าสุด ..ข่าวเช้านี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเช้าตรู่จริงๆ คือการจากไปของศาสดาจ็อบส์ แห่งอาณาจักรผลไม้ศักดิ์สิทธิ์
อันนี้มีการตายของบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของโลกเกิดขึ้น ไม่ใช่ข่าวการเมือง ไม่ใช่ข่าวขายของ (ที่แม่งกาก)
ดังนั้นเราจึงเห็นระยะแรกและสองนานหน่อย นานจนสามารถแยกได้ว่านี่ไม่ใช่ “แค่” ปรากฏการณ์ของโลกออนไลน์
แต่มันคือข่าวระดับโลก (ก็แหงสิครับ) ถ้าให้เปรียบเทียบระดับความใหญ่ก็คงพอๆ กะไมเคิลแจ็กสันได้ไหมอ้ะ?

แต่ก็นะ พอมีระยะแรกกันท่วมไทม์ไลน์ปั๊บ เราก็ได้เห็นดราม่าตามมาในเวลาไม่นาน
ตั้งแต่มีคนเอาเรื่องน้ำท่วมและเหตุการณ์ 6 ตุลาที่เราควรเศร้ามากกว่าฝรั่งตายเหรอ? มาเปรียบเทียบ
ยันคน ที่ไปด่าคนกลุ่มแรกอีกที แล้วก็คนกลุ่มแรกบวกด้วยกลุ่มใหม่ ที่ไปด่ากลุ่มที่สองอีกที เอ้า ดราม่ากันให้เพลิน
อ้อ ข่าวนี้ยังไม่ค่อยเห็นใครตลกนะครับ คนที่จะตลกกับข่าวคนตายได้นี่.. มึงต้องล้ำและหากาลเทศะจริงๆ

ฉิบหายละ เขียนยาวอีกจนได้.. งั้นตัดสรุปจบเลยนะ

news-life

คือผมสนใจปรากฏการณ์ออนไลน์ที่เรียกกันว่า “meme” คืออะไรก็ได้ที่ดังเปรี้ยงขึ้นมาในเน็ตซะเฉยๆ น่ะครับ
เพราะมันมีอิทธิพลต่อโลกที่ผมอยู่* แถมยังให้สาระต่อสังคมมากบ้างน้อยบ้าง หรือไม่ให้เลย (ก็แล้วไง?)
ยิ่งเดี๋ยวนี้เส้นแบ่งคำว่า “โลกออนไลน์”  กับ “โลกจริง” มันบางลงทุกวัน คนที่พูดแยกสองสิ่งนี้ออกจากกันก็เริ่มเชยละ
(แหงสิ โลกออนไลน์มันไม่จริงตรงไหนวะ เหมือนกะที่มึงดูทีวี คุยมือถือ ฟังวิทยุนั่นแหละ มันก็เป็นสื่อเหมือนกันนะ)
เราจึงเริ่มเห็นว่าข่าวในทีวีบ้านเราหลังๆ นี้ เริ่มพูดเรื่องเดียวกันกับที่เราคุยกันใน “โลกออนไลน์” บ่อยขึ้นเรื่อยๆ

แม้จะพาดหัว Breaking News ช้ากว่าระยะตลกของอีพวกในเน็ตก็ยังดีวะ..

.

ป.ล. (ขยายดอกจัน*ข้างบน)
คุยกะพี่เม่นวันก่อน วันเดียวกะที่นายกโดนแฮ็กนั่นแหละ ได้ย้ำแนวคิดเรื่องโลกออนไลน์อีกครั้ง
ว่ามันเป็นสังคมแบบใหม่ที่เลือกมาให้แล้วว่าเราจะมีโลกแบบไหน จะปัจเจกแค่ไหนก็เชิญเลยครับ เป็น “ชีวิตในแบบคุณ”
ใครสนใจแค่เรื่องอะไร แม่งก็จะกรองมาให้เราเห็นแค่นั้น โดยปัดเรื่องที่มันควรจะต้องมีสักหน่อยเพื่อการถ่วงดุลออกไปฉิบ
(เช่นผมก็จะชอบแต่อีพวกตลกๆ ทวิตเตอร์ก็ตามแค่พวกตลกปัญญาอ่อนทั้งนั้น ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ)
ไอ้สิ่งแสนสะดวกนี่แหละ ที่ต้องคอยเฝ้าจับตาดูดีๆ นะครับ ว่ามันจะพาต่อมความคิดของมนุษยชาติไปทางไหน
เอาแค่ปรากฏการณ์ที่เห็นในระยะสองสามปีให้หลังมานี้ เราได้เห็นว่าต่อมดราม่าของพวกเราตื้นลงเรื่อยๆ
อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้ที่คิดๆ กันไว้มันจะจริงไหม

คอมเมนต์

หากคุณเบื่อบทความรีวิวมือถือ.. นี่คือรีวิว HTC EVO 3D

ย่อหน้าบนๆ นี่อ่านข้ามไปก็ได้ครับ ถ้าคุณเผลอหลุดเข้ามาทางกูเกิลเพื่อจะดูแค่มือถือมันเป็นยังไงน่ะนะ
แต่ถ้าอยากให้ได้อรรถรสเพิ่มเติม .. ก็อ่าน.. ไม่สิ ก็อย่าอ่านเลย ผมอ่านแล้วสงสาร HTC เขา :30:

ต้องเล่าดักไว้ก่อนว่าผมเขียนรีวิวนี้ด้วยความเกรงใจทาง HTC อย่างแรง
เพราะก่อนหน้านี้เขาเชิญไปงานเปิดตัวที่ชื่อว่า HTC Blogger Day ครั้งที่ 2
แล้วก็ให้มือถือเครื่องนึงมารีวิว ผมก็เอามาดองไว้ ว่าจะรี จะรี แล้วก็ไม่ได้รี เพราะใช้แล้วไม่ชอบ :30:
ต่อมาเขาก็ส่งมาอีกเครื่อง ประมาณว่าถ้ามึงไม่่เขียนอะไรให้กู กูก็จะส่งมาเรื่อยๆ แบบนี้ละนะ
เครื่องที่สองคือ HTC ChaCha ครับ อันนี้ทวีตชมไปเยอะแยะเชียว แต่ไม่ได้ว่างมาเขียนรีวิวให้เขาอีกละ

แล้วเขาก็ดันชวนมางาน HTC Blogger Day ครั้งที่ 3 อีก! เอาเข้าไป! คือนี่กูอายแล้วนะเนี่ย!
คือต้องบอกไว้ก่อนว่าผมไม่ได้อยู่ในวงการรีวิว ทีแรกคิดว่าคนรีวิวเขาได้ตังค์มาเขียน (เอ๊ะหรือได้จริงๆ หว่า)
สำหรับ HTC แล้วเขาไม่ได้จ้างเป็นเงินครับ แต่เอาของกินในงานเลี้ยง มาล่อให้นักเขียนออนไลน์มารุมๆ ดู
เสร็จแล้วก็ให้มือถือมายืมเล่นเครื่องนึง เป็นเวลาครึ่งเดือนแล้วค่อยคืน ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น
แต่พอถึงเวลาเขาจะมาขอ URL ลิงก์ที่เราเขียนถึงสินค้าเขาว่าเป็นตายร้ายดียังไง อ้าวเฮ้ย!

ก็ถือว่านี่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก เมื่อเทียบกะเอาไปลงหนังสือพิมพ์ ที่แพงกว่า แต่เห็นแว้บเดียวแล้วก็ทิ้ง
แต่นี่พอให้คนเขียนรีวิว (ซึ่งมันก็คือการโฆษณา) ข้อความเหล่านี้ก็จะคงอยู่ในเน็ตไปอีกนานแสนนานเอย

แหม พอเขียนแบบข้างบนไปแล้ว ก็เสียวว่า HTC คงจะไม่ส่งอะไรมาให้ผมเล่นอีกเลยก็เป็นได้ :30:

เอ้า เข้าเรื่อง
ในงาน Blogger Day ที่ว่า เขาเปิดตัวมือถือรุ่นนึงึ่งเป็นหนึ่งในเรือธงของค่ายครับ มันคือ HTC EVO 3D
เป็นมือถือรุ่นเมพ หน้าตาก็อย่างที่เห็น ผมเคยดูในรูปตามเว็บแล้วไม่สวย แต่ของจริงดันสวยแฮะ
พอเขาให้มาลองเล่นเป็นเวลาครึ่งเดือนปั๊บ ผมก็จัดการแงะซิมจากมือถือเครื่องปัจจุบันออกมาเสียบแทนทันที

ผมใช้ HTC Legend มาได้แค่ปีกว่าๆ เองครับ แต่วงการมือถือก็สะกดจิตให้รู้สึกว่ามันเก่าตกรุ่นเสียเหลือเกิน
คือมันก็ยังใช้ได้ตามปกตินะ แม้สภาพเครื่องจะแย่สักหน่อยเพราะทำตกมาแล้วหลายรอบ แต่ข้างในก็ยังดีอยู่
ดังนั้นการกล่าวถึง HTC EVO 3D เครื่องนี้จึงเลี่ยงไม่ได้ ที่จะเจือไปด้วยอคติ-เปรียบเทียบกะอีแก่ของผม

สเป็กและคุณสมบัติโดยรวมของ EVO 3D

ระหว่างที่เขียนบทความนี้ ผมได้จ้างผู้รู้และกูรูกว่าสามร้อยท่านให้มาช่วยเขียนไว้แล้ว กรุณาอ่านเอาเองที่นี่
ที่จริงจะบอกว่าตัวเองไม่เคยสนใจค่าตัวเลข ความเร็ว ขนาดจอหรือชิปเชิปอะไรเลยครับ
นี่ใช้มาหลายวันจนคืนเครื่องเขาไปแล้วยังไม่รู้เลยเนี่ย รู้แต่ว่า

  • จอใหญ่ฉิบหาย
  • วัสดุเจ๋งฉิบหาย
  • เครื่องเร็วฉิบหาย
  • กล้อง 3D เมพฉิบหาย

ทีนี้จะมาว่ากันด้วยรายละเอียดปลีกย่อยนะครับ เริ่มด้วย..

htc evo 3d vs htc legend

จอใหญ่ฉิบหาย

ผมใช้มือถือจอเล็กครับ ก็อีเครื่องที่อายุได้ปีกว่าๆ นั่นแหละ
พอเอามาเปรียบเทียบขนาดกับอีเครื่องยักษ์ด้านซ้ายนี่ เลยกลายเป็นมือถือพ่อลูกกันเลย


เนี่ย พอเอามาถือ จะพบว่าแถบแจ้งเตือนมันอยู่ไกลเกินอุ้งมือไปเยอะ

null
แล้วแอนดรอยด์นี่ยังไงก็ต้องใช้แถบที่ว่าซะด้วย
นี่ขนาดมือผมว่าใหญ่แล้วนะ แต่การจะเอานิ้วโป้งเลื่อนลากลงมาบ่อยๆ นี่เล่นเอาเส้นยึดเหมือนกัน
ดังนั้นทางแก้ก็คือ รีบตบตีพ่อแม่บ่อยๆ ตายไปเป็นเปรตจะได้ใช้มือถือยักษ์ๆ นี่ถนัด
หรือไม่ก็ใช้มันซะสองมือ (มือถือที่ออกแบบมาให้ใช้สองมือนี่ก็ประหลาดๆ อยู่นะ –ก็บีบีไง)

null
แต่ความดีของมันก็คือ เวลาอ่านอะไรแล้วใหญ่เบ้ง ชัดแจ่มเต็มตาเลยครับ
ไม่รู้คนอื่นเขาใช้มือถือเพื่ออะไร แต่ผมนี่ชอบดูดฟีดข่าวไว้อ่านตอนเช้า (ตอนขี้นั่นเอง)
ดังนั้นเจ้าหน้าที่ HTC ที่รับเครื่องนี้กลับไปก็ให้ระวังไว้นะครับ เพราะมือถือเครื่องนี้ผ่านการขี้มาแล้ว

null

วัสดุเจ๋งฉิบหาย

ไอ้ลายเลื่อมๆ ขยักๆ ขรุขระๆ ด้านหลังนี่เหมือนเป็นดอกยางล้อรถครับ
จับแล้วไม่ลื่นเด็ดขาด เสียวแค่ว่าเวลาเราหยิบขนมกินแล้วลืมดูดนิ้วไปจับมันก็จะมีคราบติดตามร่องจนได้
เวลาจับใส่กระเป๋ากางเกง มันจะครูดกับขอบกระเป๋าดังกรื๊ด~ ให้ตกใจเล่น
แต่ยอมรับว่าวัสดุมันเนี้ยบดีครับ ไม่กระจอกเหมือนของ Samsung ในระดับราคาเดียวกัน
(ผมจำขี้ปากเขามาครับ ยังไม่รู้เลยว่าแซมซังมันราคากี่บาท และเอ้อ.. อีเครื่องที่เล่นอยู่นี่มันกี่บาท)
ความที่วัสดุมันไม่เหมือนพลาสติกกระจอกๆ ก็ทำให้รู้สึกว่า เออ ดูแพงหน่อย เอาไว้ถือหันอวดชาวบ้านได้

null

ทีนี้ปัญหา (ที่ไม่ใช่ปัญหา) ก็คือมันใส่ซิมยากเกินไปเยอะเลยครับ เพราะมันติดฝาหน้าหลังได้เนี้ยบมาก
ทำให้แงะยาก พอแงะฝาหลุดปั๊บก็เสียบซิมยาก แต่ก็นะ เราคงไม่ได้บ้ามาเสียบซิมบ่อยๆ กันหรอกใช่ไหม
หมายเหตุ: สังเกตซิมในภาพผมเป็น Orange รุ่นหนึ่งครับ ทุกวันนี้ใช้โปรญาติพนักงานอยู่ เลยไม่ย้ายค่ายซะที
ว่าแต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นโฆษณาออเร้นจ์เลย เดี๋ยวจะย้ายค่ายไปดีพร้อมพ์แล้วนะ เอ๊ะหรือ GSM 2 วัตต์ดี?

เร็วฉิบหาย

ก็อย่างที่บอกไว้ข้างบนว่าผมไม่ได้ไปสนใจตัวเลข (จริงๆ มนุษย์นักรีวิวที่ดีมันควรจะสนใจใช่ไหม แต่กูไม่ใช่)
แต่ให้รู้ว่าไอ้เจ้าอินเทอร์เฟซที่ HTC เขาทำมาครอบแอนดรอยด์ปกติน่ะ มันเอามาปั่นเล่นได้ สนุกมากครับ
ใครมีมือถือของค่ายนี้รุ่นใหม่ๆ ที่เขายัด Sense UI ไว้ ก็ลองเอามาถูปั่นๆ ซ้ายขวาเล่นนะ โคตรเพลินเลย
ได้อารมณ์เหมือนไปซื้อโรตีสายไหมที่หยอดแล้วกดสวิตช์เสี่ยงว่าจะได้กี่อันน่ะ (ผมโดนอาบังหลอกประจำ)
ทีนี้ประเด็นคือผมขี้รำคาญครับ อะไรที่มันแต่งมาสวยๆ เนี้ยบๆ จะไม่ไว้ใจ
ยิ่งวิดเจ็ตพยากรณ์อากาศที่มีก้อนขี้เมฆแดดส่องนี่โคตรงดงามเลยครับ แต่เราจะดูพยากรณ์อากาศกันทำไมวะ
ในเมื่อกรมอุตุของเราช่างคูลขนาดนี้ ..วันไหนทั่นทายว่าแดดออกก็เตรียมพกร่มออกจากบ้านได้เลยครับ
ฉะนั้นผมเองไม่ชอบความ “สวยแต่เยอะ” ของมัน เลยโหลด GO Launcher มาลงทับดังภาพบนสุดนู่นซะ
นอกนั้นพวกเกมสามมิติหรืออะไรนั่น ไม่ได้ลองทดสอบเลยครับ ไปหาอ่านเอาที่อื่นก็ได้เหอะ

null
null

กล้อง 3D เมพฉิบหาย

จุดขายของรุ่นนี้คือมันมีคำว่า 3D พ่วงท้าย ก็ต้องบอกก่อนครับว่าทุกคนที่เห็น “จำเป็นต้องตื่นเต้นให้ได้นะ”
คือมันเมพไงครับ หน้าจอ 3 มิติแบบไม่ต้องใส่แว่น มันใช้หลักการเอากระจกเป็นฟันปลาซ่อนไว้ใต้แผงจอ
แล้วก็เอากระจกเรียบมาทับไว้ พอเปิดโหมด 3D ปั๊บเราก็จะเห็นภาพมีมิติเหมือนไม้บรรทัดตอน ป.3 เลย!
ทุกคนที่ซื้อรุ่นนี้มา ยังไงก็อดที่จะอวดชาวบ้านไม่ได้ครับ เห็นแล้วก็ขยันไปโหลดคลิป 3 มิติจากยูทูบมาลง
อ้อ.. มันมีแอปชื่อ JetVD ครับ เอาไว้โหลดยูทูบได้ ไป search หา 3D Trailer หรืออะไรงี้มีเพียบ
อย่างข้างบนคือ MV วง SNSD แบบ 3D ที่นูนเว้าจนแทบจะล้วงได้ จึงเหมาะกับการอวดเพื่อนให้มันหื่นเล่น

null
ส่วนโหมดถ่ายภาพและวิดีโอนั้นก็เลือกได้ว่าจะเอาโหมด 2D หรือ 3D ครับ โดยภาพจะยาวกว่าปกติหน่อย
คือมันมีสวิตช์ให้เลื่อนสลับโหมดที่เข้าใจง่ายดี แถมมีปุ่มชัตเตอร์อันเท่าเห็บเกาะอยู่ข้างเครื่องอีกอัน
ส่วนข้อสังเกตคือไม่รู้เครื่องอื่นเป็นไหม แต่เครื่องที่ผมลอง ปุ่มชัตเตอร์มันจะดูหลวมๆ ขยับได้นิดหน่อย

null
เวลาถ่ายภาพแล้ว ภาพที่เป็น 3 มิติมันจะเป็นนามสกุลแมวอะไรไม่รู้ที่เอาไปใช้ที่ไหนก็ไม่ได้ ฮ่วย!
ยกเว้นจะดูในเครื่องนี้เท่านั้น หรือไม่ถ้าอยากให้ชาวบ้านดูก็ share ออกเป็นภาพ 2 มิติธรรมดาๆ ซะ
หลักการของอีภาพ 3 มิตินี่คือต้อง 3D ที่เนื้อภาพเองด้วย และตัวเล่นต้องสามารถเล่น 3D ได้ด้วยครับ
ไม่งั้นจะเป็นแบบคลิปข้างล่างนี้..

เนี่ย ยูทูบมันรองรับคลิปที่เป็น 3D นะครับ แต่ว่าต้องเอาไปเล่นใน Player ที่รองรับความสามารถนี้ด้วย
ไม่งั้นมันก็จะกลายเป็นภาพ 2 ภาพบีบๆ ซ้ายขวาแบบนี้แหละจ้ะ
(ขอบคุณ @kejuliso และเขี้ยวเสือสำหรับคลิปข้างบน แต่ถ้าจะดูเขี้ยวเสืออย่างเดียวก็จิ้มที่นี่ครับ)
อ้อ รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้เริ่มมีจอที่เป็น 3 มิติขายกันตามห้างแล้ว ใครอยากลองก็ไปหาซื้อมาละกันครับ

อ้อ.. ไอ้กล้อง 3D และภาพ 3D นี่ ระยะเห่อของมันอยู่ที่ไม่เกิน 10 วันครับ
หลังจากนั้นก็จะบรรลุธรรมว่ากูขอถ่ายแบบธรรมดาๆ แทนละกัน ปวดกบาล :30:
ซึ่งถามว่ากล้องในโหมด 2 มิติธรรมดาทั่วไปเนี่ย มันโอเคไหม ..โอเคนะ

null

ข้อเสีย

จอมันสัมผัสไวมากครับ ไวจนกดพลาดบ่อยๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ นี่เป็นอุปสรรคในการใช้งานจริงๆ นะ
คือบางครั้งตอนเอานิ้วไปแหย่ใกล้ๆ ปุ่มเนี่ย ขนาดยังสัมผัสไม่โดนมันก็ดัน active เสียแล้ว

null
อีกอย่างนึงคือปุ่มที่เรียงกัน 4 ปุ่มด้านล่างเนี่ย นอกจากจะไวแล้ว มันยังชิดมุมเครื่องเกินไปอีกล่ะ
หลายครั้งจะเจอปัญหาแบบที่ว่า จะจับมือถือเป็นแนวนอนเพื่อเตรียมถ่ายภาพ แล้วอุ้งมือไปโดนปุ่ม Home
หรือไม่ก็ตอนถือด้วยมือซ้ายแล้วเอื้อมนิ้วโป้งไปบนๆ ของจอแล้วอุ้งมือมันไปโดน Home อีกละ
อันนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ สำหรับบางคน ที่สนเรื่องตัวเลขสเป็กมากกว่าการใช้งาน
แต่มันเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับผู้ใช้แบบผมครับ (เอ๊ะนี่หรือมือถือมันไม่เลือกคนอย่างกูก็ไม่รู้สินะ)

ตกลงว่ารุ่นนี้มันน่าซื้อไหมเนี่ย

ถ้าคุณเป็นพวกขี้อวด รุ่นนี้แหละโคตรจะตอบโจทย์เลย ..รีบซื้อเลยครับ
ถ้าคุณไม่เห็นว่าจะต้องใช้กล้อง 3D ไปทำอะไรในชีวิตประจำวันแบบธรรมด๊าธรรมดา ..อย่าซื้อครับ
สรุปว่าถ้าคุณมีตังค์เหลือพอจะหาอะไรหล่อๆ ไว้อวดหญิงละก็ ..ไปซื้อมินิสักคันเถอะครับ

คอมเมนต์

ขอกล่าวสดุดี Facebook Timeline

หลายปีที่ผ่านมาผมด่าเฟซบุ๊กมาโดยตลอด
คือมันดันเป็น Hi5 ที่ใช้โคตรยากและไม่สนุก ทุกคนต้องทำตามกติกาที่มันกำหนดไว้
จะดิ้นไม่ได้ สร้างสรรค์อะไรสนุกๆ ไม่ได้ ติดกรอบแม่งตลอด และเป็นแบบนั้นเสมอมา
เรื่องน่าปวดกบาลก็คือมันดันเป็นเว็บที่คนติดกันมากๆ .. มากที่สุดในโลก
แต่ระหว่างนั้นก็ต่อเติมอะไรไม่รู้เข้ามายังกะตึกนิวเวิลด์ที่บางลำภู จะถล่มแหล่มิถล่มแหล่
จนกระทั่งพักหลังๆ ที่มี Google+ มาแข่งด้วยเนี่ย ยิ่งลอกกันเละเทะรายวัน

ไม่รู้มีใครรู้สึกเหมือนกันไหมว่า ที่ผ่านมาการอวยพรวันเกิดเนี่ยแม่งหมดขลังสิ้นดีเพราะอีซักกะเบิกแท้ๆ
หรือการบันทึกความประทับใจอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้น แล้ววันเวลาก็จะพาให้มันพร่าเลือนไปเนี่ย
มันเป็นสุดยอดเสน่ห์ของโลกอะนาล็อก ที่คนยุคก่อน MP3 ไม่มีทางเข้าใจเลยนะ

แต่นั่นก็เป็นแค่เรื่องคนแก่เอาไว้คุยกัน วันนี้เด็กๆ ยังไม่เข้าใจหรอกว่าเราจะมารำลึกอดีตกันทำไม
เพราะข้อความที่ทวีตออกไป หรือโพสต์อะไรออกไป มันคือ “ปัจจุบัน” เท่านั้น
ทุกคนทุกค่ายแย่งกันเป็นปัจจุบัน ไม่มีใครชอบบ้าสะสมเหมือนคนยุคซื้อเทปสะสมซีดีกันอีกแล้ว

สำหรับโลกออนไลน์ ผมใช้ทวิตเตอร์เป็นหลัก กูเกิลพลัสเป็นรอง ในการแบ่งหรือบ่นในชีวิตประจำวัน
แต่ก็ได้ประกาศอยู่บ่อยๆ ว่าอยากติดเฟซบุ๊กบ้าง แต่ทำยังไงก็ไม่ติดซะที แม่งไม่ใช่ทางของเราเลยอะ
จนหลังๆ ต้องตั้งเป็นหน้า Home จะได้ติดกะเขาบ้าง (อาจดูกระแดะ แต่สาบานได้ว่าพยายามจริงๆ)
ทีนี้ทุกเครือข่ายมันมีปัญหาคือเราดันไม่มีที่ไว้ “เก็บอดีต” เลยว่ะ อดีตมันจมหายไปหมดเลย

และแล้ว การเปลี่ยนแปลงล่าสุดเมื่อคืน เฟซบุ๊กก็ทำได้ และชนะแบบที่คิดว่ามึงเอาโลกไปเลย
นั่นเพราะพี่แกเปิดตัวหน้า Profile แบบใหม่ที่ชื่อ Timeline (อ่านเอาจาก faceblog นะ)
นั่นทำให้เราสามารถคลิกลากไถดูประวัติของตัวเอง หรือของเพื่อนได้ จะย้อนไปศักราชไหนก็ได้
จะสำคัญหรือไม่สำคัญก็เอาเหอะ คนออกแบบเขาทำให้เราไถย้อนกันไปได้อย่างเร็ว
เร็วจนไปขุดเอาเรื่องที่เคยหัวเราะร้องไห้กันมาตั้งแต่สมัยไหนก็ไม่รู้ขึ้นมาให้เป็นบทสนทนากันอีกครั้ง

เฮ้ย สำหรับมนุษย์วัยนี้ ที่คาบเกี่ยวระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์นี่มันสุดยอดเลยนะ!

ความซวยไปตกอยู่ที่ทวิตเตอร์ ที่ดันจำกัดการย้อนดูไว้แค่ 3200 ทวีตล่าสุด
ที่ผ่านมาผมหาที่เอาไว้เก็บทวีตเก่าๆ แต่มีคุณค่าอยู่พักนึง แต่ก็ไม่ได้อันที่ถูกใจ (และฟรี) สักที
ที่ผ่านมาผมเลยสั่งให้ทวิตเตอร์มันโยนทุกข้อความที่เราทวีต ไปโผล่กองๆ เกะกะในเฟซบุ๊กไว้ซะ
ไม่คิดว่าวันนึงอยู่ดีๆ อีไทม์ไลน์แบบนี้จะโผล่มาเป็นเครื่องมือที่อยากได้เลยครับ (วิธีเปิดใช้งาน)
คือมึงตอบโจทย์กูทุกอย่างเลย ก็เล่นเก็บข้อความย้อนหลังได้ตั้งแต่ปีมะโว้ที่สิบหกเลยนะ
ที่สำคัญดันพรีเซนต์ออกมาหน้าตาดูดีโคตรๆ ซะด้วย

iannnnn's facebook timeline

ที่สำคัญอย่างยิ่งยงยอดบัวงาม ก็คือมันแต่งหน้ากากได้ (แต่พอสมควร ไม่ได้เปรอะเหมือนฮิห้า)
เป็นความสามารถที่น่ารักที่สุดเท่าที่จะคิดได้ของเว็บนี้แล้วครับ!
คือก่อนหน้านี้มันแห้งแล้งสุดๆ แต่ตอนนี้ทุกคนสามารถใส่ความเป็นตัวเองลงไปได้
และต่อไปเทรนด์ใหม่ที่จะทยอยโผล่ตามมาก็คือทำหน้า Profile จ๊าบๆ มาอวดกัน
ทำให้ Facebook Profie นี้มีศักดิ์ศรีพอที่จะเอาไว้เป็น “บัตรประชาชนออนไลน์” จริงๆ ละ

ว่าแล้วก็หัดเล่นเฟซบุ๊กจริงๆ จังๆ ให้ติดแบบที่ชาวบ้านเขาคิดกันมาเป็นชาติแล้วมั่งดีกว่า
เพราะเริ่มเห็นอนาคตแล้วว่าถ้ามึงคิดได้ขนาดนี้ เว็บนี้ก็น่าจะมีอนาคตไปอีกชั่วฟ้าดินสลายแน่นอน

อ้าว แล้วกูเกิลพลัสที่รักของฉันล่ะ

คอมเมนต์

นอนห้าตื่นหกแมนถือกำเนิดแล้ว~

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมนอนดึกและตื่นสายมาโดยตลอด
เป็นนิสัยที่แก้ไม่หาย เข้าใจว่าคนอื่นก็เป็นกัน แต่บางคนที่มีวินัยทางการนอนคงไม่เป็น
พอดีพ่อผมชื่อวินัย (วินัยๆๆๆ) ก็เลยคิดว่าอย่างน้อยคงต้องทำอะไรกับชีวิตตัวเองบ้างแล้วล่ะ
เพราะตัวเองมีนิสัยที่พออยู่ดีๆ เกิดตระหนักขึ้นมาก็จะเลิกแบบหักดิบทันที เป็นแบบนี้มานานละ
ก่อนหน้านี้เคยมี “ปฏิญญากุมภาพันธ์” และเขียนสิ่งที่ต้องการหักดิบ พร้อมรายงานไว้ในบล็อกทุกวัน
(แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีเวลาซ่อมบล็อกตอนเก่าที่เน่าไปเหมียนเดิม ไม่งั้นจะทำลิงก์กลับไปซะหน่อย)

ล่าสุด พอรู้ว่าตอนนี้ตัวเองกินน้ำอัดลม และเฉาก๊วย​(!) มากไป ก็เลยลุกขึ้นมาเลิกแม่งซะเลย ง่ายๆ งี้แหละ
น้ำอัดลมยังพอว่า คือไม่ได้ติด แต่เวลายกพวกไปกินข้าวเที่ยงเห็นสั่งกันทุกวัน เลยกลัวตัวเองจะติด เลิกซะ
แต่อีเฉาก๊วยนี่สุดยอดครับ หน้าตึกจะมีเจ้านึง เอาเฉาก๊วยชากังราวมาใส่นมคาร์เนชั่น (แบบไม่ข้นนะ)
โอ้โห โคตรอภิมหามหึมาอลังการอร่อยถล่มโลกเลยครับ ผมงี้กินวันละแก้วจนหน้าจะเป็นเฉาก๊วยอยู่แล้ว
แถมยังไปซื้อเฉาก๊วยถุงกับนมคาร์เนชั่นในเซเว่นไว้รีฟิลเองยามอยากที่บ้านอีกด้วย

อยู่ดีๆ นึกขึ้นมาได้เมื่อสิ้นเดือนที่แล้ว ก็เลยเลิกกินไปซะดื้อๆ กะว่าจะเลิกเดือนนึง ..ตอนนั้นถือว่าหินมาก
แต่ตอนนี้เฉยละครับ พี่จะมาวางขายยั่วก็ขายไป นี่พอเลิกติดปั๊บ จะขยายขอบเขตเป็นเลิกกินตลอดไปก็ยังได้ละ
(แต่ไม่เอาหรอก มันสุดโต่งเกินไป – ไอ้บ้า เรื่องกินเฉาก๊วยนมเนี่ยนะ)

ทีนี้ประเด็นร้อนส่วนตัวขณะนี้ก็คือ

ผมจะเลิกนอนดึกครับ

จริงๆ ใครๆ ก็รู้ว่านอนดึกไม่ดี มันส่งผลลบต่อเข็มนาฬิกาธรรมชาติในร่างกายยังงั้นยังงี้
แต่ตัวเองเสพติดความเงียบของกลางคืนมานาน นานเป็นสิบๆ ปีตั้งแต่สมัยเรียนมาแล้ว
คนทำงานประเภทเดียวกันก็จะรู้ว่าเวลาทำงานกลางคืนๆ โดยเฉพาะหลังเที่ยงคืนเนี่ยมันสุดยอดเลยนะ
แถมถ้าเป็นเด็กๆ หน่อยก็จะเอามาอวดเพื่อนได้บ่อยๆ ว่าเมื่อคืนตัวเองนอนดึก (มันเท่มากใช่ไหม)

แถมยังมีข้อดีอย่างปฏิเสธไม่ได้คือ
– ขโมยไม่เคยขึ้นบ้าน (เคยประสบเหตุตอนอยู่บ้านเดิม ขโมยขึ้นทุกหลังเว้นแต่บ้านเราที่นั่งทำงานอยู่)
– ได้ฟังเดอะช็อก (ไม่ได้กลัวผีสักนิด แต่เปิดไว้เป็นเพื่อน บางเรื่องงมงายเกินไปก็ฟังแล้วฮาดี)
– ได้ดูรายการที่เขาบอกว่าถ้าพลาดแล้วพรุ่งนี้จะคุยกะใครไม่รู้เรื่อง (ไอ้คนที่ดูนี่แหละที่คุยไม่รู้เรื่อง)
– เน็ตเร็ว (โหลดบิตแม่ง)

ซึ่งข้อเสียที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็คือ
– เมียบ่น

โอ้โห พอแล้วครับ ข้อเดียวพอเลย เลยมองย้อนไปว่าถ้าเรานอนไม่เกินเที่ยงคืนจะเสียอะไรไปบ้าง
– ขโมยขึ้น? (ย้ายบ้านหนีซอยเก่ามาแล้ว มียามแล้ว มีแมวเฝ้าบ้าน คงยังไม่โดนยกเค้าล่ะนะ)
– เดอะช็อก? (เดี๋ยวนี้โหลดย้อนหลังมาฟังที่ทำงานตลอดเลย กรอข้ามโฆษณาเว็บพนันบอลได้ด้วย)
– อดดูรายการทีวีหลังละครจบ? (ช่างแม่ง เดี๋ยวนี้ยูทูบช่วยได้แล้ว)
– เน็ตเร็วตอนดึก? (เพิ่งไปปรับแพ็กเกจ TOT มาเป็น 15 เม็ก วิ่งเต็มสูบเลย ขอคารวะครับ)

โอเค หมดข้ออ้าง แถมยังได้ข้อดีมากๆ อีกเรื่องคือ

1.ได้ดูสรยุทธ์!!!!!
เป็นความใฝ่ฝันมานมนานเลยนะครับ คือเดี๋ยวนี้ไม่ได้ดูทีวีตอนเช้าๆ มานานแล้ว
ตื่นมาก็แจ๋วพากิน แจ๋วพาเที่ยวตลอดเลย แถมรายการผู้หญิงๆ ก็หดหู่เกิน ผู้ชายแม่งจัญไรทั้งประเทศ
เราจำเป็นจะต้องตื่นมาดูซะหน่อยว่าเสี่ยแกพูดอะไรบ้าง แล้วเอามาเป็นมุกไว้ตั้งชื่อเฟล :30:

2.ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้น
ก่อนหน้านี้ก่อนจะทำงานบริษัท เคยตั้งโครงการออกวิ่งตอนเช้าทุกวัน
ก็วิ่งได้ประมาณ 2 วันด้วยรองเท้าแตะ (ไม่มีรองเท้าวิ่ง) แล้วพบว่าพระอาทิตย์มันสวยสวดยวดจริงๆ
เลยไปซื้อรองเท้าวิ่งมาซะดิบดี แต่แม่งกัดตีนเพราะสรีระตีนเราไม่เหมาะกับมัน อีห่า เสียดายตังค์
หลังจากนั้นมีข้ออ้างนู่นนี่เลยไมไ่ด้วิ่งมาตลอด แต่ยังจำได้ว่าพระอาทิตย์ลาดปลาเค้ามันสวยฉิบหาย

3.สุขภาพดี
จริงๆ อยากคาดหวังกับข้อนี้ ก็เพราะไอ้เรื่องนาฬิกาชีวภาพตามธรรมชาติของมนุษย์อะไรนี่แหละ
ที่บอกว่าช่วงเที่ยงคืนร่างกายจะหลั่งอะไรสักอย่างให้เผาผลาญอะไรไม่รู้ จำมาไม่ได้ศัพท์สักอย่าง
แต่หลายๆ ตำราพูดเข้าก็คงดีแหละ ยิ่งตอนนี้ “ไม่มีเวลาออกกำลังกายเลย” การนอนคงช่วยได้

4.เมียเลิกด่า
ข้อนี้ฟินครับ ไม่มีอะไรประเสริฐกับชีวิตไปมากกว่านี้อีกแล้ว

จะว่าไปก่อนหน้านี้ผมก็เคยนอนหัวค่ำและตื่นเช้ามาก่อนเหมือนกัน คือตอนที่ตัวเองเป็นทหารเกณฑ์
สมัยนั้นเขาบังคับนอนตอนสามทุ่ม และตื่นมาวิ่งตอนตีห้าทุกๆ วัน ช่วงนั้นรู้สึกสุขภาพดีโคตรๆ
(ดีขนาดเคยคิดจะท้าต่อยกับพ่อบากิอยู่แล้ว แต่มันไม่ยอมมาไทย มันบอกกลัวจาพนม)
แม้จะพ้นช่วงทหารใหม่ และต้องไปทำงานหน้าห้องเจ้านายที่ดอนเมืองอีกปีครึ่ง
แต่ก็ต้องตื่นตีห้า ใส่เครื่องแบบทหารตึงเปรี๊ยะ (ขนาดตอนนั้นยังตึงนะ) แล้วเริ่มงานหกโมงเช้าทุกวัน
โห เราผ่านช่วงชีวิตที่โคตรมีวินัย (วินัยๆๆๆ) แบบสุดๆ ขนาดนั้นมาได้ ..ตอนนี้ก็ต้องได้สิวะ

ปัญหาและอุปสรรค

(ใครเป็นคนชอบยัดคำนี้ลงในรายงานวะ อ่านแล้วชิน โคตรผ่านตาเลย แต่พอมานึกดูมันก็เป็นคำสำคัญนะ)
จนถึงวันนี้ผมทำงานบริษัท ตื่นแปดโมงปลายๆ แล้วแต่วันไหนขี้เซามากก็ปลายมาก ปลายสุดก็เก้าโมง
เลิกงานทุ่มนึง(อันนั้นเป็นอุดมคติ แต่เลิกจริงก็ทุ่มกว่า สองทุ่ม สามทุ่ม) ถึงบ้านก็ดึกแล้ว
นั่นทำให้การกินมื้อเย็นจะต้องเย็นกว่าชาวบ้าน นึ่นคือสามสี่ทุ่มเป็นปกติ แล้วก็เลยยังนอนไม่ได้ ไม่งั้นอ้วก
ไหนจะมีงานอดิหลักอย่างเว็บนู่นนี่ที่นั่งเสพบ้างทำเองบ้าง อยู่หน้าคอมสักสองสามชั่วโมง เท่านี้ก็ดึกแล้วครับ
นี่ขนาดไม่ได้ทำงานนะ ถ้าวันไหนมีงานด่วนจากออฟฟิศหรืองานส่วนตัว ก็ล่อไปตีสามตีสี่อยู่บ่อยๆ

นั่นแปลว่าถ้าจะนอนห้าทุ่ม ต่อจากนี้ไปผมจะต้องเลิกงานปั๊บ หาอะไรเล็กๆ กินแล้วกลับถึงบ้านนอนเลย
คุณเมียที่กำลังท้องอ่อนๆ และเห็นด้วยกับโครงการนี้ก็บอกว่าโอเค ตอนเย็นจะหาอะไรกินเองละกัน
แล้วย้ายภาระการงานทุกอย่างมาไว้ช่วงเช้า รวมถึงเพิ่มมื้อเช้าเบาๆ ทำให้เป็นนิสัยซะ
ตอนนี้ตั้งเป้าไว้ว่าวันไหนได้กินน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋และดูสรยุทธ์ไปด้วยจะบรรลุมาก!

ยังจินตนาการไม่ออกจริงๆ ว่าจะทำไหวไหม แต่ขอท้าตัวเองไว้ก่อนเหมือนเคยว่ากูต้องไหว
ใครผ่านมาอ่านลองหาเรื่องท้าทายตัวเองสักเรื่องดูบ้างก็ได้นะครับ หนุกดี

อย่าลืมกดดอกจันเก้าๆๆๆๆๆ เพื่อโหวตให้มนุษย์นอนกลางคืนตื่นกลางวันด้วยนะครับ

คอมเมนต์