ความคืบหน้าล่าสุด เล่นเฟซบุ๊กเป็นแล้วครับ

หนึ่งในปมคาใจตลอดมาก็คือ ผมทนเล่นเฟซบุ๊กไม่ได้ซะที คือเข้าไปแล้วหงุดหงิด กับทั้งการออกแบบทั้ง UI และ UX ที่แย่ จนส่งผลให้ผู้ใช้ทำระบบนิเวศน์เพี้ยนโดยไม่รู้ตัว คือเอาผู้ใช้บ้านเราไม่อยู่นั่นแหละ ถึงจะมีชมบ้าง แต่ชมไปชมมาก็ว่าจะหัดเล่น แต่กว่าจะหัดจนเล่นเป็น และทำเป็นไม่สนใจอคติที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการเล่นเว็บที่เด็กประถมมันก็เล่นได้นั้น ก็ใช้เวลานานพอดู

เอาจริงๆ จุดเปลี่ยนนมันก็แค่การพยายามสะกดจิตตัวเองให้สนใจไอ้เม็ดแจ้งเตือนสีแดงๆ แบบเดียวกะที่สนใจบน Google+ นั่นแหละครับ เท่านั้นเอง! พอรู้สึกว่าจะต้องเคลียร์อีตรงนั้นปั๊บ ทุกอย่างก็ง่ายละ เอาสิ ใครเม้นอะไร แท็กอะไรมา ต่อไปนี้จะเริ่มสนใจละ (เมื่อก่อนปิดหมดเลย รำคาญไง มันมาเยอะเกิน ทั้งที่ตั้งค่านั่นนี่ก็แล้ว)

แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนนิสัยตัวเองให้ไปสนุกกับการดูชีวิตของคนอื่นได้จริงๆ ไม่รู้จริงๆ ว่ามันสนุกตรงไหน แม้บางทีก็มีคำตอบ(พร้อมกับคำถาม)ง่ายๆ ว่า

https://twitter.com/iannnnn/status/382902797873590274

แต่ไอ้ครั้นจะไปเสือกเรื่องของชาวบ้านบ่อยๆ ก็ไม่ใช่นิสัยที่เราถนัดจริงๆ งั้นเล่นแบบเป็นเราละกัน

เออ จะว่าไปเราเขียนบล็อกเรื่องเฟซบุ๊กมาหลายทีจนเป็นปมด้อยในชีวิตอันนึงไปละ 55555 ก็นะ ตอนนี้พอใช้เป็นแล้วก็รู้สึกเท่าทันชาวบ้านซะที ว่าเขาบ่นอะไร พูดอะไร ฮิตอะไรกัน สังคมแม่งไม่เหมือนทวิตเตอร์เลยว่ะ! (ทวิตเตอร์เร็ว กระชับ คนพูดรู้เรื่องกว่ากันหลายเท่า อันนี้เข้าข้างเลย)

ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขอบคุณการลาออกจากงานจริงๆ นะครับที่ทำให้มีเวลามานั่งเล่นอะไรแบบนี้ได้ 5555 เอ้า มาลาออกกันๆ

เออๆ จะว่าไปอีกที เราไม่เคยพูดถึงเพจของเว็บฟอนต์เลยนี่หว่า

เอาจริงๆ คือไม่เคยดูแล ไม่เคยสนใจ ใส่ใจอะไรด้วยซ้ำ พอๆ กับที่สมัยทำเว็บเฟล ตอนนั้นก็แบบนี้แหละ มาสนุกอยู่บนโลกนอกเฟซบุ๊กตั้งนาน ส่วนในเพจก็ปล่อยให้มันรกร้างมาหลายปีมากๆ เพราะอ้างว่าไม่มีเวลา จริงๆ แล้วคือไม่ใส่ใจมากกว่า คือเราไม่เล่นเฟซบุ๊กไง เลยไม่รู้จะไปทำอะไรกะมัน นานๆ ทีก็เลยเข้าไปโพสต์รายงานตัวทีนึง แล้วก็กลับมาข้างนอกเหมือนเดิม ส่วนหน้าเว็บก็ว่าจะเปลี่ยนดีไซน์ใหม่หมดตั้งนานแล้ว ก็ยังไม่ได้ทำ (อันนี้อยากทำ แต่ไม่ว่างจริงๆ) ที่พอทำได้ก็คือเปลี่ยนสีเฉยๆ นี่เว็บฟอนต์หน้าแรกเปลี่ยนสี ปรับดีไซน์ไปนิดนึงอีกละนะ เพิ่งทำเมื่อเช้า เอาไว้ว่างสักสามวันจะรื้อให้หมดเลยคอยดู 5555

กลับมาเรื่องเพจฟอนต์ พอไม่ได้ทำอะไรกะมัน ผลคือ เพจเงียบสนิท ถึงปริมาณคนไลก์เพจจะเยอะเหมือนกันนะ ตอนนั้นนับได้แสนกว่าๆ (ตอนนี้สองแสนแล้ว) แต่ปฏิสัมพันธ์ห่วยแตกมาก ไม่มีอะไรที่ลากคนให้มีส่วนร่วมได้เลย นักการตลาดผ่านมาเห็นคงหัวเราะเงิบรัวๆ

พอโพสต์อะไรลงไปทีนึงเช่นปล่อยฟอนต์ใหม่ล่าสุดที่เท่มากๆ งี้ ก็มีคนไลก์โพสต์นั้นๆ แค่หยิบมือ (คือ 100 ไลก์นี่ก็โคตรถือว่าถล่มทลายแล้ว)

แต่พอตอนนี้เริ่มว่าง ลาออกจากงาน และตั้งใจว่าจะกลับมาทำให้มันหายร้างปั๊บ ก็เริ่มมีโต้ตอบ เริ่มโพสต์อะไรที่ไม่ใช่หุ่นยนต์บ้าง ถึงจะแค่สัปดาห์ละครั้งก็เหอะ แต่ผลที่ได้คือกราฟแม่งพุ่งปรี๊ดเลยครับ พอโพสต์ปั๊บ ก็พุ่งแบบที่เห็น ลองดูเทียบกะยุคก่อนหน้าที่เป็นกราฟแบนสนิทแล้วน่าละอายมาก

Facebook Page Insights

นี่ยังไม่รวมโพสต์ล่าสุดเรื่อง “ฟอนต์ศิลปากร” ที่เพิ่งปล่อยไปตะกี้ กราฟในภาพมันยังไม่นับนะ แป๊บเดียวล่อไป 1000 กว่าไลก์แล้วครับ ตกกะใจมาก
(สารภาพก็ได้ว่าเพิ่งเคยกดเข้าไปดูว่ามันมี Analytics แบบนี้ด้วย แต่แม่งออกแบบมาซับซ้อนยุ่งยากอีกละ คือทำให้ง่ายกว่านี้ได้นะ ไม่เชื่อดูวิธีของกูเกิลสิ #สาวก)

เออ สนุกดีว่ะ ทีนี้พอเริ่มคุยกะมนุษย์ทั่วไปปั๊บ คนก็เริ่มเข้ามาทำนั่นนี่ในเพจมากขึ้น ถึงมันจะโคตรเฉพาะทางเลยก็ตาม คือเราไม่มีอยู่แล้ว อีพวกเช้ามาสวัสดีครับ กลางคืนบ๊ายบายฝันดี แนบภาพอะไรพวกนั้น เพราะแม่งมีแต่เรื่องฟอนต์อย่างเดียว แถมเป็นแบบไม่ได้อิงกะวงการออกแบบชั้นสูงอะไรเลยนะ คือทำแบบบ้านๆ นี่แหละ นานๆ ทีก็จะมีแปะข่าวสารงานออกแบบอื่นๆ อีกหน่อยพอแก้เขิน

เอาวะ ถ้าเล่นแล้วมันสนุกแบบนี้ จะพยายามต่อไปครับ

หมายเหตุ:
มีอีกเพจนึงเป็นเพจร้านสกรีนเสื้อที่ผมเพิ่งเทกโอเวอร์มาจากเมีย คือเพจ monamafiashop อันนี้ก็เหมือนกะเว็บฟอนต์ แต่ต่างกันที่เมียเป็นผู้ดูแลมายาวนาน และปล่อยทิ้งร้างแบบสุดๆ เลย เพราะมัวแต่ไปสนุกกับกิจการร้านเดรสนลินฟ้าแทน ปล่อยไว้แบบนี้มาร่วมๆ สองปีได้ ใครถามอะไรก็ไม่ตอบ ง้อใครเป็นที่ไหนล่ะ! ผลคือเพจเงียบสนิท! คนไลก์กันสี่พันได้มั้ง แต่โพสต์ทีมีไลก์เดียว สองไลก์ 555 โธ่วววว

ทีนี้ถึงคราวผมเข้ามาดูแลเองละ คุณลูกค้าโพสต์ถามอะไรก็จะขยันตอบให้ได้เลยคอยดู… ตอนนี้มีคนไลก์สี่พันห้าแล้ว งั้นเดี๋ยวเป้าหมายถัดไปคือผมจะฟื้นฟูเพจของร้านนี้ให้กลับมาสนุกได้! แต่ทำไงวะ! — งั้น รบกวนท่านผู้อ่านช่วยกันกดไลก์กันหน่อยนะครับ ขอกันดื้อๆ เลย นะครับ ค่าขนมลูกผมเองครับ..

คดีสยองสองเรื่องควบ

พอดีเมื่อวานได้ฟังเรื่องน่ากลัวมาจากคนใกล้ตัว และเป็นเหตุการณ์ใกล้ตัว เลยเอามาทวีตเล่าก่อนนอน ปรากฏว่าคนสนใจกันเยอะ จนกล่องเมนชันระเบิดเลย เลยขอก็อปปี้มาลงในบล็อกอีกทีครับ (ขอเตือนว่าเรื่องที่สองนี่ขวัญอ่อนอย่าอ่าน แต่เรื่องแรกเอาไว้เตือนใจและเตือนสติ ควรอ่าน)

เรื่องแรกเกิดที่ลาดพร้าว

https://twitter.com/iannnnn/status/382156118908100608

https://twitter.com/iannnnn/status/382156437184462848

อันนี้ลิงก์ข่าว: โจรปาดคอนักข่าวคา ซ.เสือใหญ่ชิงมือถือ สาหัส-นอน ICU

ส่วนของเพื่อนผมไม่มีข่าวอะไร แค่ตำรวจรับแจ้งความแล้วก็บ่นว่าทำไมมาแจ้งช้า เสร็จแล้วก็แค่ลงบันทึก เงียบไป คนที่ไปสืบสวน สัมภาษณ์นักข่าวเคราะห์ร้ายต่อด้วยตัวเองก็คือตัวเพื่อนที่เป็นเหยื่อเองจนปิดคดี (คือคนธรรมดาไม่ใช่ดารา นกร้อง นักข่าวนี่ลำบากครับ กับกระบวนการยุติธรรมบ้านเรา นี่ไม่ได้พูดเหมารวม แต่สะท้อนว่ามันเป็นแบบนี้จริงๆ ตัวผมเองก็เคยเจออะไรแบบนี้แต่ไม่แรงเท่า (เคยเล่าในบล็อกเมื่อ 7-8 ปีก่อน) เลยเตือนไว้ว่ามัวรออย่าพึ่งตำรวจเลย

เรื่องที่สองเกิดขึ้นที่ปทุมธานี Continue reading คดีสยองสองเรื่องควบ

ยาวไปไม่(ต้อง)อ่าน

scan001

scan002

scan003

scan004

scan005

scan006

scan007

ป.ล.
พอปั่นจักรยานหนีเมฆฝนกลับบ้าน ก็มานึกได้ว่าลืมเขียนนั่นนี่นู่นโน่นอีกประมาณ 7 ประเด็นได้ แต่ก็ช่างเถอะ เขียนไปแล้ว กดอันดู แก้ไขซ้ำไม่ได้ นี่คงเป็นเสน่ห์ของสมุดบันทึกละมั้ง

ป.อ.
ถึงจะยังงี้ยังงั้น แต่ก็ยังแชร์ขึ้นบล็อกอยู่ดี (แค่บันทึกไว้เฉยๆ ว่าจะกลับมาบันทึกไง)

ป.ฮ.
อีเล่มนี้คือมันบางจ๋อยเลยนะ ปกก็ไม่สวยเท่าไหร่ด้วย ก่อนหน้านี้เดินเลือกนานมาก จะหาเล่มที่ปกมันตุ๊ดๆ ที่สำคัญคือต้องไม่มีเส้น เพราะไม่ชอบ ทำไปทำมาเลือกไปเป็นสิบเล่ม มาจบเล่มนี้ได้ไงไม่รู้ 55555 ช่างมันวะ

รีวิว 3 สุดยอดร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งลาดปลาเค้า

พอดีผมเป็นคนชอบกินก๋วยเตี๋ยวมากโดยไม่จำกัดสัญชาติ จะเป็นก๋วยจั๊บญวนหรือราเม็ง หรืออาหารอะไรก็ได้ที่มันเป็นชามๆ มีน้ำซุป แล้วใส่เส้นลงไป เพิ่งมารู้ตัวเอาเมื่อตอนโตนี่แหละว่าตัวเองที่ถึงแม้จะไม่มีรสนิยมด้านอะไรเลย (ไม่ว่าจะเป็นแฟชัน หูฟัง เพลง หนัง ฯลฯ คือรสนิยมต่ำแบบที่พูดไปก็โดนดูถูกน่ะ 555)

แต่กับก๋วยเตี๋ยวนี่ค่อนข้างมั่นใจว่าผมกินเป็น และแนะนำได้ว่าเจ้าไหนอร่อย

ก่อนหน้านี้ที่ผมยังทำงานอยู่ออฟฟิศแถวเพลินจิต เวลาพักเที่ยงทีนึงก็จะไปหากินใกล้ๆ ซึ่งแถวนั้นก็มีร้านฟู้ดคอร์ตบ้าง เวิ้งโซนอาหารบ้าง ซึ่งไม่ว่าจะร้านไหนๆ มันก็มีไว้แค่ให้มนุษย์เงินเดือนอย่างเรากินกันตาย แต่แทบไม่มีเจ้าไหนเลยที่รู้สึกว่ากินแล้วโหยหา อยากกลับไปจัดใหม่อีกครั้ง หรือกินแล้วอยากอวด อยากชวนเพื่อนฝูงมานั่งกินด้วยอย่างร้านแถวบ้าน!

อันว่าย่านลาดปลาเค้านั้นเป็นย่านที่ไม่ค่อยมีอะไรครับ เป็นถนนแห้งๆ รถวิ่งผ่านมาแล้วก็เลยผ่านไป มองรอบๆ มีแค่แฟลตทหาร ร้านเกะล้วงที่ปิดตอนกลางวันและไปล้วงกันตอนกลางคืน แล้วก็พวกร้านอะไหล่ยนต์ แอร์ ซ่อมช่วงล่างงี้ ดูแล้วไม่ค่อยมีชีวิตชีวาและเป็นมิตรกับการใช้ชีวิตประจำวันเท่าไหร่เมื่อเทียบกับโซนลาดพร้าวอื่นๆ อย่างโชคชัยสี่หรือวังหิน แต่เชื่อว่าอีกไม่นานน่าจะเริ่มสนุกขึ้น เพราะพวกคอนโดเอย บ้านจัดสรรเอย เริ่มทยอยมาเปิดแถวๆ นี้เพราะอีกไม่นานรถไฟฟ้าจะมา (พี่แกเลยเอามาเป็นจุดขาย ขายอนาคตนี่แหละสวยหรูดี)

แล้วระยะนี้ผมเริ่มอยู่ติดบ้านน่ะครับ ด้วยความที่แถวนี้มันไม่ค่อยมีอะไร แต่ผมจำเป็นต้องออกไปหาอะไรกิน เพราะเมียไม่ใช่แนวแม่ศรีเรือน ทำอาหารไม่เป็น ถึงวันไหนคึกลองทำขึ้นมาก็ไม่สามารถถ่ายรูปโพสต์โชว์ใครได้ ดังนั้นทุกร้านที่อยู่ในย่านนี้จึงเสร็จบ้านเราหมดแล้ว ไหน มึงเปิดใหม่ใช่ไหม ขอไปลองหน่อย ถ้าไม่เวิร์กก็กู๊ดบาย แต่ที่ไหนเวิร์กก็ไปซ้ำอีก โดยมีข้อแม้ว่าขอเป็นแถวๆ บ้าน จะได้หอบลูกเล็กไปได้สะดวกหน่อย

แต่โดยลำพังถ้าเมียกับลูกไปค้างบ้านแม่ยาย ทิ้งผมให้อยู่บ้านคนเดียว ร้านที่ตัวเองจะไปประจำก็คือร้านก๋วยเตี๋ยวครับ ด้วยรสนิยมเป็นพวกเน้นกินเส้นอย่างที่กล่าวไว้ในย่อหน้าแรก พอเที่ยงทีไรก็จะปั่นจักรยานออกไปเสพเส้นใส่ท้องแล้วกลับมานอนแผ่อ่านการ์ตูนอยู่บ้านทุกที

ตัดเข้าเรื่องเลยละกัน ผมได้ไปทำการสำรวจร้านก๋วยเตี๋ยวในย่านลาดปลาเค้ามากว่า 87,400 ร้าน และทำการคัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ตูเอง) จนเหลือสุดยอดร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งลาดปลาเค้ามา 3 ร้าน 3 แนว ดังต่อไปนี้

ร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ซอยลาดปลาเค้า 28

ยกให้เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำที่เชิดหน้าชูตาของย่านนี้เลย ร้านไม่ได้ดังถล่มทลายแบบที่ใครต่อใครต้องถ่อมากินเพราะความดังนะครับ แต่ถ้าจะถ่อมาก็อยากให้ลองชิมเพราะรสชาติ บรรยากาศของร้าน (เปิดเพลงฝรั่งแนวเรื่อยเปื่อยเอื่อยเฉื่อย) และลูกสาวเจ้าของร้านมากกว่า ก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ตั้งอยู่เงียบๆ ในซอยลาดปลาเค้า 28 (ดูใน Google Street View) เปิดมาได้ประมาณ 8 ปีแล้ว ที่เจ๋งคือเป็นบ้านของเจ้าของร้านเอง เวลามากินเลยไม่รู้สึกว่าจะต้องรีบกินและรีบไป ไม่งั้นแม่ค้าจะบ่นเอา ดังนั้นเวลาไปแต่ละครั้งกับลูกเมีย ผมเลยอุ้มลูกไปดูหมา ดูปลา (มีปลาด้วย) ดูรูปปั้นเป็ดไก่ และเล่นกระดิ่งวัวที่เป็นของประดับในสวนกระถางเล็กๆ ของร้าน ก็โอเคนะครับ สงบดี

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ
บรรยากาศหน้าร้าน

เมนู
เมนูของร้านนี้ ที่จริงมีเย็นตาโฟอีกนะที่เป็นจุดขาย แต่ผมชอบต้มยำมากกว่า

วุ้นเส้นหมูสับต้มยำ
ถ้าสั่งวุ้นเส้นต้มยำหมูสับแบบนี้ 40 บาท จะได้หมูสับโบ๊ะมาเต็มหน้า

บะหมี่ต้มยำหมูรวม
ส่วนเมนูโปรดของผมคือบะหมี่ต้มยำหมูรวม ใส่มาหมดเลย หมูสับ หมูชิ้น กระดูกอ่อนกรุบกริบ ใส่ไข่ด้วยนะ (45 บาท)

บะหมี่ต้มยำหมูรวม
รสชาติน้ำซุปกลมกล่อมครับ พอพี่สาวน้องสาว (ลูกสาวเจ้าของร้านน่ารักทุกคน นี่ถึงกับย้ำ) เอาชามมาวางเสิร์ฟ ก็กินได้เลย ไม่ต้องปรุงอะไร

อ้อ คราวที่ไปถ่ายรูปมานี่ไม่มียำสามกรอบ เอามาเคี้ยวเล่นสนุกดี กับกล้วยทับ วางมาเป็นจานพร้อมไม้จิ้ม หรือจะสั่งลูกชิ้นมานั่งกินเล่นก็ได้ แต่ก๋วยเตี๋ยวรอไม่นานนะ ถึงคนจะเยอะก็ไม่นาน ส่วนออปชันอื่นๆ ก็เช่น มีหนังสือพิมพ์สองค่ายใหญ่ให้อ่านสลับกัน มีน้ำแปลกๆ ให้ลองกิน (ลองถามป้าดูก่อนว่าวันนี้มีน้ำอะไรบ้าง)

ข้อเสียของร้านนี้คือบางทีถ้ามาตอนเที่ยงๆ จะไม่มีที่จอดรถครับ แต่ร้านเปิดเช้า เก้าโมงก็นั่งกินได้แล้ว มาช่วงเวลาอื่นจะได้นั่งชิวๆ ได้มากกว่า ก็ไม่ถือเป็นข้อเสียเท่าไหร่เนอะ / ร้านปิดวันอาทิตย์ครับ ถ้ามาเจอปิดกลัวเก้อก็ข้ามไปกินข้าวซอยฝั่งตรงข้ามก็ได้ อร่อยเหมือนกัน แต่ไม่ใช่แนวก๋วยเตี๋ยวเลยไม่ได้จัดรวมอยู่ในรีวิวครั้งนี้

ต่อไปเป็นร้านที่สอง..
Continue reading รีวิว 3 สุดยอดร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งลาดปลาเค้า